วันละสองครั้งหรือเมื่อมีอาการปวด


เดือนสิงหาแม่ป่วยหนักขึ้น อยู่ๆก็ปวดเนื้องอกที่ปีกมดลูกด้านซ้ายขึ้นมาเฉียบพลัน เรารู้ตัวอีกทีก็ย้ายร่างจากเกาะสมุยมายืนตัวสั่นอยู่ที่ข้างเตียงนอนของแม่ที่สงขลา ที่กำลังสั่นกว่าเพราะความเจ็บปวด

"เจ็บมากมั้ย?" เราถามแม่ทำลายความเงียบ

"เจ็-บ-บ" แม่ตอบด้วยเสียงแหบพร่า

"..." เรามองตาแม่ และไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีก

นั่นแหละ ครั้งแรกในชีวิตลูกผู้ชายที่อยากจะกรี๊ดดังๆให้คอแตก
เราวุ่นวายจัดการพาแม่เข้าพบหมอ นัดวันผ่าตัด แผนที่เราวางกันไว้ว่าจะค่อยๆเริ่มทำกันไปในระยะเวลาสี่เดือนถูกรวบรัดลงภายในวันเดียว ทุกความล่าช้าจะทำให้แม่เจ็บเพิ่ม แม้เราจะไม่เข้าใจเลยว่าเนื้องอกที่อยู่ดีๆมาได้เป็นปีๆจะมีอาการขึ้นมาเดี๋ยวนี้ได้ยังไง แต่ไม่มีเวลาให้คิด ไม่มีเวลาให้สงสัย เราทำงานเหมือนหัวรถจักร ตรงไปที่นี่ รับสิ่งนี้ จ่ายสิ่งนี้ คุยกับคนๆนี้ เพื่อไปพบคนๆนี้
รู้ตัวอีกที่ก็หัวถึงหมอนแต่สมองยังไม่หยุดคิด กลางคืนอัดควันกลางวันเป็นไฟอยู่อย่างนั้น

สงขลาเป็นเมืองที่เราอาลัยอยู่เสมอ เราอาศัยอยู่ที่นี่มาแค่ห้าปีแต่รู้สึกผูกพันธ์เหมือนบ้าน เรากับแม่ห่างกันมาตลอดชีวิต จนกระทั่งเราได้มาอยู่ไกล้ชิดกันอีกครั้งที่สงขลา เหมือนเราถูกแช่เเข็งมาตลอดตั้งแต่แม่หายไป พอมาเจอแสงแดดของสงขลาเราถึงเริ่มละลายแล้วแตกหน่อกิ่งใบ เป็นต้นสนน้อยที่เติบโตในชายหาดนี้ และเพราะเรามีความรักที่นี่ ทุกครั้งที่เราต้องนั่งรอธุระสักอย่างของแม่ เราจะคิดถึงเธอ อย่างน้อยวันละสองครั้ง

เธอเกิดเดือนกุมภา เพราะอย่างนั้นเราเลยถือเอาว่ามันเป็นของขวัญวันเกิดและของขวัญวันวาเลนไทน์ด้วย เราติดต่อร้านดอกไม้ ที่ทั้งชีวิตนี้ผู้ชายอย่างเราไม่เคยไปข้องแวะเลยถ้าไม่มีความรัก เรายืนเงาะๆเงิ่นๆอยู่หน้าร้าน จนเจ้าของร้านเห็นแล้วพาเข้ามาด้านใน แฟนเหรอ?เขาว่า ไม่ครับ เราตอบ แล้วซื้อไปให้ใครล่ะ? เราเงียบไปพักนึงแล้วยิ้ม มันก็แค่คำถามเรื่อยเปื่อยถ่วงเวลาจดบัญชีของเจ้าของร้านดอกไม้เท่านั้น แต่มันสะท้อนกลับมาถามซ้ำในใจเราอีกหลายตลบ ความหมายเเท้จริงของดอกไม้ช่อนี้มันคือคำลาด้วย เรารู้ดี เธอชัดเจนกับเรามาโดยตลอดว่าไม่ได้รู้สึกกับเราแบบนั้นและคงไม่กลับมาคบกันอีก เราเข้าใจดี แต่มันก็เหมือนกับความรักทุกรักบนโลก แค่เข้าใจน่ะมันไม่พอให้เลิกเจ็บ เราอยากให้มันจบแบบที่เราพอใจ เหมือนได้เลือกโลกศพเพื่อที่จะได้ตายตาหลับ อีกไม่ถึงเดือนเราก็จะเรียนจบ หวัดโควิทก็บีบให้เราออกไปหางานในที่แสนไกลในทันที เราคงไม่มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกแล้ว ไม่ว่าจะเงื่อนไขอะไร เพราะอย่างนั้นตอนที่เจ้าของร้านดอกไม้ถามเราว่า เอาแบบไหนครับน้อง? เราเลยตอบเขาไปอย่างชัดเจนว่า ขอดอกกุหลาบสีแดงครับ

