อยู่คนเดียวมันCOOLจะตายยยย...
ก่อนหน้านี้ เราพยายามเขียนบทความแบบเดียวกันเพื่ออัพลง storylog แต่ด้วยผิดพลาดบางอย่างที่เราก็ไม่รู้ว่าคืออะไร จนทำให้อยากลบแอบนี้ทิ้งไปสะ
  .. แต่เราก็โมโหเกินกว่าจะมานั่งลบมันทิ้งสะเดี๋ยวนั้น
เลยยังเก็บไว้ และมาเขียนเรื่องราวนี้ขึ้นอีกครั้ง
ซึ่งเนื้อหาที่เรารู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว
เราเลยไม่สามารถใช้ข้อความที่copyไว้นั้นลงซ้ำได้อีก

โดยอันเก่าเราพยายามเปรียบเทียบตัวเองกับ "ขยะ"
ที่ถูกทิ้ง แต่ก็เปรยถึงการได้อยู่ในถังก็ยังมีเพื่อนขยะอีกมากมายเหมือนกันนะ .. แต่ก็ยังไม่ตรงใจอย่างว่า555

เพราะ เราไม่ได้อยากรู้จักกับขยะชิ้นใหม่นะสิ...
เดี๋ยวจะเป็นการกล่าวหาเพื่อนใหม่ว่าเป็นขยะไปสะงั้น-

เราทะเลาะกับเพื่อนมาค่ะ แบบที่ไม่มีปากเสียงอะไร
แบบที่ไม่รู้ว่าทะเลาะกันรึป่าว ก่อนหน้านี้เราปกติกันดี แต่ก็มีเรื่องที่แอบติดใจกันนิดหน่อย ในเรื่องของรสนิยมเราไม่เหมือนกัน ทำให้คุยกันไม่ค่อยได้
หรือไม่ค่อยมีเรื่องมาคุยกัน 

เราเองเป็นคนตั้งคำถามบ่อยๆว่า
คิดว่าพวกเราจะคบอยู่ด้วยกันจนจบปี 4 เลยมั้ยนะ?

ประโยคนั้นเหมือนเป็นลางบอกเหตุคร่าวๆว่าจะต้องแยกจากกันแน่ๆ ก่อนที่จะถึงเวลานั้น

เราไม่ค่อยเก่งในเรื่องความสัมพันธ์
เลยชอบที่จะคำถามถึงความยืนยาวของมัน

ซึ่งเพื่อนเราก็ตอบส่งๆให้บทสนทนามันจบลงเฉยๆ
ใจความประมาณว่า ก็แล้วแต่อนาคตจะกำหนดล่ะนะ

อนาคตที่ว่าคงมาถึงแล้วล่ะ ... มันคือปัจจุบัน
ในตอนนี้สินะ และเราเป็นคนเดียวที่แยกมาจากเพื่อน 

เพื่อนที่เราพึ่งมาเจอกันปีเดียว 
ใช้ชีวิตปีของเฟรชชี่ไปด้วยกัน ห่วงใยกันบ่อยๆ
แลกเปลี่ยนความคิด ทำงานร่วมกัน หรือบางทีก็แอบขุ่นเขืองกันเบาๆ  หรือชวนกันเมาในวัดที่ไปค้าง

เรื่องพวกนั้นเหมือนภาพมายาเลยแหะ
เราไม่ได้รู้สึกว่ามีพวกเขาอยู่จริงๆ

เรายังคงเหงา ยังคงเหว่ว้า ไม่ต่างจากอยู่คนเดียว
แต่ยังยืนอยู่กับเพื่อน หรือกลับกัน เราเองรึป่าวนะ
ที่รู้สึกแบบนี้อยู่คนเดียว เราเองรึป่าวที่ปิดกั้นตัวเองไว้

ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราไม่ได้รู้สึกว่าเรารู้จักกับพวกเขา
ไม่รู้จักกับตัวตนที่เป็นจริงๆ ไม่ได้สนิทขนาดนั้น

แต่ "ขนาดนั้น" คือขนาดไหนกันนะ?
เราไม่สบายใจที่จะบอกเล่าเรื่องทุกข์ใจให้เขาฟัง
เพราะรู้ปฏิกิริยาที่จะได้กลับมาคือ ตอบผ่านๆหรือทำให้มันจบลง ไม่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นผู้น้อยปรึกษาผู้ใหญ่สะงั้น... 
    บางทีก็คิดว่า ..นี่เราคุยกับเพื่อนอยู่รึป่าวนะ

