Written by God
ในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมานี้ ชีวิตฉัน และตัวตนของฉัน เปลี่ยนแปลงไปมากมายเหลือเกิน

ช่วงเวลาที่ฉันอายุยี่สิบ เป็นช่วงเวลาที่เป็นจุดพลิกผัน

ฉันไม่อาจจะลืม ยังคงเฝ้าคิดย้อนกลับไปในทุกๆ วัน ทุกๆ คืน

ทั้งอาลัยอาวรณ์ ยังคงโหยหาบางอย่างที่สูญเสียไป

ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

ตอนนี้ฉันเริ่มมองเห็นภาพชีวิตตัวเองชัดขึ้นทีละน้อย

สิ่งหนึ่งที่หายไปจากชีวิตของฉันในตอนนั้น คือความศรัทธาในพระเจ้า

ฉันเรียนในโรงเรียนคริสต์ตั้งแต่อายุได้หกปี 

ทุกเช้าที่ต้องอธิษฐาน ทุกมื้ออาหารที่ร้องเพลงขอโมทนา ทุกคำสอนจากศาสนาจารย์ที่ฉันได้ฟัง ซึมเข้าไปในใจของฉัน จนฉันถึงกับเคยอธิษฐานอยู่ทุกคืนว่า ขอให้พระเจ้าช่วยให้ฉันออกไปจากโรงเรียนแห่งนี้ให้ได้ ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ลืมพระองค์ แม้จะไม่ได้อยู่ในรั้วบ้านของพระองค์อย่างเก้าปีที่ผ่านมา

แล้วพระองค์ก็ปล่อยฉันออกมาสู่โลกกว้าง ที่ไม่มีใครคอยนำอธิษฐานอีก แต่ฉันก็ยังอธิษฐานอยู่เรื่อยๆ ยังรู้สึกถึงความผูกพันที่ตัวเองมีต่อคริสตศาสนา แม้ในใจจะยังมีข้อสงสัยมากมาย ในการจะเชื่อหรือศรัทธาอะไรบางอย่างทั้งหัวใจ

ฉันไม่เคยเข้าใจคำสอนเรื่องความรักมาก่อนเลย จนกระทั่งฉันเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

เพราะการเรียนวรรณกรรมนั่นแหละที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไป

ความรักในเพื่อนมนุษย์ที่เกิดขึ้นในหัวใจของฉัน นำมาซึ่งความเจ็บปวด หนักหนาสาหัสจนบรรยาออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

เหมือนตัวฉันได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมนุษยชาติ และรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่เรียกว่ามนุษย์ต่องแบกรับไว้มาตลอดตั้งแต่ที่มนุษย์คนแรกถือกำเนิดขึ้นในโลก 

ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนที่มีเมตตามากขึ้นอย่างน่าประหลาด เพราะมองเห็นว่าทั้งสัตว์และมนุษย์ทุกคนต่างเป็นเพื่อนทุกข์ ตอนนั้นมันมีแต่ความทุกข์เสียจนมองโลกแย่ไปหมด 

ฉันมองว่าชีวิตก็คือความทุกข์ เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

รู้สึกอยากละทางโลกไปบวชชี

ชีวิตที่พบเจอแต่ความเจ็บปวดและผิดหวังทำให้ฉันหมดศรัทธาในพระเจ้า

สิ่งที่ฉันอ้อนวอนขอพระองค์ ไม่ได้รับการตอบสนองในตอนนั้น

ฉันขอเป้าหมายในการใช้ชีวิต แต่จนแล้วจนรอดก็ยังลอยเคว้งคว้าง ยังเจ็บปวดทรมาน

ตอนนั้นฉันต้องไปอยู่เยอรมนีสองเดือน แต่แทนที่จะได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข ฉันเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก ซัดเซพเนจรไปเรื่อย แวะเข้าทุกโบสถ์ที่เดินผ่าน ฉันพยายามจะฟังสิ่งที่บาทหลวงพูด แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็หวังว่าพระองค์จะให้คำตอบแก่ฉัน

