ยามสนธยาวันนั้น

ผมกำลังจะเห็นเขาตายอีกครั้ง

ตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาเปลี่ยนจากเลข 5.59 เป็น 6.00

ประตูห้องเปิดออก

ร่างของเขาแขวนห้อยอยู่เหนือเปียโนโบราณเรือนนั้น เชือกเส้นโต ปลายเท้าขาวซีด ไหวเอนอยู่กลางหน้าต่าง ดูโดดออกมาจากผืนฟ้าสีส้มเบื้องหลังนั่น เสียงเชือกเสียดสีกับพัดลมเพดานดังเอียดออดสอดคล้องกับเสียงกระดิ่งลม สายลมเย็นเยียบพัดพากลิ่นฝนมาพร้อมกับกลิ่นของความตาย กลิ่นอายเหล่านั้นโชยคลุ้งอบอวลทั่วทั้งห้อง
 
ผมมาช้าไป 

อีกครั้งที่ผมมาไม่ทัน 

ผมกำลังจะเห็นเขาตายอีกครั้ง

เข็มนาฬิกาก้าวย่างวนมาเวลาเดิม

5 โมง 59 นาที

ร่างขาวซีดทอดกายยาวในอ่างน้ำ ข้อมือผอมบางเหวอะหวะแหว่งวิ่นด้วยรอยแผล มันทับซ้อนกันยุ่งเหยิงไปหมดทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ ราวกับเป็นหลักฐานบอกเล่าเรื่องราวที่เขาไม่เคยปริปากพูด เลือดในกายถ่ายเทผสมกับสายน้ำเย็นเยียบ สาดเทเปรอะเปื้อนเป็นด่างดวงบนเสื้อเชิร์ตสีเขียวเข้ม แสงสุดท้ายยามสนธยาจูบล่ำลาอาลัยบนเรียวปากสวยที่ตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเหมือนกุหลาบช้ำ

มีดโกนสีเงินยวงส่องประกายวาววามเหมือนว่าสะใจนักหนาที่มันพรากชีวิตของเขาไปได้สำเร็จ
 
ช้าไป

ช้าไปอีกแล้ว

ผมกำลังจะเห็นเขาตายอีกครั้ง

เสียงฝีเท้าของนาฬิกาดังแผ่วขึ้นมาในความเงียบงันของยามเย็น--อีก 1 นาทีจะหกโมง ดวงตะวันเตรียมหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทรา ผืนฟ้าป้ายด้วยสีม่วงแห่งราตรีเหลือบพรายด้วยสีแดงฉานประปรายด้วยครามเข้มและน้ำเงิน 
 
ร่างผอมบางของเขาหลับใหลไปตลอดกาลบนเตียงนุ่ม ยานอนหลับกระปุกนั้นกระจายเกลื่อนบนภาพวาดที่เขาชอบ เสียงเพลงเศร้าจากวงดนตรีโปรดของเขายังครวญหวานกังวานแว่ว เขาเคยบอกผมมาตลอดว่าโลกแห่งความฝันนั้นมักจะสวยงามกว่าโลกแห่งความจริงเสมอ ความฝันของเขาไม่เคยยิ่งใหญ่เลย เพียงแค่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทว่าโชคชะตาก็ไม่เคยมอบของขวัญชิ้นนั้นให้กับเขา
 
ไม่ทัน

ครั้งนี้ก็ไม่ทัน

ผมกำลังจะเห็นเขาตายอีกครั้ง

ลำแสงโรยราของยามสนธยาทอดทอทาบทาบนผนังห้องน้ำสีฟ้าเข้มขรึมซึมเซา สีแดงของเลือดตัดกับสีขาวของอ่างล้างหน้าเซรามิก หยดเลอะเปรอะกระเด็นกระเซ็นกระสายกระจายเป็นวงกว้าง ร่างของเขาฟุบอยู่ตรงนั้น  กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพการตายของชายผู้โดดเดี่ยว ปืนสีดำนอนนิ่งอยู่ไม่ไกล
 
'5.59' ตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกากระซิบบอกเวลา

เป็นอีกครั้งที่ผมไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้

"มึงว่าโลกหลังความตายจะเป็นไงวะ"

"ไม่รู้ ไม่เคยตายจะรู้ได้ไง"

"กวนตีน"

"ทำไม อยากตายมากนักเหรอ"

"ไม่รู้สิ แค่ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม"

หลายปีนับจากนั้นผมเสียใจตลอดมาที่ตัวเองไม่ได้พูดอะไรออกไป

ยามเย็นวันนั้นยังหลอกหลอนผมเสมอ

ถ้าผมพูดไปอะไรๆมันจะดีขึ้นไหมนะ?

ถ้าย้อนเวลาได้คงดี

ผมตื่นมาก่อนเวลา 1 นาทีแสงมือถือดูจ้าจนแสบตาเมื่อมันถูกเปิดขึ้นในเวลาที่ห้องของผมมืดสนิทแบบนี้ ตัวเลขบนหน้าจอบอกเวลา '5.59' ตัวเลขเดิมๆที่วนกลับมาให้เห็นมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อีกไม่กี่นาทีเสียงโทรศัพท์ของผมจะดังขึ้นพร้อมกับเสียงแหบเศร้าของเขา

ผมหวังอย่างเต็มหัวใจว่าครั้งนี้ผมจะสามารถรั้งเขาไว้ได้ทัน

ได้โปรดอยู่กับผมก่อน

ได้โปรดอย่าเพิ่งไปไหน

ได้โปรดอย่าเพิ่งถอดใจกับการมีชีวิตอยู่

ผมหวังอย่างยิ่งว่าครั้งนี้ผมจะสามารถเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นกับเขาได้ทันเวลา

SHARE
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38, สนธยา2738

Comments