ฝนหยาดสุดท้าย
ฝนค่อยพร่ำลงมาช้าๆ ผมยืนอยู่ในนตรอกสกปรกแห่งหนึ่งในเมืองใหญ่ ไฟสีฟ้าสลับแดงสาดสองลงบนใบหน้าของผม ผู้คนมากมายกำลังยืนมุงดู เทปสีเหลืองของตำรวจกั้นพวกเขาออกจากผม นี้ก็ดึกมากแล้วทำไมคนยังมากันเยอะเยะเต็มไปหมด สงสัยผมทำเสียงดังไปหน่อยมั่ง

ผมยังยืนอยู่ที่เดิม ยืนมองชายคนหนึ่งที่นั้งพิงถังขยะอยู่ เขาหายใจอย่างรวยริน ในมือของเขามีปืนสีดำอยู่หนึ่งกระบอก ตำรวจและกู้ภัยกำลังช่วยกันกู้ชีพเขาอยู่

เขาเป็นคนที่ผมรู้จัก เรียกได้ว่ารู้จักดีที่สุดเลยก็ได้ ผมรู้จักเขาตั้งแต่จำความได้ ผมอยู่กับเขาในทุกช่วงชีวิต ทุกรอยยิ้ม ทุกหยาดน้ำตา ทุกคำชื่นชม ทุกคำเสียดสี ทุกความสุข ทุกความเศร้า ที่เขาต้องเผชิญ ผมอยู่ข้างๆเขาเสมอ

จนกระทั่งวันสุดท้ายของเขา ผมก็ยังยืนอยู่ข้างๆเขา

เลือดของเขาไหลปนกับน้ำฝน ไหลมาเป็นทางจนถึงที่เท้าของผม มันก็แหวกออกเป็นทาง เลือดสีแดงจางไหลลงท่อน้ำไป ‘สวยดีจัง’ ในใจผมคิดขึ้นมา เหลือดที่ไหลปนกับน้ำ สำหรับผมตอนนี้มันงดงามราวกับงานศิลปะ นายน่าจะได้เห็นนะ

ผ่านไปนานแค่ไหนผมไม่รู้ แต่สำหรับผมมันช่างยาวนานเหลือเกิน ผมเห็นหยาดฝนตกลงมาเป็นเม็ด ผมเห็นผู้คนที่ยืนมุงดูค่อยๆหายไปทีล่ะคน เขาไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับคนพวกนี้ เรื่องนี้ก็เป็นแค่เหตุการณ์ผิดปกติที่พวกเขาบังเอิญผ่านมาเจอ ไม่นานพวกเขาก็คงลืมมันไป

ผมยังยืนดูเขาอยู่ เขามองมาที่ผม น้ำตาไหลออกมา มันคงเจ็บมากสินะ สิ่งที่ได้ทำลงไป ไม่นานนักแววตาของเขาก็สิ้นแสง รถพยาบาลยังมาไม่ถึง กู้ภัยเริ่มที่จะปั๊มหัวใจของเขา แต่ผมรู้ดีว่ามันสายเกินไปแล้ว มันสายมานานแล้ว มันสายมาตลอด ไม่มีใครช่วยเขาได้แล้ว แม้กระทั่งผมเอง

ทุกๆเรื่องในชีวิตที่ผ่านมา ได้พลักดันเขามาถึงจุดจุดนี้ น้ำตาทุกหยด ทุกรอยยิ้ม ล้วนเป็นแรงพลักทั้งนั้น หากชีวิตไม่เคยมีรอยยิ้มเลยสักครั้ง เราคงไม่แสวงหามัน แต่พอเราเคยได้รับ เราก็อยากได้มันเรื่อยๆ แปลกดีที่รอยยิ้มทำให้คนเราเป็นทุกข์ได้

ผมยังคงจำวันนั้นได้ วันที่เขาบอกผม ‘พอแล้ว มันจบแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ต้องสู้อีกแล้ว’ ผมไม่ได้ตอบอะไร อาจเป็นเพราะวันนั้นผมก็คิดเหมือนเขาเช่นกัน

ฝนซ่าลงแล้ว ท้องฟ้าเจือด้วยแสงสีแดงสด ดวงอาทิตย์กำลังทอแสงอ่อน เขาถูกห่อด้วยผ้าสีขาว ในขณะที่ทุกคนกำลังจัดการเรื่องอยู่ ทิ้งให้เขานอนอยู่ที่พื้น ผมเดินเข้าไปจับลงบนใบหน้านั้น ใบหน้าที่เคยมีชีวิตชีวา บัดนี้กลับซี้ดเซียวและเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาด

“ได้เวลาไปแล้ว” เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังผม เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก

ผมหันหลังกลับไปก็ไม่พบใคร มีแต่ตำรวจกับกู้ภัยที่กำลังวุ่น

“ขอโทษนะครับ ที่ทำให้เดือดร้อน” ผมบอกพวกเขา แต่พวกเขาคงไม่ได้ยิน

ภาพที่ผมเห็นเริ่มจางหายไปทีละนิด ฝนหยุดตกแล้ว แสงอาทิตย์สีทองสาดส่องลงบนหน้าของผมและเขา

ฉันเสียใจนะ ที่มันต้องมาจบลงอย่างนี้

ฉันเสียใจนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับนาย

ฉันเสียใจ ที่มันสายเกินไป

ถ้ายังมีโอกาสอีกครั้ง ฉันอยากบอกนายเหลือเกิน



“เดี๋ยวฝนก็หยุดแล้ว” 


ลาก่อนนะ ตัวฉันเอง 
SHARE
Written in this book
ท่ามกลางสายฝน
เรื่องเล่าของผู้คนมากมาย เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายฝน
Writer
Windtle
Warlus
See how they FLY

Comments