โรงเรียนของเราน่าอยู่


                                         Maplesikhram
‘กริ๊งงง.........กริ๊งงงง’ มือเรียวยาวยื่นมาขว้าโทรศัพท์เพื่อมาปิดเสียงแจ้งเตือนนาฬิกาปลุก ที่ตนตั้งปลุกไว้เพื่อที่จะนอนต่อ แต่ก็ต้องลุกขึ้นจากเตียงอย่างไวเพราะนาฬิกาในโทรศัพท์บอกเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลา 07.30 น. นั้นแสดงว่าสายแล้ว ร่างสูงใหญ่จึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวไปโรงเรียน เห้ออ.... เสียงถอนหายใจ “นึกว่าจะมาเรียนไม่ทันซะแล้ว เกือบโดนกักมั้ยล่ะเรา”  ฉันชื่อลิลิน ตอนนี้อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ถ้าให้ฉันพูดถึงโรงเรียนอ่ะนะ บอกเลยว่าเราน่ะไม่ค่อยถูกกับโรงเรียนเท่าไหร่หรอก แค่คิดว่าต้องมาโรงเรียนก็ขี้เกียจแล้ว เดินเข้ามาในโรงเรียนได้ซักพักเราก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกฉันอย่างเสียงดัง “อ่าวเห้ย!! ไอ้ลิลิน วันนี้มาโรงเรียนทันด้วยหรอวะ” แพรววาตะโกนพร้อมทั้งวิ่งเข้ามากระโดดกอดคอฉันอย่างแรง แถมยังหัวเราะด้วยน้ำเสียงอันสดใส “55555555” “โอ๊ยยย....เจ็บนะแพรววา แล้วจะตะโกนเสียงดังทำไมเนี่ย มันรบกวนคนอื่นเขา” เราพูดพร้อมทำหน้าตาดุใส่  คนที่เรียกฉันเสียงดังและกระโดดมากอดคอฉัน ชื่อแพรววา เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเรา แพรววาเป็นคนน่ารัก หน้าตาสละสวย กิริยามารยาทดี เป็นคนที่ทำตามกฎระเบียบอย่างดี เรียนเก่ง โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์เก่งมากๆเลยล่ะ จนได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันวิชาการตั้งแต่ม.4-6 “อย่าทำหน้าดุสิลิลินมันไม่น่ารักเลยน๊า เดี๋ยวไม่มีหนุ่มๆมาจีบนะ” แพรววาพูดพร้อมทำหน้าตากวนๆ “ช่างสิ เราไม่ได้สนอยู่แล้ว” ฉันพูดอย่างตัดรำคาญ “ว่าแต่เราจะไปไหนอะ” แพรววาพูดพร้อมดื่มนมแอนลีนไปด้วย “ไปโรงอาหาร” “ลิลินไม่เข้าแถวหรอ มันใกล้เข้าแถวแล้วนะ” “เราร้อนอะ ขี้เกียจเข้าแถวด้วย แพรววาไปด้วยกันปะ” “จะชวนเราโดดแถวอะดิ ไม่เอาอะ เราไม่กล้า” “งั้นโอเค เราไปละ เจอกันตอนเข้าเรียน” ฉันก็เดินจากแพรววาไปที่โรงอาหาร ฉันเดินไปและกำลังคิดอยู่ว่าทำไมเราต้องเข้าแถวด้วย แดดประเทศไทยก็ร้อน ฉันสงสัยเรื่องนี้มาตั้งแต่ฉันเข้าเรียนตอนม.1 แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบที่เป็นเหตุเป็นผล ส่วนมากก็ได้คำตอบว่า “ฝึกความอดทนความเป็นระเบียบเรียบร้อย ,มันเป็นธรรมเนียมที่ทำกันมานานแล้ว” เห้ออ....