เงินคืออะไร? ความหมายที่แท้จริงของเงิน
1
คุณเป็นคนหาเงินเก่งไหมครับ?

ส่วนผมคิดว่า แค่ต้องออกไปแข่งขันกับคนอื่นเพื่อหาเงินมากๆ ก็หมดแรงแล้ว รู้สึกไม่มีแรงบันดาลใจ แต่สำหรับคนชอบแข่งขันอาจชอบการหาเงินก็ได้ครับ

ปัญหาคือ การมีชีวิตบนโลกยุคนี้ต้องใช้เงิน แต่ละวันมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ามือถือ ค่าเสื้อผ้า ค่าชอปปิ้ง ค่าไปเที่ยว ฯลฯ

หากเราเป็นคนหาเงินไม่เก่ง สวนทางกับค่าครองชีพแสนแพงในเมือง และอัตราเงินเฟ้อที่สินค้าราคาพุ่งกว่าทุกยุค ก็คงทำให้เรามีชีวิตที่ลำบาก และกระเบียดกระเสียน

คำถามคือ แล้วคนหาเงินไม่เก่ง ไม่อยากแข่งขันกับใครจะหาเงินมากๆได้ยังไง ผมพบว่า มันอยู่ที่การเปลี่ยน My Set และให้ความหมายของเงินใหม่

2
สำหรับคุณ เงินคืออะไรครับ?

สำหรับคนที่ชอบเงินคงบอกว่า คือแบงค์สีแดง สีม่วง สีเทา ที่หามาได้เยอะๆ ไม่ว่าด้วยวิธีอะไรก็ตาม จะเป็นสิ่งที่บันดาลสุขมหาศาล ทำให้เราซื้อสิ่งที่ต้องการได้ อยากไปไหนก็ได้ไป นี่แหละคือความหมายของเงิน และเรารักเงินมากกก

ส่วนคนที่ไม่ชอบเงิน อาจบอกว่า เงินเป็นตัวสร้างปัญหา เพราะทำให้คนโลภอยากได้เงินมากๆ โดยไม่สนวิธีการ เช่นขายของก็เอากำไรเกินควร ทำให้คนที่มีบ้าอำนาจ เอาเงินฟาดหัวคนอื่นเพราะคิดว่าซื้อได้ทุกอย่าง

ดูถูกคนไม่มีเงิน ใช้เงินยัดใต้โต๊ะ เปลี่ยนความผิดให้เป็นถูก ดังนั้นเงินคือความชั่วร้าย เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ก็ไม่อยากมีเยอะๆ เพราะจะนำความชั่วร้ายมาให้ แม้ใจหนึ่งอยากได้เงินมากๆ เพราะจะได้เอามาช่วยเหลือตัวเองและคนอื่น แต่อีกใจก็รังเกียจว่าเงินคือความชั่วร้าย และเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆในสังคม

จะเห็นว่ามีสองมุมมองที่เกี่ยวกับเงิน และเงินมีสองความหมายจากมุมมองนี้ ซึ่งจะเห็นว่าเงินไม่ได้มีความหมายเดียว อยู่ที่คนตีความ นิยาม หรือให้ความหมายอย่างไร

และการให้ความหมายที่แตกต่างนี่เอง ที่ทำให้แต่ละคนมีปฏิสัมพันธ์กับเงิน และหาเงินได้ไม่เท่ากัน

3
แล้วความหมายที่แท้จริงของเงินคืออะไร? ถ้าเราเข้าใจสิ่งนี้จะช่วยให้เรามีมุมมองต่อเงินที่ดีขึ้น

ในอดีตตอนที่ยังไม่มีเงินนั้น ผู้คนยังดำเนินชีวิตปกติ ทุกคนต่างประกอบอาชีพต่างๆ กัน เช่น จับปลา เลี้ยงวัว ปลูกผัก จักสาน เย็บผ้า ฯลฯ ถ้าเราอยากได้สิ่งที่ตัวเองไม่มี ก็แค่เอาสิ่งที่มีไปแลกกับคนอื่น

เช่น เราเลี้ยงวัว แต่อยากกินหมู ก็ต้องเอาวัวไปแลกหมู โดยไปเคาะประตูบ้านคนเลี้ยงหมู เพื่อถามว่าอยากแลกไหม บางบ้านปฏิเสธ บางบ้านอาจโอเค แต่แม้จะโอเค ถ้าจำนวนวัวกับหมูที่แลกไม่ตรงกันก็ฟาวล์

เราอาจใช้เวลาเกือบเดือนถึงจะเจอคนที่ยอมแลกหมู 5 ตัวกับวัว 1 ตัว

4
ซึ่งเงินเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ให้เรากำหนดราคาของสิ่งที่ตัวเองมีเป็นเงิน แล้วใช้เงินเป็นตัวกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนแทน ทำให้เราไม่เสียเวลาเอาสิ่งที่ตัวเองมีไปตระเวนแลกกับคนอื่น จะเห็นว่า “นวัตกรรม” ที่เรียกว่า “เงิน” ช่วยประหยัดเวลาให้เรามาก

แท้จริงแล้วเงินจึงไม่มีความหมาย เป็นเพียงเศษกระดาษ เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเท่านั้น การที่เรามุ่งแสวงหาเงิน จึงเป็นสิ่งคลาดเคลื่อน ทำให้เราพลาดไปจากความจริงของเงิน

ซึ่งความหมายที่แท้จริงของเงิน ก็คือ ตัวแทนของสิ่งที่เรามี เช่น แรงกาย+แรงใจ+เวลา+ความสามารถ++การบริการ+ความคิดของเรา x จำนวนคนที่เราบริการ ช่วยเหลือ หรือคนที่อยากได้ความสามารถของเรา

5
ถ้าเรามีแรงอย่างเดียว เราจะได้ค่าแรงวันละ 300
ถ้าเราจบปริญญาตรี เราจะได้ค่าแรงวันละ 650 บาท
ถ้าเราทำงานนานมีประสบการณ์มากขึ้น เราอาจได้ค่าแรงวันละ 2000 บาท
แต่ถ้าเรามีแรง+ประสบการณ์ เราอาจบรรยายได้ชั่วโมงละ 1500 บาท
หรือถ้าเราทำยูทูบมีคนตามสองล้าน จะได้ค่าแรงเดือนละ 30000-100000 บาท

จะเห็นว่าเงินเป็นเพียงตัวแทนของพลังงาน ความสามารถ ความคิด การบริการ ของเราที่ทำออกไปสู่โลก x จำนวนคนที่เราให้บริการ ดังนั้นคนที่ทำโซเชียลดังๆ จึงได้เงินดี เพราะเขาให้บริการคนจำนวนมาก ยิ่งคนดูมากเท่าไหร่ รายได้และค่าโฆษณาจะมากเท่านั้น

6
ถ้าเราจะหาเงินเพิ่มจึงมี 2 ทาง คือ
1.เพิ่มความสามารถของเราให้แจ่มไปเลย ให้ผู้คนอยากได้
2.เพิ่มจำนวนคนที่อยากใช้บริการความสามารถของเรา
อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง

เพราะเมื่อเราโฟกัสความหมายของเงินได้ตรงจุด
เราจะสนุกกับการหาเงินโดยไม่ต้องแข่งกับใครครับ

SHARE
Writer
Porglon
Editor & Reader
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments