End the day under the moonlight
เช้าวันใหม่ปลุกฉันให้ลุกขึ้นจากเตียงนอนนุ่มด้วยแสงอันเจิดจ้าที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
วันเสาร์ที่เฝ้ารอได้มาถึงแล้วสินะ

แม้อยากจะตื่นเช้ามาทำอะไรที่อยากทำในวันหยุดแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะฉันตื่นในเวลาเกือบๆ 11 โมงเลยทีเดียว

วันนี้ฉันตั้งใจจะใส่เสื้อตัวโปรดคือเสื้อเชิ้ตสีเหลืองมัสตาร์ดกับกางเกงขาสั้นใส่บาย
ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะวันนี้ตั้งใจจะไปคาเฟ่เพื่ออ่านหนังสือซักหน่อย
การอยู่แต่ห้องทำให้ฉันเบื่อจนอยากออกไปเจอผู้คนเสียบ้าง

หลังจากจัดการกับอาหารเช้าควบเที่ยงเสร็จฉันก็ออกเดินทางไปยังคาเฟ่ที่เป็นจุดหมายของวันนี้
แต่ทันทีที่ใกล้จะถึงเพียงมองออกไปก็พบรถรามากมายจอดอยู่หน้าร้าน
ฉันได้แต่ภาวนาให้มีที่ว่างเพียงสักที่ให้ฉันคนนี้ได้ใช้อ่านหนังสือ
แต่กระนั้นพอเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วสอดส่องเข้าไปในร้านก็ไม่พบที่นั่งว่างเลย
ในร้านเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเบียดเสียดกันเต็มไปหมด

ฉันหันหลังกลับเพื่อตั้งหลักว่าจะไปไหนต่อดี
เพราะการตั้งใจว่าจะไปที่ใดแล้วแต่ต้องผิดหวังด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทำเอาฉันผิดหวังหน่อยๆแต่ก็ไม่ถึงกับหงุดหงิด
ฉันกำลังคิดว่าจะไปคาเฟ่ที่คณะแทนพอเดินทางผ่านก็เจอคาเฟ่หนึ่งที่ฉันเห็นบ่อยๆแต่ไม่เคยเข้าสักที แม้จะลังเลแต่สุดท้ายก็ตรงเข้าไปจนได้

คาเฟ่นี้เล็กกว่าร้านที่ฉันจะไปตอนแรกแต่ก็น่ารักดี
ฉันมองเข้าไปหาที่นั่งก็ไม่พบที่ว่างอีกเช่นเคย แต่ดีหน่อยที่มีที่นั่งข้างนอกร้านด้วย
ฉันสั่งอเมริกาโน่แล้วจับจองที่นั่งสำหรับนั่งคนเดียวนอกร้านทันที
ได้มานั่งใต้ต้นไม้แบบนี้ถึงจะร้อนหน่อยแต่ก็ใกล้ชิดธรรมชาติไปอีกแบบ

ฉันเริ่มเอาหนังสือมากางเตรียมพร้อมสำหรับการเตรียมสอบย่อยที่จะมาถึงในสัปดาห์หน้า
แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ยากแต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยเก่งอย่างฉันคงต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเขา

พอคิดถึงเรื่องนี้ก็น่าน้อยใจตัวเองไม่น้อยที่ไม่ได้เก่งมากพอที่จะเรียนได้อย่างง่ายดายเหมือนคนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์แบบนั้น เพราะไม่เก่งเลยต้องพยายามอย่างบ้าคลั่งในบางทีจนเหนื่อยไปหมด 
บางครั้งฉันตั้งคำถามกับโลกใบนี้
ต้องเก่งขนาดไหนหรอถึงจะมากพอให้ชีวิตง่ายขึ้นฉันจิบกาแฟไปพร้อมกับมือที่ตะหวัดเขียนสรุปไปอย่างตั้งใจ
เมื่อเวลาใกล้พลบค่ำดวงอาทิตย์กำลังดิ่งลงทางทิศตะวันตก
แสงแดดสาดส่องมาทางโต๊ะที่ฉันอยู่
แม้จะร้อนแต่ฉันก็ปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวมันคงเลื่อนผ่านไป
แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้นแสงเริ่มส่องมามากขึ้นจนจะคลอบคุมทั้งโต๊ะ
แผ่ความร้อนตามมาตรฐานของแดดประเทศไทยจนฉันทนไม่ไหว

............เฮ้อออออ

บางครั้งชีวิตเราก็ถูกเรื่องร้ายๆโจมตีเหมือนแสงแดดร้อนระอุ
แม้จะพยายามอดทนต่อสู้กับมันแค่ไหนก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
ฉันจึงเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงในเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ด้วยการเก็บของแล้วย้ายที่แทน
ก็ฉันเป็นแค่เด็กวัยยี่สิบเอ็ดนี่นา
ปัญหาที่ควบคุมไม่ได้เหมือนกับที่ฉันสั่งพระอาทิตย์ให่ส่องแสงไปทางอื่นไม่ได้ฉันก็ต้องถอยออกมาเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่บอบช้ำเกินไป

การกดดันตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างเหน็ดเหนื่อยเพราะเหตุผลบางอย่างที่ตัวเราสร้างขึ้นมาเองบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย 
เราก็แค่คนๆหนึ่งเกิดขึ้นและจากไปเพียงเท่านั้น
ช่วงเวลาที่มีชีิวิตยู่จึงไม่ควรที่จะลังเลเลยที่จะมีความสุข
แม้จะมีเรื่องผิดพลาดหรือเสียดายมากแค่ไหนมันก็แค่เรื่องที่ผ่านมาแล้ว
ทุกอย่างที่เราต้องทำคือยอมรับมันแล้วมีความหวังให้กับตัวเอง
ว่าวันที่ดีกว่านี้ยังรออยู่อีกเยอะเลย

ฉันย้ายโต๊ะมานั่งในที่ร่มหน่อยพร้อมกับอ่านหนังสือต่อ
ในระหว่างนั้นก็เริ่มเป็นช่วงเวลาที่คนเริ่มมาออกกำลังกายกัน
ข้างหน้าของฉันข้ามถนนไปอีกฝั่งคือสวนสาธารณะในมหาลัยที่คนชอบมาออกกำลังกายกัน
หลายคนมากับเพื่อนบางคนมาคนเดียว
เป็นภาพที่ฉันไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นบ่อยนักเพราะการเรียนที่หนักหน่วงและชีวิตที่ยุ่งเหยิง

ฉันเหม่อมองภาพข้างหน้าซักพักก่อนที่จะถูกดึงความสนใจด้วยแสงแดดที่ตามมาจนถึงที่ที่ฉันย้ายมานั่งอีกแล้ว

ตามเก่งจังเลยนะ


ฉันถอนหายใจแต่ครั้งนี้คิดแล้วว่าจะไม่ย้ายจะมาก็มาเลยไม่สนหรอก
ฉันอ่านไปเรื่อยๆแสงแดดก็เริ่มสาดส่องเพิ่มขึ้นอีก
แต่แล้วมันก็ลาลับไปเพราะเวลาที่ล่วงไปสู่ยามเย็ม

บางครั้งชีวิตคือเรื่องของจังหวะเวลา
ในจังหวะที่ไม่ใช่ช่วงเวลาของเราแม้ว่าเราจะพยายามซักเท่าไหร่แต่ผลตอบรับที่ได้กลับสวนทาง
ฟังดูไม่ยุติธรรมใช่ไหม ใช่ฉันก็คิดแบบนั้น
แต่ว่าสุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เวลาที่ใช่จะนำพาสิ่งที่ดีมาหาชีวิตเสมอ
การเฝ้ารอจึงดูไม่ยากเย็นเกินไปเมื่ิอคิดแบบนี้
ช่วงเวลาที่ไม่เป็นดั่งใจสุดท้ายแล้วมันก็ต้องผ่านไปเหมือนกับแสงแดดที่ต้องลาลับเมื่อยามเย็นมาถึง สิ่งที่เราต้องทำคือรอคอยอย่างอดทนเพียงเท่านั้น

ถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว
ฉันเก็บของใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นเดินทางกลับไปที่ห้องทันที
ระหว่างทางที่เดินกลับเป็นช่วงเวลาเย็นที่มืดแล้ว
ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วพบว่าคุณพระจันทร์กำลังส่องแสงอย่างเจิดจ้า
แม้จะยังไม่เต็มดวงแต่แสงจันทร์กลับสว่างกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย
ข้างๆคุณพระจันทร์ยังมีดวงดาวสองดวงที่ส่องแสงระยิบอย่างน่ารัก
แม้ว่าจะไม่สว่างเท่าพระจันทร์แต่ฉันแน่ใจว่าคุณพระจันทร์คงดีใจไม่น้อยที่มีดวงดาวทั้งสองดวงอยู่ข้างกัน

ท้องฟ้าในวันนี้สวยราวกับอยู่ในนิทานสักเรื่องเพราะมันสวยเกินกว่าจะเป็นเรื่องจริง
เรื่องราวทั้งหมดในวันนี้จบลงภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสกาวไปทั่วท้องฟ้า
พร้อมกับฉันที่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเพื่อมองมันอย่างตั้งใจ
เป็นอีกวันที่แสนธรรมดา
แต่ทั้งหมดที่ฉันต้องการก็เพียงแค่ความธรรมดาเช่นนี้
เท่านั้นเอง......




SHARE
Writer
JINNNY
ผู้รับและผู้ให้ความรัก
I write to know more myself📝🚪🕯 ขอให้ดวงดาวที่หลงทางทั้งหลายส่องแสงนำทางให้ตนเองจนพบจุดหมาย💫✨💌

Comments

bigbigworld
3 months ago
ความธรรมดา ทีเรียบง่าย และไม่ หวือหวา แต่สร้างความสุขได้มากมาย
Reply
JINNNY
3 months ago
ใช่เลยค่ะขอให้คุณมีวันธรรมดาที่พิเศษสำหรับตัวคุณเองเยอะๆนะคะ:)
bigbigworld
3 months ago
เคยมีนะคะ แต่มันถูกกลืนโดยคนๆนึง และเค้าก้อทิ้งให้เราลืมวันธรรมดาที่พิเศษไป 

Reply