ฉันถอนหายใจอย่างแรง “จะไปอยู่ตรงไหนดีเรา หลังห้องเกษตรแล้วกัน” ฉันพูดพร้อมทั้งเดินไปที่ห้องเกษตร ซึ่งห้องเกษตรนี่เป็นที่หลบพวกคณะกรรมการได้ดีเลยทีเดียว พอนั่งได้ซักพักฉันก็ได้ยินคนคุยกันที่หลังห้องน้ำ ด้วยความช่างสงสัยของฉันจึงตัดสินใจค่อยๆเดินไปแอบฟังที่ตรงข้างๆห้องน้ำ “เห้ย!! นั่นมันครูสมพงษ์กับผ.อ.นี่” ฉันพูดในใจ “ตอนนี้งบประมาณค่าอาหารกลางวันนักเรียนได้มาแล้ว” “คราวนี้ได้มาเยอะกว่าเดิมมั้ยครับ” “เยอะกว่าเดิมอยู่ แต่อาหารกลางวันไม่ต้องเปลี่ยนเมนู” “รับทราบครับ เห็นว่าท่านก็ของบประมาณมาพัฒนาอยู่ไม่ใช่หรอครับ” “ใช่ แต่ก็แค่สร้างห้องน้ำเพิ่มนิดหน่อยๆก็เท่านั้นเอง” “คราวนี้ได้มา2เท่าเลยใช่มั้ยครับ555555” “นิดๆหน่อยๆเอง” แกร๊ก... “ชิบละ” ฉันสยบเบาๆ “ใครหน่ะ?” ครูสมพงษ์ถาม วินาทีที่ครูถาม ใจฉันตกไปอยู่ตาตุ่มทันที ฉันก็เลยค่อยๆย่องทำท่าทีว่ามาเข้าห้องน้ำ จึงค่อยๆเดินไปที่หน้าประตูห้องน้ำหญิง เมื่อถึงห้องน้ำหญิง ครูทั้งสองก็เดินออกมาพอดี “ทำไมเธอไม่ไปเข้าแถว” ผ.อ.ถาม “หนูมาเข้าห้องน้ำค่ะครู พอดีท้องเสียค่ะ” ฉันตอบ “หนูขออนุญาตครูคุมแถวแล้วนะคะ ครูอนุญาตแล้วค่ะ” แต่ที่จริงแล้วฉันโกหก เพราะฉันโดดแถว ฉันพูดเพื่อให้ตัวเองรอด “งั้นก็รีบเข้าละ” ผ.อ.พูด “โอเคค่ะครู” ฉันพูด แล้วครูก็เดินจากไป เห้อออ.... ฉันถอนหายใจอย่างแรง “นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วเรา เอ…ถึงว่าหล่ะทำไมค่าเทอมถึงแพงขึ้น อาหารก็ได้กินแต่อันเดิมๆ โรงเรียนก็ไม่เห็นจะพัฒนาขึ้นซักที เพราะงี้นี่เอง” ฉันพูด อยู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ‘ ผิดก็ตรงที่เผลอใจไปรักเธอ ผิดก็ตรงที่รักเธอ’ คนที่โทรมาคือแพรววา “ฮัลโหล ว่าไงแพรววา” “ลิลินอยู่ไหน มาเรียนได้แล้วนะ” “อยู่ห้องเกษตร กำลังไปเรียนจ้า แค่นี้นะ” ฉันกดวางสาย และรีบเดินไปเรียนหนังสือ  ตอนเลิกเรียน ฉันกำลังคิดอยู่ว่าทำไมผ.อ.ถึงอยากได้เงินจัง ทั้งๆที่ผ.อ.ก็รวยอยู่แล้ว หรือว่าเงินแค่นั้นมันไม่พอใช้สำหรับผ.อ. เห้อออ ผู้ใหญ่หนอ ผู้ใหญ่ ปากพร่ำสอนลูกหลานแท้ๆว่าเราต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่คดโกง แต่ผู้ใหญ่กลับทำซะเอง…. ติ้ง….