รลินด์ดา📝💐
สายลมพัดผ่านมาทำกิ่งก้านของต้นส้มปลิวไสว หากมองจากตรงนี้ลงไปข้างล่างคือหลังคาบ้านเรือนของผู้คนที่พอมองจากที่สูงลงไปนั้นดูสวยงาม แสงแดดลอดผ่านกิ่งต้นส้มลงมากระทบกับใบหน้าของเด็กหญิงวัยยี่สิบเอ็ดที่แอบงีบพักสายตาอยู่ รลินด์ดายกมือขึ้นเพื่อบดบังแสงแดดไม่ให้กระทบใบหน้าพร้อมกับหรี่ตาปรับโฟกัสเพราะพึ่งลืมตาตื่นจากห้วงนิทรา 

เธอนอนหลับอยู่ใต้ต้นส้มนี้มาสักพักแล้วในเวลาสายของวันอาทิตย์เช่นนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นส้มพร้อมกับหนังสือเล่มโปรดปล่อยเวลาให้เลยผ่านไปอย่างเชื่องช้าและเงียบงัน

รลินด์ดาลุกขึ้นนั่งเมื่อรู้สึกว่านอนเพียงพอแล้ว มือเรียวหยิบน้ำผลไม้กระป๋องขึ้นมาดื่มเพื่อให้ตัวเองสดชื่นและตาสว่าง กลิ่นหอมของสวนดอกไม้ข้างล่างจากบ้านคุณยายที่แสนใจดีลอยขึ้นมาเตะจมูกของเธออย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน หลังจากนั้นมือเรียวเล็กดูน่ารักหยิบสมุดโน๊ตขนาดพอดีกับดินสอขึ้นมาวางบนตกแล้วเริ่มงานเขียนของเธอต่อ

ตอนนี้เธอกำลังเริ่มที่จะหัดเขียนเรื่อสั้นเพื่อทำตามควาฝันของเธอนั่นคือการเป็น นักเขียน
เธอเริ่มรู้ตัวว่าอยากเป็นักเขียนเมื่อไม่นานมานี้ เธอเฝ้าฝันถึงการได้แต่งนิยายหรือเรื่องสั้นสักเล่มแล้วได้ตีพิมพ์โดยมีชื่อผู้เขียนคือ รลินด์ดาอยู่ตรงปกหนังสือ แต่ความฝันที่มาช้าหลังจากเลือกเส้นทางในมหาวิทยาลัยไว้แล้วก็ทำให้รลินด์ดาปวดใจไม่น้อย เพราะเธอต้องทนเรียนในสิ่งที่เธอคนในอดีตเป็นคนเลือกอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งการเป็นนักเขียนยังเป็นอาชีพที่ดูไกลตัวเหลือเกินสำหรับครอบครัวและคนรอบข้างของเธอ

เธอจึงได้แต่แอบเขียนไปอย่างลับๆรอว่าสักวันมันจะสมบูรณ์หลังจากนั้นก็ส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์สักที่หากโชคดีเป็นของเธอสำนักพิมพ์อาจสนใจและตีพิมพ์หนังสือของเธอก็ได้

รลินด์ดาหยุดปลายดินสอเมื่อเขียนต่อไม่ได้แล้ว  แม้จะเป็นสิ่งที่อยากทำแต่มันก็ยากเย็นในบางครั้ง
ตลอดระยะเวลาหลังจากที่เธอตัดสินใจเริ่มงานเขียน เธอเอาแต่คิดหาเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเป็นนักเขียน เหตุผลเล็กๆข้อหนึ่งอาจเป็นเพราะรลินด์ดาชอบอ่านหนังสือกระมัง จากที่เคยเป็นแต่ผู้อ่านเลยอยากเป็นผู้เล่าบ้าง

รลินด์ดาถอนหายใจเล็กน้อย พับเก็บสมุดโน๊ตแสนมีค่าแล้วเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านเมื่อพบว่าควรกลับไปทำการบ้านได้แล้ว เด็กหญิงมีแววตาเศร้าเพราะไม่มีแรงบันดาลใจในการเขียนแลยทั้งๆที่เมื่อวานยังเขียนได้ดีอยู่แล้วแท้ๆ เพราะการเริ่มงานเขียนเพื่อทำตามความฝันของเธอนั้นเป็นความลับจึงไม่มีใครให้กำลังใจเธอในเรื่องนี้เลย พ่อกับแม่ให้กำลังใจเธอเรื่องเรียนตลอดแต่สำหรับเรื่องงานเขียนพวกท่านไม่รู้เลยแม้แต่นิด เธอกำลังต้องการมันจริงๆนะไอ้คำพูดแสนเรียบง่ายที่ว่าน่ะ

