ฉันเคยเป็นคนที่จะไปจากแกก่อน

  หลังจากช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อนได้จบลงไปตั้งแต่เดือนก่อน ฉันก็ได้รับอีเมลจากทางโรงเรียนที่ทำให้ฉันตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น เพราะว่าฉันจะได้กลับไปเรียนห้องเดิมของฉัน! เนื่องจากสถานณ์โควิดที่ญี่ปุ่นรุนแรงทุกวัน โรงเรียนก็เลยให้นักเรียนทุกคนที่อยู่ญี่ปุ่นกลับมาเรียนออนไลน์กันอีกครั้ง นั่นก็เลยทำให้ฉันได้กลับไปเรียนกับเพื่อนๆห้องเดิมพร้อมกับเนื้อหาที่ควรจะเป็นไปตามระดับของฉัน! ฉันคิดถึงห้องเรียนเดิมมากจริงๆ

พอได้รับอีเมลก็รีบทักไปบอกเพื่อนคนเวียดนามที่อยู่ห้องเดียวกับฉัน(และยังไม่ได้ไปญี่ปุ่น)ว่า พวกเราจะได้กลับไปเรียนห้องเดิมแล้วนะ!  เธอได้รับอีเมลรึยัง? ฉันตื่นเต้นและดีใจจนเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่ นี่มันเหมือนปาฏิหาริย์ เหมือนความรักที่ย้อนกลับมา ฉันไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น! ฉันทำใจมาแล้วว่าฉันคงต้องอยู่ในสภาพนั้นอย่างช่วยไม่ได้ แต่มันก็เกิดขึ้น!

ดูเหมือนว่าโรงเรียนจะทำใจแล้วแหละว่าจะต้องเรียนออนไลน์กันอย่างจริงจังนับจากนี้ ก็เลยเพิ่มเวลาชั่วโมงเรียนให้เท่ากับชั่วโมงในโรงเรียนจริงๆ ฉันเลยต้องเรียนหนักขึ้นเป็น2เท่าจากเดิม เพราะมีคาบเรียนเพิ่มมากขึ้น ถึงจะเหนื่อยมากที่นั่งฟังภาษาญี่ปุ่นวันละ4ชั่วโมงติดกันแต่ก็มีความสุขกับสภาพที่เป็นกว่าก่อนหน้านี้ ฉันได้เรียนและสอบเหมือนกับอยู่โรงเรียนจริงๆ ก็ไม่ได้บอกนะว่าการเรียนและการสอบออนไลน์มันดี แต่มันมาถึงจุดที่ต้องโอเคแล้วล่ะ 5555 ก็ทำเต็มที่เท่าที่สภาพตอนนี้จะเอื้ออำนวย

ล่าสุดเพิ่งสอบปลายภาคผ่านไป ใช่แล้ว! ฉันเรียนออนไลน์มาจนจะจบเทอมแล้วค่ะ ตั้งแต่เดือนเมษาจนตอนนี้ก็กันยาแล้ว พอขี้นเดือนตุลาก็จะเป็นเทอมใหม่ เวลาผ่านไปเร็วมากๆจนน่าใจหายจริงๆ ช่วงเวลาที่ถูกกลืนไปกับโควิดนี่ เราผ่านมานานขนาดนี้แล้วหรอ? เหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ฉันเรียนต่อต่างประเทศแบบออนไลน์ รู้สึกแปลกไปอีกแบบจริงๆ

ส่วนสอบปลายภาคที่ผ่านมาก็มีทั้งไวยากรณ์ คำศัพท์ การฟัง การอ่าน การพูด และคันจิ เป็นอาทิตย์สอบที่เหนื่อยนรกมากๆเลยค่ะ 555 ถึงจะจัดสอบวันเว้นวันแต่วันที่ไม่มีสอบก็มีเรียนเต็มตามปกติเลย เพื่อนจีนในห้องถามเซนเซย์ว่าหลังสอบปลายภาคมีวันหยุดมั้ย เซนเซย์บอกว่าไม่มีค่ะ TT เรียนออนไลน์เวลาเรียนก็น้อยอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะชดเชยช่วงแรกๆที่เรียนไม่เต็มเวลา ฉันเองก็อยากพักเหมือนกันแต่สุดท้ายก็เรียนต่อแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้คุ้มกับค่าเทอมและเวลาที่เสียไป

