วินาทีที่ 'เทย์เลอร์ สวิฟต์' แสดงออกทางการเมือง
“ฉันมีชีวิตรายล้อมด้วยคำชมของผู้คน
ฉันถูกฝึกให้มีความสุขกับสิ่งนั้น มันคือทุกสิ่ง
ฉันกลายเป็นคนที่ทุกคนอยากให้เป็น”
นี่คือเสียงของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ กับการแนะนำตัวเองอย่างย่นย่อ ผ่านสารคดี Miss americana สารคดีที่ไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวของ เทย์เลอร์ ในมุมของปุถุชนธรรมดา แต่เป็นเทย์เลอร์ ในฐานะบุคคลสาธารณะที่ลุกขึ้นมาแสดงออกทางการเมืองเพื่อยืนหยัดในความเชื่อและหลักการของสังคม

“พื้นเพของการเป็นศิลปินคันทรี คือการไม่ยัดเยียดความเห็นทางการเมืองให้ผู้คน ให้พวกเขาใช้ชีวิตของเขาไป”

เทเลอร์กล่าวในช่วงหนึ่งของสารคดี ถึงเหตุผลที่ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยแสดงออกต่อมุมมองทางการเมือง เพราะในแวดวงดนตรีนั้น มีข้อแนะนำหนึ่งว่า ถ้าหากอยากยืนระยะให้ยาวในเส้นทางนี้ คุณต้องทำเพียงร้องเพลง โบกมือและยิ้มหวานในที่ทางของคุณเท่านั้น

เทเลอร์ฝังใจเช่นนั้นไม่ต่างกับศิลปินอีกมากมาย

“ฉันไม่รู้ว่าจะมีคนอยากฟังความเห็นทางการเมืองของฉันจริงๆ
ฉันคิดว่าพวกเขาอยากฟังเพลงอกหักและความรู้สึกต่างๆ เท่านั้น”
 เทเลอร์ในวัย 22 ปีให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์
ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเพลงอเมริกา เรื่องราวของวงดนตรีคันทรี่ทรีโอนามว่า ‘ดิกซีชิกส์’ (Dixie Chicks) คือหนึ่งในวงดนตรีที่ถูกตราหน้าว่า ‘คนทรยศ พวกต่อต้านอเมริกา’ จากการกล่าวกลางเวทีคอนเสิร์ตถึงเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาตัดสินใจส่งกองกำลังทหารบุกข้ามทวีปไปยังประเทศอิรักในข้อหาว่าอาจจะเป็นแหล่งซ่องสุมอาวุธร้ายแรงต่อโลกหลังเหตุการณ์ 911

“เราไม่ต้องการสงคราม ความรุนแรง และเรารู้สึกขายหน้าที่ประธานาธิบดีบุชมาจากเท็กซัส” ดิกซีชิกส์ ได้รับกระแสด้านลบอย่างรุนแรง ทั้งจดหมายขู่ฆ่า การถูกแบนจากรายการวิทยุ สื่อมวลชน และแฟนเพลง

เรื่องราวของ ดิกซีชิกส์ ถูกนำมาใช้เป็น ‘ตัวอย่าง’ ในการตักเตือนกลายๆ เพื่อให้ศิลปินปิดปากและเร้นทัศนคติทางการเมืองต่อสาธารณะให้มิดชิด เทเลอร์กล่าวในช่วงหนึ่งของสารคดีว่า “ผู้บริหารค่ายเพลงและนักหนังสือพิมพ์จะพูดแค่ว่า อย่าเป็นเหมือนดิกซีชิกส์”

จุดเปลี่ยนสำคัญของเทย์เลอร์ เกิดขึ้นในปี 2013 เมื่อ เดวิด มุลเลอร์ อดีตนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่นใช้มือจับก้นเธอระหว่างโปรโมทคอนเสิร์ตในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด นำไปสู่การฟ้องร้องในปี 2016 ด้วยการเรียกค่าเสียหายเป็นเงินเพียงดอลล่าร์เดียว

การฟ้องร้องครั้งนั้นยืดเยื้อและกินเวลานาน ท้ายที่สุด เทย์เลอร์ยืนหยัดต่อสู้ในชั้นศาลกระทั่งชนะคดีในปี 2017 

