เพลงรัก
ขณะนี้ เป็นเวลากว่าตีสี่แล้ว ฉัน ผู้ซึ่งมีเพื่อนสนิทเป็นเจ้าโรคซึมเศร้ามานานกว่า 2 ปี กำลังเผชิญกับการนอนไม่หลับมาเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ วันนี้ได้เปิดเพลงฟังไปเรื่อย เพลย์ลิสต์ที่วนไปมาทำให้ฉันนึกถึงเพลงเก่าในวันวาน และเปิดมันฟังซ้ำๆ พร้อมกับความทรงจำวันเก่าที่ทยอยไหลเข้ามาในหัว

Dear you...who teach me to know love song again. :)

วันหนึ่ง...
ในตอนเช้า ภายใต้แสงแดดอ่อนๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเหงาของช่วงปิดเทอม แม้จะเป็นช่วงพักของนิสิตปริญญาตรี แต่ยังคงเป็นวันส่งความคืบหน้าปริญญานิพนธ์ของนิสิตปริญญาโท

เขา..
นิสิตปริญญาโทเข้าชั้นปีที่ 2 ที่กำลังขมักเขม้นอยู่กับกระบวนการทำวิทยานิพนธ์ เขาเป็นผู้ชายใส่แว่น ผอม สูงปานกลาง และหน้าตาดี (สำหรับฉัน) ภายนอกอาจดูเป็นคนเรียบร้อย มีระเบียบ และเป็นคนคงแก่เรียนธรรมดาทั่วไป แต่สำหรับฉัน เขาพิเศษกว่าใคร

ฉัน..
นิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 ยืนอยู่ในร้านถ่ายเอกสาร ข้างรุ่นพี่ปริญญาโทผู้นั้น เราค่อนข้างสนิทกันในระดับหนึ่ง จากการเวิร์คชอปและการทำงานช่วยอาจารย์ร่วมกัน เราบังเอิญขึ้นรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยมายังคณะพร้อมกัน และต่างมีนัดกับอาจารย์ ฉันจึงไปปริ๊นท์งานกับพี่

ในขณะที่กำลังรองานปริ๊นท์ ก็มีเสียงเพลงดังมาจากลำโพงภายในร้าน มันบรรเลงเสียงเพลงให้ทุกคนที่เดินผ่านไปมาฟังทุกวันจนทุกคนต่างคุ้นชิน วันนี้มันก็ยังทำหน้าที่เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา เพียงแต่มีความพิเศษขึ้นอีกอย่าง...คือเป็นสื่อกลางที่ทำให้ฉันเริ่มทำความรู้จักกับเพลงรัก อีกครั้ง

สำหรับคนที่ฟังแต่เพลงบรรเลง เพลงประกอบการ์ตูน ซีรีย์ หรือเน้นการฟังเพลงที่มีจังหวะทำนองสนุก บีทหนัก และไม่สนใจความหมายของเพลงอย่างฉัน เพลงที่กำลังเล่นอยู่ตอนนั้นไม่อยู่ในความสนใจแม้แต่น้อย กระทั่งคนที่ยืนข้างๆหันมาสะกิดแล้วพูดด้วยหน้าตายิ้มแย้มว่า
นี่ เพลงเพราะดีนะ เคยฟังมั้ย
ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไร และไม่รู้ว่าเป็นเพลงแบบไหน จนกระทั่งได้ลองตั้งใจฟังดีๆ ถึงได้รู้ว่ามันคือเพลงรัก จึงหันไปตอบอย่างไม่ลังเล
ไม่เคยฟังเลยอะ
พี่: ได้ไง เพลงนี้ดังมาก ใครๆ ก็ต้องเคยได้ยิน
ฉัน: ไม่ใช่กับหนูแน่ เพราะหนูเน้นฟังเพลงการ์ตูน แอนิเมชั่น 
พี่: คนอะไรเนี่ย ไม่เคยฟังเพลงรัก

จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยฟังเพลงรักหรอก เคยฟังเมื่อนานมาแล้ว แต่พอความรักครั้งแรกและครั้งเดียวที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจบลงก็ไม่คิดฟังเพลงรักอีกเลย จนถึงวันนี้


ฉัน: โอเค จะลองกลับไปฟังดูบ้างแล้วกันนะ
พี่: จ้าาา

และแล้ว บทสนทนาระหว่างเราเกี่ยวกับเพลงก็จบลง และพากันเข้าไปพบอาจารย์ตามที่ได้นัดไว้

วันเวลาในช่วงปิดเทอมได้ดำเนินต่อไป พร้อมกับความสนิทและความไว้วางใจที่ฉันมีให้กับพี่มากขึ้นทุกวัน เราคุยกันผ่าน facebook messenger ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นนอนจนนอนหลับ เรียกได้ว่าเป็นคนที่คุยด้วยเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของทุกวัน ได้เจอหน้ากันบ่อยครั้ง

แม้ช่วงเวลาปิดเทอมได้หมดลง และเวลาเปลี่ยนผ่านมาจนถึงช่วงเปิดเทอม เราก็ยังได้เจอกันบ้างบางโอกาส และถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาที่พี่เริ่มกลับไปทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิมแล้วหลังจากที่ลามาเรียนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ถึงแม้การสนทนาระหว่างวันจะน้อยลงผันตามการที่ต่างต้องโฟกัสกับภารกิจและหน้าที่ในชีวิตประจำวันของตัวเอง แต่เราก็ยังคงมาเล่าเรื่องที่เจอมาแต่ละวันให้กันฟัง ฉันช่วยพี่ทำธีสิส และพี่ช่วยสอนฉันใช้โปรแกรม ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและอิ่มเอมใจในสิ่งที่ผ่านไปในแต่ละวัน จากคนที่ไม่สนใจใคร่รู้เรื่องราวของใครเท่าไหร่นัก กลับตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ถึงเวลาที่พี่จะมาอัพเดทเรื่องราวให้ฟังทุกวัน

นอกจากการแลกเปลี่ยนเรื่องราวแล้ว อีกสิ่งที่ฉันจำได้ดีคือ การแลกเปลี่ยนเพลงที่ชอบให้กันฟัง เขาทำให้ฉันเริ่มฟัง และชอบ จนไปค้น ตามหา เพลงของ slot machine เกือบทุกเพลง จนกลายเป็นแฟนเพลงไปอีกคน นับว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ประทับใจที่สุดในชีวิต

ระยะเวลาผ่านไป จนมาถึงวันนี้ก็ 5 ปีแล้ว...
ถึงแม้ว่าในวันนี้ เราจะไม่ได้คุยกันแบบเมื่อก่อนแล้ว และต่างคนก็ต่างมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง แต่สิ่งที่ยังติดตัวฉันมาจนถึงทุกวันนี้ คือ ฉันกลายเป็นคนที่ฟังเพลงรักได้ทุกแนว และยังอินไปกับเนื้อหาของเพลง อีกสิ่งคือ ฉันรู้จักที่จะ "รัก" ในวันที่อายุ 25 ปี รักอย่างบริสุทธิ์ใจ รักอย่างหวังดีและเฝ้ามองคนที่รักเติบโต งอกงาม และยังคงมีความห่วงใย ความหวังดี และกำลังใจให้เขาอยู่ห่างๆ เสมอ ในสถานะพี่น้อง ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว วันนี้ภูมิใจมากที่จะบอกว่า
ฟังเพลงรักเป็นแล้วนะ
ขอบคุณที่เข้ามาสอนให้ฟังเพลงรัก และได้รู้จักความรักอีกครั้งนะคะ

Thank you for teach me to know love song again :)


SHARE
Written in this book
Memorize1
Writer
Nebiwla
Writer
Just be me.

Comments