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงคุณยายเจ้าของสวนดอกไม้ที่ส่งกลิ่มหอมอบอวนไปทั่วก็ตะโกนขึ้นมา

" ยัยหนูมาที่นี่คนเดียวอีกแล้ว วันนี้มานอนอ่านหนังสืออีกแล้วหรือ" คุณยายถามด้วยน้ำเสียงใจดี

" ใช่แล้วค่ะคุณยายมาแอบขี้เกียจแล้วก็กำลังทำตามใจตัวเองอยู่ค่ะ แต่ว่าตอนนี้เหนื่อยนิดหน่อย"
 รลินด์ดาตะโกนตอบแต่เสียงแผ่วในช่วงท้าย

" อย่างนั้นหรอกหรือ ตอนนี้กำลังเจอช่วงเวลาที่ไม่เป็นดั่งใจใช่ไหมยัยหนู" เธอไม่ตอบแต่ก็ยังจ้องมองไปที่คุณยายตาไม่กระพริบ

" ยายไม่รู้หรอกนะว่าหนูกำลังเศร้า เหนื่อย หรือรู้สึกแย่กับเรื่องอะไร 

"แต่เชื่อยายเถอะว่าหนูจะกลับมาทำเรื่องที่ยากลำบากนั้นได้อีกครั้งอย่างแข็งแรงและเป็นสุข"

" บนโลกใบนี้มีฤดูต่างๆเพื่อที่จะเปลี่ยนสภาพอากาศโลกแต่มันยังมีความสำคัญอีกอย่างนึง"
คือย้ำเตือนเราว่าไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไปไงล่ะ" ตอนนี้ไม่ได้ดั่งใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงสักนิดหนูอาจจะกลับมายิ้มร่าแล้วทำสิ่งที่หนูคิดว่ายากอย่างง่ายดายก็ได้"

" ยายแก่ๆคนนี้เอาใจช่วยหนูเสมอเลยนะลูก " 

ดวงตารลินด์ดาเป็นประกายเพราะโอบอุ้มเอาน้ำตาแห่งความสุขใจเอาไว้อย่างมากมาย เธอรู้แล้วว่าเธอจะเป็นนักเขียนไปทำไม ก็เพื่อบอกเล่าเรื่องราว คำพูด ถ้อยคำดีๆที่บางคนอาจไม่เคยได้ยินมันเลยมาทั้งชีวิต  เพื่อให้ผู้ที่อ่านหนังสือของเธอนั้นได้รับคำปลอบโยนจากเธอ ได้ถูกโอบกอดจากปลายปากกาของเธอ เพื่อที่จะให้ผู้คนที่เต็มไปด้วยบาดแผลเช่นเดียวกับเธอได้กลับมาเข้มแข็งอย่างดีอีกครั้ง เหมือนกับที่คำพูดของคุณยายเติมเต็มเชื้อไฟในใจเธอให้ลุกโชนอีกครั้ง

" ขอบคุณนะคะคุณยาย ขอบคุณที่แสนดีและใจดีกับหนูขนาดนี้นะคะ"

" หนูจะไม่ทำให้คุณยายผิดหวังเลยค่ะ " 
เธอตะโกนกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใจเพราะความปลื้มใจที่เอ่อล้น

รลินด์ดาเก็บของแล้ววิ่งกลับบ้านอย่างเริงร่า เมื่อคิดว่าความฝันของเธอนั้นมีค่าแค่ไหน
และมันยิ่งมีค่ามากยิ่งขึ้นเมื่อค้นพบว่ามันอาจจะทำให้ใครอีกหลายคนบนโลกใบนี้เป็นสุขและได้รับความรักจากตัวหนังสือของเธอก็ได้
เธอกำลังจะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่

เท่ชะมัดเลย!




SHARE
Writer
JINNNY
ผู้รับและผู้ให้ความรัก
I write to know more myself📝🚪🕯 ขอให้ดวงดาวที่หลงทางทั้งหลายส่องแสงนำทางให้ตนเองจนพบจุดหมาย💫✨💌

Comments