ขอให้มันแดงที่สุดเท่าที่จะแดงได้เลยครับ


แม่นอนหลับอยู่บนเตียง เรานอนฟังเสียงแม่หายใจอยู่ข้างล่าง ช้าๆ รวยริน หลับคือที่เดียวที่แม่จะหนีเจ็บปวดพ้น เราภาวนาให้ฝันพาแม่ไปให้พ้นจากบาดแผล อีกห้าวันคือวันนัดผ่าตัด เรากำลังถามตัวเองว่าเราจะทำอย่างไรกับการหยุดงานอลังการนี้ เราหยุดมาห้าวันแล้ว ไม่มีการสิทธิไหนของเด็กจบใหม่ที่งานจะยอมให้ หรือแม้แต่พนักงานมีประสบการณ์ก็ตาม เรารู้ดีว่าต้องกลับไป แต่เราไม่อยากได้ยินมันผ่านทางโทรศัพท์ ฮัลโหล แม่เป็นไงบ้าง? เข้าห้องผ่าตัดแล้วเหรอ? หา? แม่เสียเลือดมาก เราจิตนาการของข่าวร้ายทางโทรศัพท์ซ้ำไปมาเหมือนน้ำหยดลงพื้น แหมะๆ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ มันมีความกลัวมากเกินจนตัวเลือกที่เราอยากเลือกแทบไม่มีแรงต้าน พรุ่งนี้เราคงต้องหิ้วกระเป๋ากลับไปทำงาน แม่จะลูบหัวเราแล้วบอกว่าโชคดีนะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงนะแม่อยู่ได้ เราคงได้แค่ยิ้มฝืนๆก่อนกลับไปทำงานทั้งพะว้าพะวงไปทุกวินาที คืนนั้นเราพลิกตัวรอบที่ล้าน จนกระทั่งได้ยินเสียงข้อความเข้า ข้อความของเธอ

แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะ มีความสุขมากๆ สมหวังในสิ่งที่หวังนะ
ช่อกุหลาบแดงวูบเข้ามาในอากาศ กุหลาบจากเดือนกุมภา เราอ่านข้อความของเธอซ้ำไปซ้ำมา  เราตัดสินใจกดโทรไปหาเธอ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะรับมั้ย? ไม่รู้ว่าเธอจะพูดอะไร? ไม่รู้เราจะพูดอะไร? เสียงเธอตอบกลับมาทางลำโพงเล็กๆของมือถือ คุ้นเคยจนเจ็บแปลบ เราไม่ต้องมีอารัมภบทต่อกัน แม่กำลังจะผ่าตัด เราว่า จริงเหรอ? ทำไมมันเร็วจัง? เธอถามรีบร้อน เราก็ไม่รู้ โรส เราจะทำยังไงดี?/ ยังไงดีคือยังไงคิม? / เราไม่อยากกลับเลย เราอยากดูแลแม่ เราไม่ชอบฟังข่าวร้ายทางโทรศัพท์เธอก็รู้ / รู้สิ เธอตอบ ก่อนเล่าเรื่องการผ่าตัดของคนไกล้ตัวของเธอให้ฟัง เธอรู้ว่าจะสงบสติอารมณ์เรายังไง เธอรู้วิธีการประคองสิ่งเปราะบางอย่างหัวใจของคนอื่นไว้ในมืออย่างไร เราสงบลงได้ด้วยเสียงเธอเหมือนกับเสียงเชลโล่ที่ลากยาวหายไปในความมืด คิมรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไร เธอบอก เหมือนทุกครั้งนั่นแหละ / ขอบคุณมากนะ ยังอุสาจำวันเกิดได้แถมต้องมารับโทรศัพท์ตอนเที่ยงคืน เราตอบก่อนหัวเราะ เธอหัวเราะตามแล้วบอก 