แล้วก็เรื่องสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นที่จัดปีละ2ครั้ง รอบเดือนธันวาที่จะถึงก็สมัครไปเรียบร้อย คิดว่าที่ไทยน่าจะสอบได้ถ้าไม่มีอะไรพีคขึ้นมา แต่ก็ติดที่ว่าไม่รู้ว่าจะได้ไปญี่ปุ่นตอนไหนและเมื่อไหร่ ก็เลยต้องเพลเซฟด้วยการสมัครที่ญี่ปุ่นไปด้วย ถึงแม้จะรู้ว่ามีโอกาสน้อยมากๆที่ญี่ปุ่นจะจัดสอบได้(จำนวนผู้ติดเชื้อสูงทุกวัน) และค่าสอบที่ญี่ปุ่นก็แพงมากก แพงกว่าสอบที่ไทยประมาณ2เท่า แถมยังไม่ได้ใบประกาศนีย์บัตรด้วย ถ้าจะเอาต้องไปขอและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม(ไม่อ่อนโยนกับต่างชาติเลย) อีกด้านนึงถ้าสอบที่ประเทศตัวเองแค่จ่ายค่าสอบครั้งเดียว พอสอบเสร็จใบทุกอย่างจะส่งตรงถึงบ้านคุณ นี่ก็เลยแอบหวังว่าจะได้สอบที่ไทยให้มันจบๆ แต่อีกใจก็อยากไปญี่ปุ่นเร็วๆเหมือนกัน คือมันย้อนแย้งมากๆ 555

เห้อ.. ชีวิตการเรียนก็จะยุ่งๆประมาณนี้ แต่มันก็ดีแหละ ดีแล้วที่ยุ่งจนไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรแล้วกับเรื่องของความรัก ไม่มีการติดต่อกับคนๆนั้น ไม่ทำอะไรเลย เอาเป็นว่าฉันก็ได้มีเวลายุ่งๆส่วนตัวของฉันบ้างเหมือนที่คนชอบอ้างกัน 

และแล้วอาทิตย์ต่อมา ผลสอบของโรงเรียนก็ออกโดยส่งมาทางอีเมลของทุกคนเป็นการส่วนตัว ฉันสอบผ่านทุกอันนั่นก็เท่ากับว่าฉันจะได้เลื่อนชั้นในเทอมถัดไป

แล้วอยู่ๆฉันก็นั่งนึกถึงช่วงเวลาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้.. ทั้งบางคนที่อยู่ด้วยกันมาทุกสถานการณ์ บรรยากาศต่างๆ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเจอกันเลยแต่ก็เจอกันในคาบเรียนทุกวัน ได้ยินชื่อ ได้ยินเสียงมาตลอด ฉันเคยฝันว่าอยากจะเจอเพื่อนทุกคนแล้วฉันก็คิดเสมอว่าถ้าสถานการณ์กลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ ก็คงจะได้เจอทุกคนที่โรงเรียนอย่างแน่นอน แต่มาถึงตอนนี้ก็จะจบเทอมกันแล้ว เทอมหน้าก็คงมีการจัดห้องใหม่ พอคิดแบบนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกเหงาขึ้นมาเหมือนกัน

และท่ามกลางความรู้สึกเหงานั้น ฉันก็นึกถึงเพื่อนคนนึงขึ้นมา ใช่ เค้าคือเพื่อนคนแรกและเดียวในโรงเรียนนี้ที่ฉันคุยด้วยอย่างจริงๆจังๆเพราะเราเป็นเพียง2คนในห้องที่ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น นั่นทำให้เราผ่านอะไรมาด้วยกันหลายอย่าง ทั้งช่วงที่โดนปรับเปลี่ยนการเรียนออนไลน์ ช่วงย้ายห้องไปเรียนกับคนอื่น จนกระทั่งกลับมาห้องเดิมและสอบปลายภาค เค้าเผชิญทุกอย่างเหมือนกับฉัน และเราสองคนก็คุยกันเสมอเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนฉันขาดเรียนก็ทักไปถามว่าวันนี้เรียนอะไรไปบ้างเพราะใกล้จะสอบแล้ว เราสองคนไม่เคยคุยอะไรกันเกินกว่าเรื่องเรียนและเรื่องทั่วๆไป บางทีเค้าก็พาฉันคุยนอกเรื่องบ้าง แต่ฉันก็หยุดมันไว้ตลอด ทำไมกันนะ..? ใจนึงฉันรู้สึกได้ว่าฉันกำลังกลัวความรู้สึกตัวเอง กลัวที่จะต้องรู้สึกอะไรกับคนที่ไม่เคยเจอกันอีก ฉันไม่อยากจะรักอะไรแบบนี้อีกแล้ว แต่เค้าก็ดีกับฉันมากจริงๆ เค้าเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ายังมีใครสักคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากฉันและฉันก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ไม่มีครั้งไหนที่เค้าจะทิ้งฉัน เราสองคนคุยกันรู้เรื่องมาตลอด และเค้าเอ็นจอยและเต็มใจที่จะคุยกันทุกครั้ง 

