(wish us) do not be afraid

Hide me now
Under your wings
Cover me
Within your mighty hand

When the oceans rise and thunders roar
I will soar with you above the storm
Father you are king over the flood
I will be still and know you are God
Find rest my soul
In Christ alone
Know his power
In quietness and trust


Still - Hillsong

• 
ท้องฟ้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทำให้ฉันนึกถึงปีก

ผ่านมา 3 วัน ฉันเขียนข้อความนี้ทั้งหมดลงไป
ตั้งใจจะเล่าเกี่ยวกับวันที่พาแมวไปเดินเล่น
แต่สุดท้ายพอเขียนจบแล้ว 
ก็ย้อนกลับขึ้นมาเขียน ถึงสิ่งที่ทำงานอยู่ภายในจิตใจฉัน

และเล่าก่อนว่า ท้องฟ้าที่ทำให้นึกถึงปีกนี้มีความหมายยังไงเกี่ยวกับตัวฉันเอง

ตอนนี้ฉันนึกถึงเพลง Still ขึ้นมา
เนื้อไทยแปลว่า ‘ซ่อนข้าไว้’
ท่อนที่มักจะโผล่ขึ้นมาก่อนเลยคือ
‘ให้ข้าอยู่ภายใต้ปีกพระองค์...’

เป็นเพลงที่ฉันชอบมากๆ
และมันทำให้ฉันที่รู้สึกกลัวอยู่ในตอนนี้
เหมือนในเนื้อเพลงที่บอกว่า 

‘When the oceans rise and thunders roar
I will soar with you above the storm’


ชีวิตฉันเหมือนเจอกับพายุและรู้สึกสั่นคลอน

แต่ฉันจะมั่นใจในพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ได้
ปีกหรือพระหัตถ์ของพระเจ้าใหญ่เกินกว่าปัญหาของฉัน

I will be still and know you are God


สุดท้ายฉันจะยังคงยืนอยู่ได้ 
เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้า

• 

ถ้าหากเราพูดคำว่า ‘ใหญ่’
เราอาจจะรู้สึกกลัว และไม่อยากเผชิญ
เเต่ถ้าเราพูดว่า ‘กว้าง’ ขึ้นล่ะ
มันคงแปลกใหม่
ถึงจะไม่คุ้นเคย
ถึงจะยากขึ้น
แต่เราจะเห็นอะไรมากขึ้นด้วยหรือเปล่า?

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ฉันตัดสินใจพาแมวที่เลี้ยงอยู่ให้อพาร์ทเม้นท์มาตลอด
ออกไปข้างนอกบ้าน

เจ้าแมวเกาะตัวเราแน่นด้วยความหวาดกลัว
เพราะเคยชินอยู่แต่ในโลก 4x4
เป็นโลกที่คุ้นเคยและพอดีตัว
อบใจและปลอดภัย

ฉันเคยพาเจ้าแมวออกไปเดินเล่นบ้าง เมื่อหลายเดือนก่อนที่จะมีโควิด ตอนนั้นเจ้าแมวยังไม่กลัวโลกข้างนอกมากเท่านี้ ตอนนั้นฉันใส่กระเป๋าไปเพราะตัวเล็กอยู่
ส่วนตอนนี้เปลี่ยนเป็นสายจูงแทน เพราะตัวใหญ่เกินกระเป๋าแล้ว ( !! )

คงแปลกที่แมวจะใส่สายจูงไปเดินเล่น
แต่ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ 
เพื่อให้แมวได้เจอโลกที่กว้างขึ้น
สิ่งที่ต้องเผชิญคือ ความอ้างว้าง ความไม่มั่นใจ ความกลัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยต่างๆนานา ที่จะรู้สึกได้ 
เจ้าแมวดูไม่มีสุขใจเลยสักนิด

ฉันปล่อยเจ้าแมวลงพื้น โดยคล้องสายจูงไว้ที่แขน
เจ้าแมวเริ่มสำรวจ และขยับตัวออกไปได้ไกลขึ้น
เริ่มค้นพบกว่ากลิ่นของโลกกว้างที่ไม่คุ้นเคยนี้
มีบางอย่างที่น่าสนใจ ถึงจะกล้ากล้ากลัวกลัวอยู่บ้าง
แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้น

หวังว่า ครั้งหน้า ความกลัวจะลดน้อยลง
ความกล้าจะมีมากขึ้น
เพราะขนาดของโลกที่เคยรู้จักมันขยายออกไปกว้างขึ้น

เรานั่งเล่นกันอยู่สักพัก
จนพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า
ท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสี
และถึงเวลาข้าวเย็นแล้ว
ฉันอุ้มแมวกลับขึ้นห้อง
เจ้าแมวกอดฉันแน่นตลอดทาง
เเต่พอเปิดประตูห้อง
เจ้าแมวก็กระโดดลงจากอ้อมแขนของฉัน
ไปนั่งอยู่ในที่ประจำของตัวเองด้วยท่าทางสบายใจ