"ก็เป็นแบบนี้กันตลอดไม่ใช่เหรอ? นี้พอหลังจากให้ดอกไม้แล้วก็หายไปเลยนะ" 

"อืม..." ภาพเราถือดอกกุหลาบเดือนกุมภาอยู่ในมือที่หน้าบ้านเธอแวบเข้ามา เราได้ยินเสียงเธอเปิดประตูบ้าน

"ตอนนั้นเราคิดว่าคิมจะพูดอะไรมากกว่านั้นซะอีก" เธอว่า "นึกว่าจะพาไปนั่งรถเล่นเหมือนเดิม"

"เหรอ?"

"ถึงคิดว่า มันต้องมีอะไรแปลกๆแน่"

"อืม..."

"ตั้งใจจะไม่คุยกันอีกแล้วใช่มั้ย?"

"..."


กลางเดือนกุมภา เธอเปิดประตูออกบ้านออกมา เธอยิ้ม เรายิ้ม เธอยังไม่เห็นดอกไม้ กุหลาบที่แดงที่สุด แดงจนเจ้าของร้านดอกไม้บอกว่ามันแดงเกินไปหน่อย เธอถามว่าจะไปไหนกันดี? เราไม่ตอบแค่ยื่นกุหลาบให้ เธอดูตกใจ ไม่เคยได้กุหลาบจากใครมาก่อนเลย เธอว่า แถมยังแดงขนาดนี้ 
เราพูดคุยกันอีกนิดหน่อย ก่อนได้มองตาเธออีกเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาสีน้ำตาลที่เราคงไม่ได้มองไกล้ขนาดนี้อีกแล้ว และบอกเธอว่า เรารักเธอนะ ซึ่งแปลว่าลาก่อน


"ตอนนั้นคือจะลาใช่มั้ย..." เธอในเดือนสิงหาถามแผ่วเบา

"นั่นแหละ..." 

"ไม่คิดถึงกันบ้างเลยเหรอ?"

"คิด...คิดอยู่ตลอดนั่นแหละ" เรามองเพดานห้อง แล้วหวังให้มันทะลุไปให้เราเห็นหมู่ดาว "แต่มันไม่ได้แล้วนั่นแหละ บางครั้งมันก็รู้สึกปวด เราไม่อยากทำให้คนอื่นอึดอัดด้วย"

"ไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย..."

"ก็นั่นแหละ ขอบใจนะที่ยังมาอวยพรวันเกิด" เสียงแหมะๆของฝนเสียใจกลับมาอีกหน

"...."

"ไปนอนเถอะ ขอบคุณที่รับฟังนะ"

"ตอนนั้น..."

"..."

"เจ็บมากมั้ย?"


ลมทะเลพัดปะทะหน้า วาเลนไทน์เดือนกุมภาเรานั่งปาดน้ำตาที่ริมหาด เราโยกตัวไปมาตามลมเหมือนต้นสน ที่มันเติบโตและโดนคลื่นเซาะจนล้มลงตายลงที่นี่ กุหลาบรักเรายังคงแดงอยู่ในมือของเธอ ได้ให้ดอกไม้เธอมันก็คงหมดห่วงอาลัยแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมน้ำตาถึงไม่ยอมหยุดไหลสักที ตอนนั้นเราไม่คิดเลยสักนิด ว่าจะมันจะยังไหลยาวนานมาจนถึงเดือนสิงหา...






เจ็-บ-บ
 


เราตอบด้วยเสียงแหบพร่า...



SHARE
Writer
homunchus
มังกรตลอดกาล
เขียนเเบบที่ชอบอ่าน

Comments