‘เค้าคงเป็นคนที่ฉันคงจะเสียใจมากถ้าไม่ได้เรียนด้วยกันต่อ’ อยู่ๆฉันก็รู้สึกแบบนี้ 

‘ขอแค่ได้อยู่ห้องเดียวกันต่อไปก็คงจะดีนะ..’ ฉันรู้สึกว่าฉันจะต้องเหงาแน่ๆเลยถ้าไม่มีเค้า ถ้าอยู่ๆเส้นทางนี้ก็เกิดแยกกันไปมันคงจะเศร้าน่าดู ชีวิตของฉันยิ่งชอบเล่นตลกร้ายอยู่เรื่อย เหมือนมีแค่ฉันที่ไม่ว่ายังไงก็ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเอง

ในห้องเรียนฉันมีคนเก่งหลายคน ฉันรู้สึกชื่นชมและรู้สึกดีที่ได้เรียนอยู่ห้องนี้ บางทีฉันก็งงว่าฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงในเมื่อระดับภาษาญี่ปุ่นของเพื่อนบางคนดูเก่งกว่าฉันไปอีกขั้นนึงเลย ฉันกำลังจะสอบN3 แต่หลายคนกำลังจะสอบN2 รวมถึงเพื่อนคนนั้นก็ด้วย ฉันรู้สึกว่ามีคนเท่ๆอยู่รอบตัวฉันเต็มไปหมด ฉันชอบคนที่เก่งกว่าตัวเองเพราะรู้สึกว่าเท่มาก เค้าผ่านระดับที่ฉันกำลังจะสอบไปแล้ว ว้าว! ที่เรียนด้วยกันอยู่นี่มาทบทวนหรือยังไงกัน?

ฉันเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง เพื่อนบอกว่านั่นหมายถึงฉันก็เก่งเหมือนกันถึงมาอยู่ห้องนี้ได้ ทั้งๆที่ยังไม่เคยสอบN3 เอาจริงฉันก็ไม่รู้ว่าโรงเรียนนี้วัดความสามารถนักเรียนที่ตรงไหน แต่มันก็ดีแล้วแหละที่ฉันมาอยู่ตรงนี้ พอเห็นแบบนี้ฉันก็อยากจะสอบผ่านN3แล้วจริงๆ และฉันก็อยากส่งกำลังใจเพื่อนที่จะสอบN2ซึ่งรวมถึงเพื่อนคนนั้น ตอนแรกเค้าบอกฉันว่าเค้าไม่ได้สมัครสอบที่เวียดนามเพราะไม่รู้ว่าจะได้ไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ แล้วก็เหมือนว่าเค้ายังไม่พร้อมสำหรับระดับนั้นเพราะเนื้อหาที่เรียนอยู่ก็ยังไปไม่ถึง(แหงสิ ก็เพราะให้คนระดับN3แบบฉันเรียนด้วยหนิ 5555)

แต่สุดท้ายแล้วก็มีอาจารย์มาถามว่าจะสมัครสอบมั้ย ทั้งอาจารย์ประจำชั้นและอาจารย์คนอื่น เหมือนเป็นการกดดันทางอ้อมว่าให้สมัครสอบไปซะ 5555 เค้าก็เลยบอกว่าขอคิดดูก่อน แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเค้าสมัครรึเปล่า ส่วนฉันน่ะเสียเงินไปแล้วทั้งสองที่ ครั้งนี้ต้องได้สอบไม่ว่าตัวจะอยู่ที่ไหน 555 เพราะชีวิตไม่แน่นอนมันก็จะเสียเงินเยอะหน่อย TT

