“ Dead ” line  - จดหมายลาตายของฉัน

หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้มีชีวิตอยู่ 
  
   คงเป็นวันที่ตื่นเต้นและรู้สึกกลัวในเวลาเดียวกัน มันเป็นการตายครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของเราเลย โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆหรอก จริงไหม 
  
    ถึงตอนที่เราตายแล้ว อยากให้จัดงานศพแบบเรียบง่ายนะ ไม่ต้องมีพระสวดก็ได้ ขอเป็นเปิดเพลงในเพลลิสท์ที่อยู่ในโทรศัพท์ของเราแทน เสื้อดำชุดดำไม่จำเป็นต้องใส่มาหรอก ใส่ชุดที่อยากจะใส่นั่นแหละ เป็นกันเอง มานั่งคุยกัน ถามสาระทุกข์สุขดิบกัน ให้เหมือนกับว่ามางานวันเกิดเรา แล้วอีกอย่าง ถ้าจะสูบบุหรี่ ขอให้ไปสูบข้างนอกนะ เราไม่ชอบกลิ่นของมันไม่ว่าจะยี่ห้อไหน แต่ถ้ากินเหล้าหรือเบียร์ ช่วยเคาะโลงเรียกเราไปกินด้วย ถึงเราจะตายไปแล้ว แต่จิตมันอยากกินอยู่ (หัวเราะ)

   พอพูดถึงการที่เราตายหรือหายไปจากโลกนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะมีเรื่องให้เสียดาย ถึงแม้ว่าปากจะบอกว่าไม่เสียดาย ไม่ติดค้างอะไรแล้วชีวิตนี้ แต่มันก็ย้อนแย้งกับสิ่งที่อยู่ในใจอยู่ดี 
   ยังมีหลายๆเรื่องที่ยังไม่รู้และอยากรู้ แพลนที่อยากจะไปเที่ยวที่ต่างๆ ทำเรื่องที่อยากทำตามที่เคยได้ลิสต์ไว้
เสียดายที่ยังใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่เท่าที่คนคนนึงจะทำได้
    เรื่องงานที่ยังไม่เจอจุดที่เราอยู่แล้วรู้สึกว่าใช่ ทั้งที่เรายังมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้
    แมวกับหมาที่เลี้ยงไว้จะมีคนดูแลมัน ให้ข้าวให้น้ำมันแทนเราหรือเปล่า
    คนที่เรารักจะทำใจได้หรือเปล่า จะมีคนคอยรับฟังให้ทำปรึกษาแทนเราไหม จะมีคนทำให้เขาหัวเราะได้หรือเปล่า หลังจากนี้เขาจะมีความสุขดีหรือเปล่า
    อีกเรื่องคงหนีไม่พ้นเรื่องประชาธิปไตย เสียดายเหมือนกันที่เราไม่ได้อยู่เห็นช่วงเวลาที่รัฐธรรมนูญถูกแก้ไข เสียดายที่ไม่ได้เห็นการเกิดขึ้นของเสรีภาพโดยแท้จริงด้วยตาตัวเอง
   และจะไม่พูดไม่ได้เลยเรื่องครอบครัว มันเศร้านะที่เราไม่ได้อยู่ตอบแทนและดูแลคนที่เลี้ยงดูเรามาเลย การที่เราจากไปอย่างกระทันหันแบบนี้ ใจของเขาคงแตกสลายยากที่จะประกอบกลับคืนมา บ้านคงเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม คงรู้สึกเหงากว่าเดิม บทสนทนาที่น้อยลง แต่เราเชื่อแหละว่าไม่นานนักพวกเขาจะปรับตัวได้ ถึงชีวิตหนึ่งจะดับลง แต่ชีวิตอื่นที่เหลืออยู่ต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะเศร้าหรือเสียใจขนาดไหน ต้องไปต่อให้ได้

    หากมีเวลามากกว่านี้ ก็อยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและคนที่รักให้มากที่สุด อยู่ให้คุ้มจนถึงวินาทีสุดท้าย การจากลาครั้งนี้จะได้มีความหมาย ไม่มีอะไรสูญเปล่า

    เอาจริงๆถึงตรงนี้แล้วมีเรื่องที่อยากขอโทษและขอบคุณเยอะเลยล่ะ ทั้งตัวเองและก็คนรอบข้าง
   อยากขอโทษตัวเองที่บางครั้งไม่เคยใส่ใจดูแลตัวเองเลย ฝืนร่างกายและจิตใจเกือบตลอด ถ้ายังมีชีวิตอยู่ เราก็อยากจะรักตัวเองให้มากกว่านี้
ถึงคนรอบข้างและคนที่รัก ขอโทษที่รั้นในเรื่องที่ไม่ควร ทำตัวเอาแต่ใจเกินไปจนกลายเป็นว่ามันพาบั่นทอนจิตใจ ขอโทษจากใจจริงนะ

ขอบคุณตัวเองที่พยายามมาจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ถึงจะมีเร่งไปบ้างแผ่วบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นไม่เป็นไรเลย พยายามได้ดีแล้วล่ะ ทำดีที่สุดแล้ว
ขอบคุณสิ่งดีๆที่มีให้กันมาตลอดระยะเวลาของชีวิตเรานะ ทั้งจากครอบครัว คนรอบข้าง จากเพื่อน คนที่เรารักและคนที่รักเรา จะไม่ลืมเลย ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีความทรงจำหลงเหลืออยู่แล้วก็ตาม 

“  ถ้าวันนี้เราไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ลองมองหาเราในช่วงหนึ่งของความทรงจำคุณดูนะ เราจะส่งยิ้มและโบกมือทักทายคุณเสมอ ” 

และหากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตจริงๆ 
ช่วยอยู่ในส่วนของเราทีนะ 




                                     พงศกร คามรักษ์
                              
   ชาตะ – 20 ตุลาคม 2542
                                มรณะ –  ปัจจุบัน







SHARE
Written in this book
ความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ออกมาจากความรู้สึกของหัวใจ ณ เวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ สุข เศร้า ถูกนำมาเรียบเรียงเป็นตัวอักษร
Writer
l3igeye
Reader
เป็นคนไม่ซ้าย ไม่ขวา ไม่สมบูรณ์ไป

Comments

Jiab_Pupang
1 month ago
อายุเพิ่งจะ 20 เอง พงศกร... 
อดีต... ช่างมัน
อนาคต... อย่าเพิ่งคิด
ปัจจุบัน... ใช้ให้คุ้มค่ากับทุกลมหายใจ 

อะไร คือ ความสุข เก็บไว้ ใช้เวลาอยู่กับมันให้มากที่สุด
อะไร คือ ความทุกข์ ก็ทิ้งไป อย่าไปเก็บไว้ในหัว อย่าไปจำ

ชีวิต 1 ชีวิต ไม่มีอะไรมากเกินไป หรือน้อยเกินไป อยากให้ลองกลับมาคิดทบทวนดูอีกรอบนะครับ
เสียดายความสุขที่คุณสะสมมา และอาจจะได้พบในอนาคตข้างหน้า

สู้ๆ ครับ ^^
Reply
l3igeye
17 days ago
โห้ยยย เป็นข้อความสั้นๆที่มีความหมายมากๆเลย ผมยังไม่รีบไปหรอกครับ555555555 มันเป็นแค่ความรู้สึกชั่วขณะ ที่จู่ๆก็รู้สึกขึ้นมาเลยจับมันมาเรียบเรียง ขอบคุณมากๆครับสำหรับข้อความและกำลังใจ