(เสียงไลน์) แม่: วันนี้แม่ไม่กลับบ้านนะลูก หาข้าวกินเองเลยนะ” “อีกแล้วหรอ เห้อออ ไม่อยากกลับบ้านละ” ฉันพูดพลางเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ฉันก็เดินไปหาแพรววา “แพรววาวันนี้เราไปนอนด้วยนะ” “อืมม ได้สิ แต่ลิลินกลับบ้านก่อนเลยนะ พอดีเราต้องไปหาอาจารย์สมพงษ์อะ “ว่าแต่ไปหาอาจารย์ทำไมอะ ไปซ้อมแข่งวิชาการหรอ” “ก็คงใช่แหล่ะ” “เป็นไรอะแพรววา ทำไมหน้าตาดูไม่โอเคจัง ไม่สบายตรงไหนรึป่าว” “ป่าว เราไม่ได้เป็นไร เราไปก่อนนะ อาจารย์รอแล้ว” “โอเค” ฉันกับแพรววาก็แยกทางกันก่อนที่จะไปบ้านแพรววาฉันก็กลับบ้านก่อน เพื่อที่จะไปเตรียมของไปนอนบ้านแพรววา สิ่งที่ฉันสังเกตเห็นช่วงนี้แพรววาทำตัวแปลกๆ ยิ่งเวลาหลังเลิกเรียนยิ่งแปลกและเวลาพูดชื่อครูสมพงษ์ทีไร ก็จะรู้สึกเหมือนตัวสั่นทุกที หรือฉันคงคิดมากเองไปมั้ง มันคงไม่มีอะไรหรอก  เวลา 18.30 น. แพรววากลับมาถึงบ้าน ท่าทางดูเหมือนเหนื่อยๆ และเนื้อตัวดูสะบักสะบอม ฉันอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถามเพราะสีหน้าแพรววาดูไม่โอเคเอามากๆ หลังจากที่แพรววาอาบน้ำเสร็จก็ลงมากินข้าว ระหว่างตอนกินข้าวแพรววาแปลกๆ เงียบผิดปกติ ไม่พูดไม่จา เวลาฉันเรียกก็จะสะดุ้ง มันต้องมีอะไรแปลกๆแน่ แต่ก็ไม่กล้าถามเพราะสภาพแพรววาตอนนี้คงไม่อยากเล่า พอแพรววากินข้าวเสร็จ ฉันก็อาสาจะล้างจานให้ พอล้างจานเสร็จฉันก็เตรียมตัวเข้านอน พอเข้าไปห้องนอนฉันก็เห็นแพรววานั่งตัวสั่น เสียงสะอื้น ฉันตกใจมาก จึงเดินไปหาแพรววา “เป็นอะไรหรือป่าวแพรววา บอกเราได้นะ” “ลิลิน ฮึกก.ฮือออ เราไม่ไหวแล้ว เราทนไม่ไหวแล้วลิลิน” “แพรววาใจเย็นๆนะ มีอะไรเล่าให้เราฟังนะ” “ฮึกกก.ฮืออออ เราโดนครูสมพงษ์ลวนลาม เราไม่ไหวลิลินเราไม่อยากมีชีวิตอยู่ เราอาย ฮือออ” ฉันนั่งกอดปลอบแพรววาอย่างอ่อนโยน “แพรววาใจเย็นๆนะ พน.เราจะไปบอกคุณครูให้ เราเข้าใจนะว่าเธออาย แต่คนแบบนี้สมควรได้รับโทษ” “ลิลิน…..” “ไม่ต้องกลัวนะแพรววาทุกอย่างจะต้องโอเค นอนเถอะนะ” ฉันกล่อมแพรววานอน และล้มตัวนอนข้างๆแพรววา โดยที่แพรววายังสะอึกเพราะร้องไห้ และแพรววาก็หลับไป เช้าวันใหม่ แพรววามาบอกฉันว่าจะไม่ไปโรงเรียน ฉันก็ตอบตกลง และยังบอกให้แพรววาพักผ่อน และฉันต้องเอาเรื่องของแพรววาไปบอกผ.อ.ให้ได้ แต่…ท่านผ.