ฉันก็อินกับชีวิตของฉันตอนนี้ในระดับนึงและเหมือนฉันจะโอเคขึ้นมากกับการที่ใครบางคนเงียบใส่ฉันไปเมื่อเดือนก่อน เราไม่ได้คุยกันอีกเลยตั้งแต่วันเกิดของเค้าที่ฉันทักไป และเค้าก็ไม่คิดจะทักกลับมา ฉันก็เลยปล่อย ถ้ามีโอกาสอนาคตก็คงจะได้เจอกัน แต่ถ้าไม่ฉันก็คงจะมูฟออนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า คนที่พร้อมจะรักฉัน คนที่พร้อมจะเริ่มต้นกับฉัน

นายไม่สนใจใยดีฉัน ทำเหมือนความรักของฉันเป็นแค่อากาศ มันก็จะมีคนอื่นมาดูแลหัวใจของฉันแทนนายแล้วล่ะ

ใครบางคนอาจพูดถูก ถึงตอนนั้นอาจจะสายเกินไปที่เค้าจะกลับมาแล้ว ในเมื่อชีวิตของฉันก็มีอิสระและมีทางเลือก ถ้ามีคนที่ดีกับฉันมันก็ไม่แปลกที่ฉันจะมูฟออนไปจากคนที่ไม่เห็นค่าของฉัน 

ที่ผ่านมาฉันไม่ได้เลิกคิดถึงหรือเลิกชอบเค้า แต่ฉันค้นพบว่าฉันทำเต็มที่แล้วและไม่สามารถดึงเค้าขึ้นมาจากอดีตได้ ในเมื่อเค้าเลือกจะจมอยู่อย่างนั้นและไม่คิดจะมองหาแสงสว่าง ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง การปล่อยเค้าไปก็คงจะดีที่สุด เค้าไม่ได้ยื่นมือมาให้ฉันช่วยดึงเค้าขึ้นไปอีกแล้ว

สภาพตอนนี้อาจจะเป็นสิ่งที่เค้าต้องการมาตลอดก็ได้มั้ง สภาพที่ไม่ต้องมาคุยกัน.. สภาพที่ไม่ต้องมีเราไปห่วงชีวิตของเค้าอีก

ที่ผ่านมามันเคยมีความรักเกิดขึ้นจริงๆรึเปล่าฉันก็ไม่รู้.. แต่ฉันมีใจที่ตั้งใจจะรักเค้าอย่างดีที่สุด พยายามประกอบชิ้นส่วนที่แตกสลายของเค้าให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่ผลที่ได้รับคือการที่เค้าเลิกที่จะคุยกับฉันเหมือนเมื่อก่อน ฉันไม่เคยเข้าใจ และฉันก็เลิกอยากจะเข้าใจแล้วด้วย

I don’t know why you hide from the one and close your eyes to the one.. mess up and lie to the one..who always be there for you.

กาลครั้งนึงเค้าเคยขอให้ฉันอยู่ เค้าเคยบอกว่าเค้ามีความสุข เค้าอยากรู้จักฉัน เค้าอยากเริ่มต้นใหม่ อยากจะมาเจอกัน และฉันก็เชื่อและรู้สึกถึงมันได้จริงๆ ฉันถึงได้รักเค้ามาจนถึงตอนนี้ แต่ก็นั่นแหละเค้าตอบแทนฉันด้วยการทรยส เค้าปล่อยฉันทิ้งไว้กับความเงียบ ฉันคงผิดเองที่คิดว่าระหว่างเราจะเป็นไปได้

ถ้าเค้าดีกับฉัน ยังพูดคุยกับฉันบ้าง ฉันบอกเลยว่าไม่มีวันที่ฉันจะไปจากเค้า ไม่มีวันมองคนอื่นหรือรู้สึกกับคนอื่น

แต่ในเมื่อเค้าเลือกจะเมินกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ฉันก็คงต้องไปแล้ว แต่จำไว้นะว่า..

I loved you,

But you don’t even try to keep me.



SHARE
Writer
HermioneRiddle
Student
My personal Diary

Comments