สุดท้ายแล้วฉันก็ยังไม่ได้คำตอบ

ฉันจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ 

จนสุดท้ายต้องหันหน้าเข้าหาพุทธศาสนา 

การปฏิบัติธรรมเหมือนเป็นไม้ค้ำให้ฉันพยุงตัวเองต่อไปได้อีกหน่อย 

ได้รู้สึกว่าหากในท้ายที่สุดแล้วฉันรับความเจ็บปวดในการใช้ชีวิตไม่ไหว ฉันยังมีธรรมะเป็นที่พึ่งพิง 

แต่จนแล้วจนรอด การสละความสุขทางโลกเพื่อพ้นทุกข์ ยังเป็นเป้าหมายที่ฉันทำใจยอมรับไม่ได้ 

ฉันยังหลงใหลในรสชาติของชีวิต ฉันอยากจะลิ้มรสความสุข ความทุกข์ และอยากจะร่วมเดินทางไปพร้อมๆ กับผู้คนที่ฉันรักอยู่

ระหว่างที่ปฏิบัติธรรมอยู่แปดวัน ฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน จนเกิดความคิดว่าหากต้องไปบวชจริงๆ ฉันก็ทำได้ เพราะสภาพแวดล้อมก็เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการปฏิบัติฝึกฝน แต่มันดูเหมือนว่าเราจะต้องตัดการยึดติด การยึดโยงกับตัวตนทางโลกของเราออกไปทั้งหมด ซึ่งฉันทำไม่ได้แน่ๆ

การพยายามเป็นสายธรรมะดูจะไม่ตอบโจทย์ฉันเท่าไร เพราะเมื่อต้องออกมาใช้ชีวิตในโลกที่วุ่นวาย ไม่มีทางเลยที่ฉันจะตามจิตของตัวเองทัน ฉันเป็นคนอ่อนไหว ทั้งความคิดความรู้สึก มันแล่นเร็วไปหมด ออกจากสำนักปฏิบัติธรรม สมาธิก็กระเจิงแล้ว ไม่มีทางตั้งสมาธิได้เลย ลมหายใจยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ยากเกินไป

ก่อนอายุยี่สิบ ฉันเป็นคนบ้าพลังมาก

ฉันทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จได้ด้วยการตั้งเป้าหมาย ฉันเชื่อในตัวเอง ฉันเชื่อในพระเจ้า แต่ตอนนั้นฉันยังเยาว์เกินกว่าจะยอมรับความผิดหวังได้ ฉันจึงเลิกอธิษฐานต่อพระเจ้า

เมื่อเวลาผ่านไปห้าปี วันหนึ่ง ฉันก็รู้สึกตัวขึ้นมาว่า

ทุกอย่างที่ฉันเคยขอเอาไว้ พระเจ้าได้มอบให้ฉันครบหมดแล้ว

ตอนนั้นฉันรู้สึกขัดแย้งกับพ่อแม่อย่างหนัก ตอนนี้ความสัมพันธ์ในบ้านของเราดีแล้ว

ตอนนั้นฉันมีปัญหากับเพื่อนสนิทหลายคน แต่ตอนนี้เราทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว เวลาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าความขัดแย้งในตอนนั้นไม่อาจแยกพวกเราออกจากกัน เรายังรักษามิตรภาพเอาไว้ได้อย่างมั่นคง

ตอนนั้นฉันเจ็บปวดเพราะความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ฉันรักพังลง แต่ตอนนี้ฉันเป็นอิสระจากความรู้สึกเก่าๆ พวกนั้นแล้ว ที่ดียิ่งกว่าคือเธอคนนั้นยังรู้สึกดีต่อฉันอยู่ เรายังกลับไปพบเจอกันได้ใหม่ในสถานะอ่ื่น

ตอนนั้นฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องชีวิตคู่ด้วยซ้ำ สิ้นหวังมากกับเรื่องความรัก แต่จู่ๆ พระองค์ก็ให้ฉันมาคนหนึ่ง ให้มาอย่างไม่ทันตั้งตัว และเราก็เข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ จนทุกวันนี้ยังไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง

ตอนนั้นฉันคิดว่าร่างกายของฉันมันเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง เต็มไปด้วยความเจ็บป่วย แต่ตอนนี้ฉันได้เรียนรู้แล้วว่ามนุษย์ล้วนมีข้อบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น และเราอยู่กับมันได้ เราดูแลมันได้ หากเรายอมรับและเปิดใจรักตัวเอง

ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าอนาคตตัวเองจะเอาตัวรอดมั้ย จะได้ทำอาชีพอะไร ตอนนี้ฉันพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าฉันเอาตัวรอดได้ และฉันสามารถทำอาชีพในฝันของตัวเองได้ทุกๆ อย่างเลย การเจ็บป่วยทางจิตใจในวัยยี่สิบของฉัน ทำให้ฉันได้พบกับนักจิตวิทยาการปรึกษา จากที่เคยสนใจแต่ยังลังเลสงสัย ก็แน่ใจขึ้นมาว่านี่แหละคืองานที่ฉันอยากทำจริงๆ

บางครั้งชีวิตของเราก็เหมือนมีใครบางคนเขียนมันขึ้นมา

มีเรื่องบังเอิญแปลกๆ มากมาย เหมือนความบังเอิญที่อยู่ในนิยายในละคร

เช่น เรื่องที่ฉันมีผีเสื้อเป็นเครื่องรางนำโชคของตัวเอง

ทีแรกชอบผีเสื้อ เพราะมันอยู่ในลายเซ็นของแทยอน ไอดอลที่ฉันชอบ ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันฮึดทำตามความฝันมายาวนานหลายปี แต่เมื่อความฝันทุกอย่างแตกสลาย ไม่มีความฝันใดๆ เหลืออีก ฉันก็ประคองชีวิตต่อไปด้วยการติ่งไปวันๆ ติ่งหลายวงเลยด้วย

ตอนนั้นฉันชอบวงจีเฟรนด์จากเพลง Navillera ซึ่งเพลงมันพูดถึงผีเสื้อ ฉันได้สร้อยคอรูปผีเสื้อที่นำพาโชคดีมาให้ฉันมากมาย จนกลับมามีความสุขกับการใช้ชีวิตได้อีกครั้ง แม้มันจะเป็นชีวิตที่ไร้เป้าหมาย แต่อย่างน้อยฉันแข็งแรงมากพอที่จะลองทำงาน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในแบบทดสอบทางอาชีพมากมายที่ฉันรู้สึกภูมิใจ ก็คือได้ลองทำงานเยอะมากเพราะอยากหาเงินมาติ่ง

จากนั้นฉันก็เข้าเรียนปริญญาโทด้านจิตวิทยาการปรึกษา และได้รู้ข่าวว่าแทยอน ไอดอลของฉันป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนเองเรียนมากขึ้น ฉันได้ทำงานบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาเรื่อยๆ ระหว่างการฝึกงาน และอาการป่วยของแทยอนก็ทำให้ฉันได้หัวข้อธีสิสที่สนใจ

การเรียนด้านจิตวิทยา ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกอยากเขียนนิยายอีกครั้ง ฉันได้ยอมรับกับตัวเองเรื่องความฝันในการเป็นนักเขียน และได้เขียนผลงานที่รู้สึกภาคภูมิใจออกมา ทว่าการเรียนในระดับปริญญาโททำให้ฉันเกิดความเครียดอย่างหนักจนต้องหยุดเขียนไปเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ฉันเขียนอะไรไม่ออกอีกเลย รู้สึกเคว้งคว้างและต่อต้านทุกอย่างที่พรากการเขียนนิยายไปจากฉัน ซึ่งหลักๆ ก็คือการเรียน

ไม่นานมานี้ จู่ๆ ฉันก็พบว่าตัวเองกลับมาเขียนได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยได้แรงบันดาลใจตัวละครและเรื่องราวมาจากเกิร์ลกรุ๊ปวง Cosmic Girls ซึ่งความบังเอิญคือฉันชอบวงนี้ตอนที่เขากำลังโปรโมตเพลง Butterfly กันอยู่ ฉันรู้สึกเหมือนผีเสื้อพาโชคมาให้ฉันอีกแล้ว

การกลับมาเขียนได้อีกครั้งทำให้ฉันเริ่มเบื่อการเรียนปริญญาโท ฉันอยากแต่งนิยาย ฉันไม่อยากทำธีสิส ฉันเทงานทุกอย่างไปนั่งดูซีรี่ส์เรื่อง It's okay to not be okay ซึ่งใช้ผีเสื้อเป็นสัญลักษณ์สำคัญ