อ.กับครูสมพงษ์แกสนิทกันไม่ใช่หรอ ถ้าไปบอกก็คงไปบอกเปล่าๆ คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน แต่ถ้ามีหลักฐานผ.อ.คงไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้แน่ ฉันคิดแล้วคิดอีกว่าจะบอกเรื่องนี้ยังไงดี จนถึงตอนเที่ยงฉันก็เลยตัดสินใจไปบอกอาจารย์ที่ปรึกษา “เรื่องนี้ผู้ปกครองของนักเรียนอีกคนนึงก็มาร้องเรียนอยู่เหมือนกันนะ เธอไม่รู้หรอ” “มาร้องเรียนตอนไหนคะ” “ก็อาทิตย์ก่อนนั้นแหล่ะ แต่เรื่องก็เงียบไป” “อะไรนะคะ!!! แต่เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่มากเลยนะคะครู ทำไมถึงปล่อยล่ะคะ” “ก็ฟ้องไปก็เท่านั้นอะลูก ยังไงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี” “แล้วครูก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปหรอคะ ครูโอเคหรอคะเรื่องแบบนี้ ครูลวนลามเด็กนักเรียนเลยนะคะครู มันเป็นเรื่องใหญ่โตมากเลยนะคะ” “แล้วเธอจะให้ครูทำอย่างไรล่ะ” “ครูก็ต้องควรรู้สิคะว่าควรทำอย่างไร” “แต่เธอก็ต้องเข้าใจครูด้วยนะ ครูไม่อยากมีปัญหา” “คะ? คือสรุปครูไม่อยากมีปัญหาแค่นั้นเองหรอคะ เหอะ! ครูคะหนูขอถามครูเป็นครั้งสุดท้ายนะคะ ถ้าสมมุติว่าคนที่โดนครูสมพงษ์ลวนลามหรือโดนข่มขืนเป็นลูกเป็นหลานครู ครูจะทำเช่นไรคะ?” “……” “งั้นหนูคงได้คำตอบแล้วล่ะค่ะ หนูลานะคะ สวัสดีค่ะครู”  ฉันเดินออกจากห้องพักครูไปอย่างหัวเสีย ไม่ว่าฉันจะไปแจ้งตำรวจหรือ ไปร้องเรียนผ.อ. ไปฟ้องครู ก็คงไม่มีใครสนใจ แล้วไอ้คนที่ทำผิดก็จะลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม ประเทศเราตอนนี้มันบิดเบี้ยวมาก ประเทศที่ฉันอยู่ตอนนี้หลักสูตรการเรียนการสอนในบทเรียนสอนเน้นแต่ศีลธรรม ซื่อสัตย์สุจริต แต่ในชีวิตจริงกลับทำตรงกันข้ามหมดเลย ฉันเดินไปบ่นไป  เวลาเลิกเรียน เหมือนฉันเห็นแพรววากำลังจะเดินไปตึกคณิตศาสตร์ ฉันสังเกตดีๆ ใช่แพรววาจริงๆด้วย แพรววามาทำอะไรที่นี่? หรือว่า.... “แพรววา!!!!” ฉันตะโกนอย่างเสียงดัง และวิ่งเข้าไปหาแพรววาทันที “มาทำอะไรที่นี่ แพรววา ตอนนี้โอเคแล้วหรอ?” “เราโอเคแล้วลิลิน พอดีมีเรื่องจะจัดการนิดหน่อยนะ” “แล้วทำไมต้องมาที่ตึกคณิตศาสตร์ด้วย หรือว่า?... งั้นเราไปด้วยแพรววา” “ลิลิน...คืออาจารย์นัดเราไว้อะเราต้องมา” “แต่ครูคนนั้นทำมิดีมิร้ายกับแพรววานะ จะไปหาทำไม” “ลิลิน...