ทำไมบางครั้งจึงต้องแก้แค้น?
The Nightingale (9/10)
ดูเรื่องนี้เพราะเห็น imdb และ rotten tomato ให้คะแนนไว้สูง เลยกดดูทีเซอร์สักหน่อย ในทีเซอร์ไม่บอกอะไรมาก แต่เสียงร้องเพลงของนางเอกกับการตัดต่อทีเซอร์ ทำให้คิดว่าต้องมีของแน่ๆ เลยไปเสิร์จ google มีคนบอกว่านิยายมีคนให้คะแนนใน amazon ไว้สูงเลยทีเดียว

พอกดดูปรากฏว่าเป็นภาพขนาด 4:3 ซึ่งปกติหนังมักจะเป็นจอกว้าง อันนี้จอเล็ก ๆ แต่ก็อะ ลองดู.. หนังดำเนินไปอย่างไม่เร็วไม่ช้าเกินไป การสร้าง conflict เกิดตั้งแต่ 15 นาทีแรกเลย จากนั้นเหมือนเป็นการผจญภัย เดินป่า ธรรมชาติ เพลิดเพลินดีทีเดียว

แต่หนังไม่ได้จะเน้นตรงนั้น ประเด็นแรก หนังสื่อเกี่ยวกับเหยื่อ (นางเอก) ผู้ถูกกระทำ และการแก้แค้น แต่อีกมุมคือ คนผิวดำที่ช่วยนำทางนางเอกไปแก้แค้น กลับเจออะไรที่หนักกว่านางเอก ทำให้รู้ว่ายังมีคนที่แย่กว่าเราอยู่นะบนโลกใบนี้ และน่าสงสารกว่ามาก เพราะทำอะไรไม่ได้เลย

ในประเด็นแรกสอนเราว่า การแก้แค้นไม่ได้ทำให้อะไร ๆ ดีขึ้น ถึงจะฆ่าหรือทำอะไรคืนเพื่อความสะใจ แต่ตัวเองก็ยังต้องทนทุกข์ ดีไม่ดีทุกข์หนักขึ้นด้วย เช่นเขาแก้แค้นเราคืนเป็นต้น แต่คนที่แย่จนแก้ไขอะไรไม่ได้ ในหนังบอกให้พูดคุย ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ต้องหาวิธีอุบาย แล้วท้ายที่สุดก็ต้องกำจัด (ในปัจจุบันผมว่าเราควรเลี่ยงจากคนพวกนี้มากกว่า) ก็มันเหลืออดแล้วนี่หว่า ทำยังไงมันก็ยังเลวเหมือนเดิม มันเป็นสันดาน ต้องแก้แค้นเท่านั้นมันถึงจะคิดได้ ไอ้พวกนี้

ในมุมคนโดนกระทำต่าง ๆ นา ๆ ก็ต้องแค้นเป็นธรรมดา ดังนั้นไม่ควรไม่ละลานใครก่อนให้เข้าใจตรงนี้ด้วย

อีกประเด็นที่ได้คืออย่าตัดสินคนจากภายนอก รูปร่างหน้าตาที่คนอื่นมองว่าไม่ดี ไม่ได้ทำให้คน ๆ นั้นเป็นคนนิสัยไม่ดี ถ้าเราได้รู้จักเขาจริง ๆ เราไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับเขา เรารู้จักการให้ มีน้ำใจ เมตตา เอื้อเฟื้อกัน เขาก็จะตอบแทนเราในสิ่งที่ดีกลับมา บางคนที่หน้าตาดี แต่นิสัยไม่ดีก็มีถมเถ เพราะหลงตัวเองคิดว่าตนเหนือกว่าคนอื่น

จริง ๆ อาจจะมีข้อคิดมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เพิ่งดูจบ แล้วนึกออกแค่นี้ แต่ก็ถือว่าได้ข้อคิดแล้ว หัก 1 คะแนน เพราะอยากให้เต็มจอ กับเวลาหนังที่ยาว 2 ชม. นิด ๆ แต่ก็ดูเพลินไม่เบื่อเลยนะ ลุ้นเหมือนเดินทางไปกับตัวละคร แล้วอยากรู้ว่าคนทำชั่วจะได้อะไรในตอนท้าย

แปะเรื่องย่อเหมือนเดิม
“ปี 1825 ในยุคการล่าอาณานิคมของออสเตรเลีย แคลร์ (ไอชลิง ฟรานคอยซี) นักโทษหญิงชาวไอริช ภรรยาและแม่ของลูกสาววัยทารก ได้ออกตามล่านายทหารฮอว์กินส์ (แซม คลาฟลิน) เพื่อทำการแก้แค้นจากความรุนแรงที่เขากระทำต่อเธอและครอบครัวของเธอ โดยเธอได้รับความช่วยเหลือจาก บิลลี่ (เบย์กาลี กานามบาร์) ชายชาวอะบอริจินที่เก่งในเรื่องการตามรอย”
SHARE
Written in this book
หนังนอกกระแส
รวบรวมความรู้สึกและแง่คิดจากภาพยนตร์ที่ได้รับชม คัดสรรค์จากเรื่องที่น่าสนใจ
Writer
Chakulap
content creator
film / story / scat / 18+

Comments