ความบังเอิญคือฉันเลิกดูซีรี่ส์เกาหลีไปนานมากแล้ว ดูกี่เรื่องก็ดูไม่จบ เบื่อเสียก่อน แต่เรื่องนี้พี่สาวของฉันมาบอกก่อนว่าดูแล้วนึกถึงฉัน เพราะฉันเรียนจิตวิทยา แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ กระทั่งวันหนึ่งแฟนฉันส่งรูปนางเอกเรื่องนี้มาในแชท และบอกว่าผู้หญิงคนนี้มีรอยยิ้มเหมือนฉันเลย ฉันเห็นหน้านางเอกก็ถูกชะตาเลยลองไปดูซีรี่ส์ ก็ได้พบว่านางเอกในเรื่องเป็นนักเขียน ซีรี่ส์เรื่องนี้ก็มีทั้งเรื่องราวของการเป็นนักเขียน และความเจ็บป่วยทางจิต ซึ่งเป็นสองเรื่องที่ฉันสนใจมากๆ และเป็นหัวข้อธีสิสของฉันด้วย

ตอนแรกผีเสื้อในเรื่องเป็นสัญลักษณ์ของความตาย เป็นตัวแทนของตัวละครตัวหนึ่งที่ป่วยทางจิต แต่สุดท้ายเรื่องราวก็เฉลยว่าผีเสื้อเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณต่างหาก เพราะในภาษากรีกคำว่าผีเสื้อ คือคำเดียวกับคำว่า 'psyche' หรือ ไซคี ในซีรี่ส์บอกว่าผีเสื้อคือสัญลักษณ์ของการเยียวยา

ฉันดูแล้วก็ขนลุกเลย เพราะไซคีก็เป็นอีกชื่อหนึ่งที่หมายถึงคณะจิตวิทยาที่ฉันเรียนนั่นแหละ มีรากศัพท์เดียวกัน ในทางวรรณกรรม ผีเสื้อยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความเปราะบาง ความอดทน และความหวัง ในศาสนาคริสต์ ผีเสื้อยังเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนชีพอีกด้วย

เห็นไหมล่ะว่าชีวิตมันเต็มไปด้วยเรื่องบังเอิญมากมายขนาดไหน ผีเสื้อนำโชคมาให้ฉันอีกแล้ว เพราะฉันดูแล้วก็เกิดแรงฮึดที่จะกลับไปเรียนต่อให้จบ จะได้เป็นทั้งนักเขียนและนักจิตวิทยาอย่างที่เคยฝันไว้สักที

ความบังเอิญทั้งหมดทั้งมวลนี้ บางคนเรียกมันว่าสวรรค์จัดเรียง แต่สำหรับฉัน ฉันมองว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยความบังเอิญนี้ ก็คือผลงานชิ้นหนึ่งของพระเจ้า ถึงมันจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ฉันก็ยังมองว่าชีวิตของฉันเป็นเรื่องราวการเติบโตที่สวยงามอยู่ดี

หลังจากครุ่นคิดเรื่องพวกนี้มาสักพัก ฉันก็เริ่มทำใจกับอดีตได้มากขึ้น

ฉันรักตัวเองที่เป็นคนใหม่มากขึ้น ยอมรับการตายของฉันคนเก่าในวัยก่อนยี่สิบได้มากขึ้น เพราะมันไม่ใช่การสูญเสียโดยถาวร มันคือการตายที่มีความหมาย ตายจากความเยาว์ ความเขลา และเกิดใหม่เป็นคนที่พร้อมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป ฉันไม่ได้ลืมความเจ็บปวดทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น ฉันจดจำ ยอมรับ และค่อยๆ ก้าวผ่านมันไปได้ทีละน้อย

ตอนนี้ฉันคิดว่า ฉันจะลองกลับไปอธิษฐานในทุกเช้าและก่อนนอนดู

น่าจะทำให้ฉันกลับไปเชื่อมต่อกับตัวตนในวัยก่อนอายุยี่สิบของฉันที่ถูกตัดขาดไปได้อีกครั้ง