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น เธอยังสนับสนุนและช่วยเหลือ เคช่า นักร้องสาวชาวอเมริกันที่ยื่นฟ้องศาลกรณีถูกโปรดิวเซอร์ล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เทย์เลอร์ปรากฏตัวในฐานะบุคคลแห่งปีของนิตยสาร TIME ปี 2017 โดยเธอได้ออกมาเล่าประสบการณ์การโดนคุกคามในครั้งนั้นว่า “ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำให้ฉันรู้สึกว่านี่เป็นความผิดของฉันหรอกนะ”
“เมื่อก่อนฉันหมกมุ่นอยู่กับการหนีให้ห่างจากปัญหาต่าง ๆ แต่ถึงจุดหนึ่งฉันก็ไม่สามารถจะทนฟังคนอื่นบอกว่า ‘ไม่ อย่าไปยุ่งกับเรื่องนี้’ ได้อีกแล้ว” 

ชัยชนะในคดีความครั้งนั้นไม่เพียงกู้คืนสิทธิบนเรือนกายของสตรีเท่านั้น แต่ยังจุดประเด็นการละเมิดทางเพศต่อผู้หญิงให้ถูกพูดอย่างจริงจังอีกครั้งในสังคมอเมริกา และนับแต่นั้น เทย์เลอร์กล่าวในสารคดีว่า เธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

เธอรู้ร้อนรู้หนาวต่อความเป็นไปของบ้านเมืองและผู้คน เธอไม่อาจนิ่งเฉย หรือเป็นเพียงเด็กหญิงแสนดีที่เพียงโบกมือและระบายยิ้มเหมือนเมื่อครั้งก่อน เทย์เลอร์ในวัย 30 ปี ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาประกาศจุดยืนทางการเมืองของตนอย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรกผ่านอินสตราแกรม 

สก็อตต์ สวิฟท์ พ่อของเธอไม่เห็นด้วยในการจะแสดงออกซึ่งจุดยืนทางการเมือง ด้วยความเป็นห่วงด้านความปลอดภัย และจำนวนแฟนเพลงที่อาจหายไปกว่าครึ่งฮอลล์

ฉากอันทรงพลังของการประกาศเลือกข้าง
เทเลอร์พยายามอย่างสุดกำลัง เพื่ออธิบายถึงเหตุผลในการต่อต้านนโยบายของ มาร์ชา แบล็คเบิร์น นักการเมืองหญิงพรรครีพับลีกัน ผู้สมัครวุฒิสมาชิกในรัฐเทนเนสซี บ้านเกิดของเธอ
เพราะในปี 2009 มาร์ชาเคยโหวตค้านกฎหมาย Paycheck Fairness Act กฎหมายที่ว่าด้วยการจ่ายค่าจ้างอย่างเท่าเทียมระหว่างเพศ, ปี 2010 โหวตค้านกฎหมาย Don’t Ask, Don’t Tell ซึ่งเป็นนโยบายห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารเลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้งชาว LGBT ในกองทัพ 

นี่เป็นฉากที่ทรงพลัง เพราะมันคือวินาทีของการประกาศซึ่งอิสรภาพจากพันธนาการที่รัดรึงเธอไว้มาแทบทั้งชีวิต การเป็นซูเปอร์สตาร์นั้นไม่ง่ายพอๆ กับการเป็นตัวของตัวเอง และเธอเลือกที่จะเป็น เทเลอร์ สวิฟต์ ในแบบที่เธอต้องการ 

“ฉันจะขี้ขลาดตาขาวมาก หากฉันขึ้นไปบนเวทีแล้วพูดว่า ‘สุขสันต์เดือนไพรด์ (pride month: เดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ) นะทุกคน’ แต่ไม่พูดถึงเรื่องที่จะมีผลกระทบต่อพวกเขา”

เทย์เลอร์กล่าวอย่างฉะฉานและมั่นคง ก่อนโพสต์ข้อความลงในอินสตราแกรม สนับสนุน จิม คูเปอร์ และฟิล เบรเดเซน ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 ในรัฐเทนเนสซี 