ฉันคิด :
แกจะอยู่แบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ
ถึงจะอยู่แบบนี้แล้วมีความสุข
แต่โลกความเป็นจริง...
โลกที่เราอาจจะไม่มีที่แบบนี้เข้าสักวันหน่ะ
มันน่ากลัวกว่าที่เราคิดนะ เพราะฉะนั้น 
ก็ต้องฝึกเอาไว้นะ
ฝึกเอาไว้ตั้งแต่วันนี้เลย 

เรามีบ้านในความรู้สึกได้ 
อยู่ในความปลอดภัยและไม่เสี่ยงอะไรเลยได้
แต่ก็ต้องฝึกฝนตัวเอง
ให้รู้จักกับปัญหาที่กว้างขึ้น ใหม่ขึ้น
เพื่อที่เวลาที่ไปเจอเข้ากับปัญหาของจริงแล้ว
 ใจของแกจะได้ไม่ช้อคตายไปเสียก่อน

บางทีแกกับฉันอาจจะเหมือนกันมากเลยก็ได้นะ
รู้ว่าโลกนี้ยังอีกกว้าง
รู้ว่าปัญหาที่เจอนี้มันเล็กน้อยและคับแคบแค่ 4x4
ถึงจะอยากอยู่แต่ในนี้ยังไง แต่สุดท้าย
เราทั้งคู่ต่างก็ถูกสร้างมาให้เจอกับโลกกว้างนะ

เพื่อที่เราจะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆใช่มั้ยล่ะ

แกคงปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้ฉัน
อยู่ในอ้อมอกฉันสินะ
ส่วนฉันเองก็มั่นใจว่า
ในหนทางที่แสนไกลและกว้างใหญ่ออกไป
ฉันจะมั่นคงปลอดภัยได้ เพราะฉันมีพระเจ้า
ที่รักฉันมากๆ และห่วงใยฉันเสมอ 🌞



• 8 hrs. ago — ในพระเจ้าไม่มีความบังเอิญ
ฉันรู้สึกได้สัมผัสว่าพระเจ้ารักฉัน ผ่านท้องฟ้ารูปปีกเมื่อวันอาทิตย์ ,และวันนี้ เป็นรูปเดียวกัน ต่างกันตรงที่วันนี้เป็นสีขาว 

ความรู้สึกหลายๆวันท่ี่ผ่านมาฉันรู้สึกไม่มั่นคงอยู่ภายในจิตใจ มีความกังวล ความหวาดระแวง ไม่มั่นใจ ไม่หนักแน่น ความตายยังคงวนเวียนเข้ามาในความคิด ; แต่พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ในชีวิตและทรงเป็นความจริงในชีวิตฉัน

เมื่อฉันนึกถึงบทเพลง ซ่อนข้าไว้ ตามที่เขียนไว้ในตอนต้นบทความ และ ตอนนี้ (10:09PM) ขณะที่นั่งลงอ่านไบเบิ้ล ข้อความเหล่านี้ก็ย้ำเตือนในจิตใจ 
ว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้า ที่จะป้องปกฉันด้วยพระหัตถ์ยิ่งใหญ่ พระหัตถ์เดียวกันนี้ที่สร้างโลกและจักรวาลและพระหัตถ์เดียวกันนี้ที่ใส่ใจทุกซอกมุมของตัวฉัน

แน่นอนบางครั้งพระเจ้าโกรธที่ฉันดื้อดึงและหันหนีจากพระเจ้า แต่พระเจ้าไม่เคยปล่อยมือฉัน พระองค์ฉวยฉันขึ้นมาจากปากแดนความตายครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะความรักของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์นั้น มีมากกว่าความโกรธ — และฉันจะสงบลงได้แม้พายุจะโหมกระหน่ำเข้ามามากมายเท่าใดก็ตาม 


“His anger continues only for a moment,
but his grace continues for our whole life. 
You may be sad all through the night, 
but in the morning, you will be happy again. When I was feeling safe and strong, 
I thought, ‘Nothing can ever destroy me.’ 
But Lord, it was you who made my kingdom strong, because you are so kind. 
But then you turned away from me, 
and I became very afraid.”

‭‭Psalms‬ ‭30:5-7‬ ‭EASY‬‬

ในพระเจ้าไม่มีเรื่องบังเอิญ •

SHARE
Written in this book
PEACE LIFE IN GOD
Living in the water of life - Be still rest under the shadow of mercy grace
Writer
PANPANMEME
extraordinary,honey skin☽
christian journal ᴥ part time designer ; full time dreamer

Comments