ไม่ต้องห่วงเรานะ อีกอย่างเรารู้แล้วด้วยว่าวันนี้เธอเอาเรื่องที่เราโดนลวนลามไปบอกครู แต่ครูกลับไม่สนใจ เอาตรงคือเราโครตเสียใจมากเลยอะ แต่ที่เรามาที่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายของเรา เราไปแปปเดียวเองลิลิน เชื่อสิว่าต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน” “อะ...โอเค ถ้าเกิดอะไรขึ้นรีบเรียกเราเลยนะ” ฉันพูด และแพรววาก็เดินขึ้นตึกไป ฉันก็รออยู่ด้านล่าง ซักพักนึงแพรววาก็เดินลงมา ฉันรีบเดินไปหาแพรววาและสำรวจร่างกายของแพรววาทุกมุม “อะไรลิลิน55555 เราไม่ได้โดนครูทำอะไรหรอก” แพรววาพูด ทำให้ฉันโล่งอก “ว่าแต่แพรววามาหาครูทำไมอะ” ฉันถามอย่างสงสัย “เราแค่เอายามาให้ครูหน่ะ ครูแชทมาบอกเราว่าไม่สบาย เราก็เลยซื้อพารามาให้” แพรววาตอบอย่างยกยิ้ม “ลิลินวันนี้เราไปกินเนื้อย่างกัน หิวมากเลยตอนี้ เราเลี้ยงเอง น๊าๆ” แพรววาพูดพร้อมเขย่าแขนฉัน “ก็ได้ๆ แต่แพรววาไม่ต้องเลี้ยงเรานะ หารกัน โอเคนะ?” “โอเค” แพรววาตอบ น้ำเสียงดูมีความสุข ทั้งๆที่เมื่อวานกลับเศร้า แต่ก็ดีแล้วล่ะที่แพรววากลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ฉันก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี และคำถามสุดท้ายที่ฉันสงสัยคือยาที่แพรววาเอาไปให้ครูสมพงษ์ เป็นยาอะไรกันแน่ เพราะมันเหมือนไม่ใช่ยาพารามาก และคำถามนี้ก็ยังค้างคาที่สมองฉัน...  วันรุ่งขึ้น กับการตื่นเช้าในวันหยุด เป็นอะไรที่มีความสุขมากที่สุด นี่ก็เป็นเวลา3วันแล้วที่ฉันมาอยู่กับแพรววา พอแอบไปส่องแพรววา แต่เจ้าตัวยังไม่ตื่น ฉันจึงลุกไปทำอาหารเช้า และเดินไปเปิดทีวีดู “ดับอนาจคาบ้าน! การตายของนายสมพงษ์ ทราบว่าเป็นครูของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ผลการสรุปคาดฆ่าตัวตาย เพราะมีความเครียดเยอะ หลักฐานพบแคปซูลยาที่มีส่วนผสมยาพิษไซยาไนต์ ผู้ตายกินแคปซูลยาที่มีส่วนผสมไซยาไนต์และเสียชีวิตมาแล้ว 6 ชั่วโมง” ฉันปิดโทรทัศน์อย่างไว และทบทวนเรื่องราวของเมื่อวานและก็สรุปได้ว่ายาที่แพรววาเอาไปให้ครูคือยาอะไรและปฏิกิริยาที่แปลกๆของแพรววาตอนเมื่อวานเป็นเพราะสาเหตุใด  ฉันก็เงียบไว้ เพราะเมื่อกฎหมายเอาผิดเขาไม่ได้มีแต่การตายเท่านั้นและคนที่ลงมือคงคิดแล้วล่ะว่าถ้าทำไปแล้วต้องเจอกับอะไร....
SHARE
Written in this book
Meple

Comments