เราเองก็ไม่ชอบชีวิตที่มีพวกเขาเลย
รู้สึกกดดันเวลาต้องสนทนาด้วยแปลกๆ

อึดอัดที่ต้องแกล้งเป็นอีกคนเพื่อรักษาความสุภาพ

ลำบากใจที่จะต้องขอความช่วยเหลือสักอย่าง

บทสรุปของเรา กลายเป็นว่า...
การมีเพื่อนอย่างพวกเขา ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกสบายใจ

แต่ในวันนี้ อยู่ๆพวกเขาเริ่มห่างออกไป
ร่วมกับที่เราเองก็พยายามเดินออกมา เพราะรับรู้ถึงระยะห่างนั้น และทำให้ยิ่งกลัวว่า ถ้าเข้าไปใกล้อีกจะต้องติดวนอยู่ในวังวนเดิมๆอีกรึป่าว

ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องไปง้อ หรือ ขอโทษดีมั้ย?
ในเรื่องที่เราเองไม่รู้ตัวเองผิดอะไรด้วยซ้ำ

เราอาจกำลังถูกรังเกลียดและโดนผลักไสไล่ส่งให้ออกไปจากกลุ่มสักที แบบนั้นหรือป่าว 

เราไม่กลัวที่จะต้องออกมาหรอก แค่กังวลที่ว่าเราอยู่ร่วมห้องกันแต่ทำไมถึงคุยกันไม่ได้มากกว่า เพราะ 
ตัวเราก็อยากเป็นมิตรกับทุกคน แบบคุยกันง่ายๆ

ฉันคิดมากถึงขนาดเริ่มวางแผนที่จะเข้าไปไกล่เกลี่ย
เพื่อให้มันจบลงด้วยดี หรือให้เรามีบทสรุปที่ลงตัวกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

แต่แล้วสถานการณ์มันก็พลิก ฉันที่ใจเย็นในตอนแรก
ก็ฉุนขึ้นในใจ เมื่อเห็นความเห็นแก่ตัวของพวกเขา
โดยที่ลืมเราไปหมดแล้ว ไม่เหลือแม้เพียงเล็กน้อยของความห่วงใยที่เคยมีมาแต่ก่อน

สถานการณ์ที่เจอคือ การจองคิวโดยไม่บอกกล่าวกัน
กลับบ้านโดยไม่บอกลาใดๆ ไม่บอกกำหนดการณ์เรื่องงานที่เรียนสักอย่าง หรือในเรื่องตกลงกันก็ไม่สนใจ


ไม่สนใจสักนิดว่าฉันจะเป็นตายร้ายดียังไง..

อื้มม... ก็ดีเหมือนกันนะ
จะได้ไม่คอยห่วงพวกเธอแล้วเหมือนกัน
พวกเธอเอาตัวรอดได้ดีกว่าฉัน

มันดีแล้วที่ปล่อยให้พวกบินไป

ชีวิตมหาลัยของเราเอง
..ก็จะปล่อยให้ตัวเองได้อยู่กับ
                                  ..ตัวเองนั่นแหละ

 ผลการเรียนของเราก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร ถึงจะเรียนไม่เก่งในบางวิชา..  ไม่เก่งเท่าพวกเขา ...


แต่การได้ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ต้องรอพึ่งพิงใคร
มันก็น่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเหมือนกัน


ฉันสบายใจมากกว่าที่จะอยู่กับตัวเอง
 ..มันก็อาจรู้สึกเหงาบ้าง ซึ่งฉันก็คุยกับเพื่อนได้ทุกคน (ยกเว้นพวกเขานั่นแหละที่ขุ่นเคืองอะไรกับเรานักนะ)

ถ้าเริ่มรู้สึกแย่ตอนเจอกับพวกเขา 
  ก็แค่ ยิ้มแล้วอะไรๆมันก็คงจะดีขึ้นเอง


แค่ต้องปรับอารมณ์นิดหน่อย
เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนใหม่

ไม่ว่าจะกินข้าวคนเดียว
เดินคนเดียว
นั่งเรียนคนเดียว
ก็ฟังดูไม่เลวเท่าไหร่...

มั่นใจในตัวเองเข้าไว้นะ :)
ถ้าเหนื่อยก็กลับมาอ่านบทความนี้ของตัวเองในอดีต

เธอมีกำลังใจที่เราจะมอบให้ตัวเธอเสมอแหละ💖
SHARE
Written in this book
ฉันคือนักศึกษา
ช่วงชีวิตที่เป็นนักศึกษา ผู้หาความรู้ด้านการออกแบบมาประดับประดาศรีษะเอาไว้
Writer
Kotcha_P
Salamander
ชอบเก็บทุกอย่างมาเป็นบทเรียน คิดเล็ก คิดน้อย และไม่คิดอะไรเลย

Comments