เวลาเจอคนที่มีทัศนคติต่างกับเรามากๆ เราจะอึดอัด : เวอร์จิเนียร์ ซาเทียร์
1
น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา เวลาที่เจอคนมีทัศนคติและบุคลิกต่างกับเรามากๆ เราจะอึดอัด เพราะมันหมายความว่า เรามีมุมมองและความคิดเห็นที่ต่างกัน จึงมีโอกาสปะทะกันสูง

เราจึงชอบอยู่กับคนที่คิดเหมือนกับเรา ทำอะไรคล้ายๆ เรา หลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกับคนที่คิดต่าง เพื่อตัดปัญหาที่จะทะเลาะหรือเป็นศัตรูกันไป

เช่นเวลาเจอคนที่ยอมคนง่ายๆ หรือยอมผู้มีอำนาจ โดยไม่ต่อต้าน ผมมักอึดอัด หรือเจอคนลื่นไหล ปลิ้นปล้อน สนุกสนานตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่คุยเรื่องจริงจังหาคำตอบ ผมจะอึดอัดไม่แพ้กัน

จึงเป็นธรรมดาที่ผมจะหลีกเลี่ยงคนสองประเภทนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่า สถาณการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นคำบอกใบ้ให้ผมรู้ว่าตัวเองยังขาดคุณสมบัติสำคัญ 2 อย่างไป และผมใช้ชีวิตอยู่บนโลกเพียงครึ่งใบเท่านั้น

2
ตอนเป็นเด็ก เราทุกคนจะทำการพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเองขึ้นมา โดยบุคลิกของเราจะออกแบบขึ้นเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมในวัยเยาว์

เวอร์จิเนียร์ ซาเทียร์ นักจิตวิทยาชื่อดังบอกว่า เราจะมีวิธีรับมือสิ่งเร้าภายนอกอยู่ 4 แบบ คือ

1.ยอมรับ หรือยอมตาม
หากเราเกิดในบ้านที่พ่อแม่บ้าอำนาจมากๆ หรือชอบใช้ความรุนแรง เรามีโอกาสยอมสยบต่อผู้มีอำนาจ เพื่อให้ผ่านเรื่องร้ายๆ ไปเร็วๆ พอโตขึ้น เราจึงยอมคนอื่นง่ายๆ และไม่มีปากเสียงเลย

2. ต่อต้าน หรือไม่ยอมรับ
หากเราโตในบ้านที่พ่อแม่บ้าอำนาจเหมือนข้อหนึ่ง บางคนจะใช้ยุทธศาสตร์ตรงข้ามเลย คือ ต่อต้าน หรือไม่ยอมรับไปเลย อาจแสดงออก หรือดื้อเงียบก็ได้ บางคนก็หนีจากบ้าน

3.มีเหตุผล หรือใช้ความจริงจัง
ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน และคาดเดาอะไรไม่ได้ การใช้เหตุผลหรือวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ช่วยให้เราดำเนินชีวิตง่ายขึ้น แต่การใช้เหตุผลกับทุกเรื่อง ตลอดเวลา ก็นำมาสู่ความเครียดหรือท่าทีจริงจัง

4.ลื่นไหล เฮฮา บิดพลิ้ว
บางครั้งการพูดความจริงว่าเป็นคนทำจานแตก ก็อาจถูกแม่ด่าและตีจนตาย (ทั้งที่จานราคาแค่สิบบาทเอง) พอพูดความจริงและผลลัพธ์คือเจ็บตัว เด็กบางคนจึงตอบสนองด้วยการโกหก บิดพลิ้วไปว่าแมวทำหล่น ซึ่งเป็นวิธีตรงข้ามกับข้อสาม

3
เวอร์จิเนียร์ ซาเทียร์ บอกว่า คนเราจะเลือกใช้ยุทธศาสตร์สองชนิดคือ 1 หรือ 2 กับ 3 หรือ 4 ในการรับมือกับสิ่งเร้าภายนอก

ผมจึงได้รู้ว่าตัวเองเลือกใช้การต่อต้าน (ข้อ2) และการใช้เหตุผล(ข้อ 3) ในการดำเนินชีวิต จึงมักรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่เจอคนยอมตามง่ายๆ หรือคนสนุกสนานตลอดเวลา ซึ่งก็ทำให้ผมเสียโอกาสดีๆ ไปหลายอย่าง

พอรู้แบบนี้ เราจะได้สำรวจตัวเองว่าเราขาดอะไร จะได้ใช้ตัวตนในมุมอื่นบ้าง

เพราะเอาเข้าจริง บางเรื่องในชีวิตเราก็ต้องยอมรับหรือตามกระแสบ้าง (ไม่ใช่ต่อต้านไปทุกเรื่อง) หรือบางเรื่องเราก็ต้องสนุกสนานเฮฮาบ้าง ไม่ใช่จริงจังหรือเครียดไปทุกตอน

แล้วคุณล่ะ ใช้ยุทธศาสตร์ข้อไหนในการดำเนินชีวิตอยู่ ชีวิตกำลังเอียงไปครึ่งเดียวอยู่หรือเปล่า ชอบตัวเองที่เป็นอยู่หรือไม่ มีอะไรอยากปรับปรุงไหม

เล่าสู่กันฟังได้ครับ


หมายเหตุ- คอมพิวเตอร์ที่ใช้มา 6 ปีพังครับ บูทไม่ติด จนกว่าจะซ่อมเสร็จ จึงไม่สัญญาว่าจะได้อ่านบทความใหม่ทุกบ่ายวันอาทิตย์ / ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ และขอบคุณที่ติดตามมาตลอด
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Reader
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments

Sheepsloth4649
2 months ago
ขออนุญาตถามได้ไหมคะว่า productive กับ proactive แตกต่างกันยังไง
Reply