นั่นเท่ากับเป็นการประกาศตัวยืนอยู่คนละฟากฝั่งกับชาวพรรครีพับลิกันทันที

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นดีเห็นงามกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ แฟนเพลงหลายคนออกมาเผาเสื้อ ซีดีเพลง รวมทั้งแสดงความไม่พอใจที่เห็นศิลปินคนโปรดผู้เคยอยู่ห่างจากเรื่องการเมืองและความขัดแย้ง ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนจนเกิดแฮชแท็ก #BoycottTaylorSwift 

นอกจากนั้น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์โต้กลับอย่างรวดเร็วว่า “เอาเป็นว่าตอนนี้ผมชอบเพลงของเทย์เลอร์น้อยลง 25%” ทั้งยังสนับสนุน มาร์ชา แบล็คเบิร์นว่า “เธอทำงานได้ดีนะครับ เธอเป็นผู้หญิงที่ทรงพลังมาก ผมแน่ใจว่าเทย์เลอร์ สวิฟต์ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลยสักนิดเดียว

ฝุ่นควันตลบอยู่พักใหญ่ในช่วงก่อนวันเลือกตั้งกลางภาคในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2018 เทย์เลอร์ได้ทำลายกฎไม่พูดเรื่องการเมืองที่ใช้มายาวนานในวงการเพลง เธอไม่อาจรู้ได้ว่าหลังการตัดสินใจนี้ กระแสที่วกกลับมาจะออกหัวหรือก้อย จะซ้ำรอยวงดิกซีชิกส์หรือเปล่า บัตรคอนเสิร์ตของเธอจะยังขายได้หรือไม่ หรือแฟนเพลงมหาศาลนั้นจะลดจำนวนลงไปมากน้อยขนาดไหน 

แต่ที่แน่ๆ ผลลัพธ์หนึ่งที่เธอได้รับจากความพยายามในครั้งนั้น นั่นคือ 24 ชั่วโมงหลังโพสต์นี้แพร่ออกไป มีคนอเมริกันอายุ 18 - 29 ถึง 65,000 คนมาลงชื่อร่วมโหวต และเที่ยงในวันต่อมายอดพุ่งขึ้นเป็น 102,000 คนโดยร้อยละ 70 คือหนุ่มสาวอายุต่ำกว่า 25 ปี 

วินาทีก่อนกดโพสต์ข้อความ เธอและเพื่อนนั่งอยู่บนโซฟาขาว 
“อย่างแรกเลย ประธานาธิบดีต้องออกมาเล่นงานเธอแน่”
เทย์เลอร์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “Fuck that, I don’t care"
แปลว่า “ช่างแม่ง ฉันไม่สน!”


อ้างอิง
สารคดี miss americana กำกับโดย ลาน่า วิลสัน ออกฉายทาง netflix เมื่อปลายเดือนมกราคม 2020
https://www.theguardian.com/music/2018/oct/08/taylor-swift-instagram-post-endorsement-democrats-tennessee

SHARE
Writer
TodayIDie
A storyteller
“ ลูกสาวชาวประมงลุ่มทะเลอ่าวไทย ”

Comments

trexc
2 months ago
ผมดูฉากที่นั่งคุยกับพ่อแล้วขนลุกเหมือนกันครับ ติดตามนางมานาน จนตัดสินใจนางเลือกข้างทางการเมืองอย่างชัดเจน ไม่เคยโทษนางเลยว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ รู้สึกดีด้วยซ้ำที่นางออกมาสู้กับความไม่ยุติธรรมสำหรับผญละก็lgbtq แถมเป็น role model ให้ผมกล้าแสดงความเห็นทางการเมืองมากขึ้นด้วย
Reply
TodayIDie
2 months ago
ว่ากันตามตรงแล้ว สิ่งมที่เทเลอร์ออกมาเรียกร้องหรือแสดความเห็นนั้นไม่ได้นอกเหนือจากหลักการที่สังคมพึงมีเลยค่ะ มันเบสิกมากๆ และเธอใช้ความกล้าหาญมากกับการออกมาพูดในครั้งนี้ เพราะกว่าจะพาตัวเองไปถึงจุดสูงสุดขของอาชีพนั้นมันสาหัสมาก การออกมาพูดเรื่องการเมืองซึ่งเรียกว่าเป็นต้องห้ามของวงการ มันเหมือนเอาทุกอย่างของชีวิตมาแลกเลย และเธอก้าวข้ามความกลัวนั้น เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง :)