กรอบ
          หากเราได้สวมใส่แว่นตาสีแดงมาตั้งแต่เด็ก และไม่สามารถถอดมันได้ เมื่อเวลาผ่านไปเราจะคิดว่าสิ่งทั้งหลายรอบตัวเราเป็นอย่างที่เห็น คือ เป็นสีแดง ในทำนองเดียวกัน หากคนใส่แว่นสีน้ำเงิน สีเหลือง หรือสีใดๆ เขาก็จะเข้าใจในแบบนั้น ทำนองเดียวกันนี้อีก คนทั่วไปไม่ได้สวมใส่แว่นใดๆ มาเลยตั้งแต่เกิด เมื่อเวลาผ่านไปก็เข้าใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นจริงขึ้น คือ เห็นน้ำใส เห็นดินสีน้ำตาล เห็นเปลวไฟสีส้ม เห็นใบไม้สีเขียวเป็นต้น นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจ ทั้งๆ ที่จริงๆแล้ว สีต่างๆ เหล่านี้อาจจะไม่เป็นอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ก็ได้ เช่น มีคนถามว่า ใบไม้ใบหนึ่งซึ่งเป็นสีเขียว (อย่างที่เราเห็น) เมื่อเอาไปใส่ในกล่องแล้วปิดกล่องจนมืดมิด และไร้การสังเกต ใบไม้นั้นสีอะไร ในการพิสูจน์นั้นคงทำไม่ได้เพราะไม่มีสิ่งใดไปสังเกต แต่คนก็มักจะคิดว่าใบไม้นอกกล่องหรือในกล่อง มันย่อมมีสีเขียว นี่คือ เราใช้ข้อมูลที่เราเคยประจักษ์มานั้นมาตอบคำถามโดยอนุมานว่าใบไม้ใบนั้นต้องเป็นสีเขียวแน่ๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้รวมๆ เรียกว่าเป็นกรอบความคิด หรือกรอบเชิงมโนภาพ เมื่อมนุษย์เรามีกรอบขึ้นมาแล้ว เมื่อเจอสิ่งใดๆ โดยมีเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามสิ่งที่เคยพบมา เราสามารถอนุมานได้ว่า ต่อไปจะเป็นอย่างนั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้นักคอมพิวเตอร์มักเอาไปใช้งานเป็นอัลกอริทึมหรือกระบวนการคิดให้กับคอมพิวเตอร์ เป็นพื้นฐานของระบบ AI โดยในปัจจุบัน อัลกอริทึมที่เห็นได้ชัดคือ Decision tree Algorithm
          คอหนังจีนนั้นพูดอย่างถ่อมๆ คือ แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักจักรพรรดิเฉียนหลง แต่ถ้าพูดอย่างโอ้อวดไปเลยว่า คอหนังจีนนั้นไม่มีใครเลยไม่รู้จักจักรพรรดิเฉียนหลง เฉียนหลงนั้นเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่องค์หนึ่ง สร้างอาณาจักรต้าชิงนั้นให้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครในโลก เคยมีคนเทียบว่า ขณะนั้น จีนมีขนาด GDP เบอร์หนึ่งของโลก โดยมีขนาดไม่น้อยกว่า 2 ใน 5 ส่วนของ GDP โลกด้วยซ้ำ อเมริกาตอนนั้นยังไม่เป็นวุ้นเลย แต่เมื่อพ้นเลยช่วงเฉียนหลงแล้ว จักรพรรดิองค์ต่อไปคือเจียชิง ซึ่งจักรพรรดิองค์นี้ ก็ไม่ได้มีความสามารถยิ่งหย่อนไปกว่าพระบิดาเลย อีกทั้งยังขยันอ่านฎีกาหามรุ่งหามค่ำ เพื่อดูแลประชาชนของพระองค์ แต่แล้วระบบเศรษฐกิจประเทศจีนก็เริ่มเสื่อมถอยลงจนเกิดกบฏ หลายครั้งหลายครา เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเจียชิงนั้นคิดว่า นโยบายของพระบิดานั้นดีแล้ว เพราะเห็นว่าทำให้จีนนั้นยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ หากดำเนินตามรอยต่อไปก็คงทำให้จีนยิ่งใหญ่อยู่อย่างนี้ แต่เจียซิงนั้นไม่ได้มองปัจจัยภายนอก คือ ยังอยู่ในกรอบเดิมอยู่นั่นเอง ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นตะวันตกกำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้ความเจริญย้ายฝั่งจากตะวันออกไปตะวันตก การไม่เดินเกมใหม่ ติดกรอบเดิมเพราะเข้าใจว่าสิ่งที่ทำมาแต่เก่าก่อนนั้นสำเร็จจะสำเร็จไปทุกเวลานั้นไม่ใช่เสียแล้ว ด้วยเหตุนี้ราชวงค์ชิงก็เป็นอันล่มสลายไป เป็นเหตุให้สีจิ้นผิงใหญ่ขึ้นได้ในวันนี้ ….. ใครอ่านเรื่องพม่าเสียเมือง ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็จะมีความรู้สึกแบบเดียวกันเลย คือ พม่านั้นยังยึดติดกรอบเดิม ทำอย่างเดิม จึงสิ้นราชวงค์คองบองไป
          อันว่ากรอบนั้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเป็นแนวคิด หรือ แนวทางในการทำสิ่งใดๆ แต่กรอบนั้นไม่ได้ยืนยงถาวร กรอบจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะแก่กาลสมัย อันคิดว่าจะใช้กรอบเดิมๆ นั้น ก็รังแต่จะให้เป็นไปไม่ต่างกันเลยกับต้าชิง หรือ คองบอง


สวัสดี
ว่าง ไม่ใช่ ไม่มี
27 ส.ค. 63






SHARE

Comments