ตอนนี้ฉันมีเพื่อนสนิทเป็นคนคริสต์อยู่สองคน อาจจะลองเข้ามีตติ้งออนไลน์ของโบสถ์กับเพื่อนดูบ้าง ถ้าสถานการณ์โควิดไม่แย่ก็อาจจะลองไปโบสถ์

จะลองกลับไปใกล้ชิดกับความรักของพระเจ้าเหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก

เรื่องศาสนาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนดีนะ 

ฉันเองก็ยังคงศึกษาทั้งพุทธและคริสต์ไปพร้อมกัน ยังมีความมุ่งมั่นจะไปช่วยงานพี่ๆ ที่เสถียรธรรมสถานอยู่ เพราะดูเป็นสถานที่ที่คนมาช่วยเหลือกันด้วยความรักความเมตตาจริงๆ 

บางคนอาจใช้อิสระที่มีมากขึ้นในการเลือกไม่นับถือศาสนาอะไรเลย แต่ฉันอยากใช้อิสระและมุมมองมนุษยนิยมในยุคสมัยนี้ในการเลือกนับถือแบบที่ตัวเองพอใจ จากประสบการณ์และการทดลองของตนเอง

ฉันก็เป็นแค่คนคนหนึ่ง ที่เชื่อในศักยภาพของมนุษย์ และเชื่อในพลังแห่งความรัก เชื่อในคำสอนเรื่องความรักของพระเจ้าที่สอนให้รักเพื่อนมนุษย์ เชื่อว่าพระเจ้าเป็นพลังเหนือธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และเราสามารถวางใจในพระองค์ได้ อย่างน้อยก็เพื่อให้จิตเรานิ่งขึ้น และฉันก็เห็นประโยชน์ของการฝึกสมาธิวิปัสสนา และการฝึกจิตในแบบของพุทธด้วย

ส่วนพวกพิธีกรรม ฉันตัดออกทั้งหมดแหละ มองมันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประเพณีทางสังคม อะไรไม่เห็นด้วยก็ตัดออก เช่นการจุดธูป การเผาอะไรต่างๆ การทำลายสิ่งแวดล้อมฉันถือเป็นการทำร้ายเพื่อนร่วมโลก พยายามกระตุ้นคนรอบตัวให้คิดเยอะๆ อยู่ ก่อนจะเชื่อหรือทำตามอะไร 

ฉันดีใจนะที่เห็นคนรุ่นใหม่คิดกันเก่งขึ้น หวังว่าศาสนาในประเทศเราก็จะมีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และฉันก็จะเป็นคนหนึ่งที่ช่วยลงมือทำ 

ความเปลี่ยนแปลงมันน่าติดตามเสมอเลยนะ 

ฉันน่ะ อยากขอให้พระเจ้าใจดีกับประเทศไทยหน่อย พล็อตประวัติศาสตร์การเมืองช่างโหดร้ายต่อประชาชนเหลือเกิน

ฉันอยากขอให้พระองค์พาดินแดนแห่งนี้ให้หลุดพ้นจากปมอันยุ่งเหยิงและไปถึงจุดคลี่คลายที่ดี

ให้ความเลวร้าย ความอยุติธรรมทั้งหลาย มันจบลงที่รุ่นเราเถอะ

นี่จะเป็นหนึ่งในคำขอที่ฉันจะอ้อนวอนต่อพระเจ้าในทุกเช้าและทุกค่ำคืน







SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments

LaFloraRa
3 months ago
เป็นเรื่องราวที่งดงามมากค่ะ เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกเรื่องเลยนะคะ 🦋
Reply
Shallot
3 months ago
ขอบคุณนะคะ 🥰
blackclash
3 months ago
ติดตามนาน ๆ จะแวะมาอ่านน่ะครับ
Reply
Shallot
3 months ago
ยินดีค่ะ ☺️
nananatte
1 month ago
ทั้งสาธุและอาเมนค่ะ :-) 
เพิ่งกลับมาสู่ storylog เลย เหมือนไปเดินทางรอนแรมแสนไกลมานาน
ดีใจจังกลับมาที่นี่ก็มีโพสต์สนุกๆ ของคุณ shallot รอให้อ่านเพียบ
Reply
Shallot
1 month ago
ดีใจที่เหมือนกันที่เห็นคุณณัฐกลับมาค่า คิดถึงนะคะ :)