อย่าเปลืองอารมณ์อันมีค่าแก่คนที่เกลียดเธอหรือเธอเกลียด
1
“ปัจจุบันเธอต้องขอบคุณคนที่อยู่เคียงข้างจากใจจริง คนที่ถึงแม้ไม่เจอกันบ่อย ก็ยังคอยอยู่ข้างๆ เธอเสมอ
อย่าเปลืองอารมณ์อันมีค่าแก่คนที่เกลียดเธอหรือเธอเกลียด
เธอเพียงตั้งใจใช้ชีวิตโดยใส่ใจมองเพียงชีวิตของเธอ ด้วยความความคิดรู้คุณต่อคนที่เชื่อใจในตัวเธอก็พอ"

นี่เป็นข้อความจากหนังสือ ทุกช่วงคือเวลาของเรา เขียนโดยคุณ ฮาแทวัน ที่รุ่นน้องผมโพสต์ลงเพจซึ่งมีคนแชร์ไปเยอะเอาเรื่อง อ่านทีแรกก็รู้สึกน่ารักดี เพราะเป็นเรื่องการให้ขอบคุณคนที่อยู่เคียงข้างเราจากใจจริง ให้เราตั้งใจใช้ชีวิตโดยใส่ใจมองคนที่เชื่อใจในตัวก็พอ

ซึ่งเป็นแนวคิด Positive ที่เราน่าจะเคยอ่านเจอหรือเห็นมาแล้วจากสักที่ เพราะเป็นแนวคิดดีๆ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ให้เราใส่ใจคนที่รักเรา อย่าใส่ใจคนที่เกลียด

2
อย่างเวลานักข่าวถามดาราบางคนว่า คิดยังไงกับข่าวไม่ดี หรือคำวิจารณ์บนโลกโซเชียล ดาราหลายคนมักตอบตรงกันว่า ไม่ได้อ่าน หรือถ้าอ่านก็ไม่ได้ใส่ใจค่ะ เพราะคนที่วิจารณ์ไม่ได้รู้จักเราดีพอ จึงไม่ไปให้ค่าหรือความสำคัญ สู้เอาเวลามาสนใจคนที่รักเรา หรือคนในครอบครัวดีกว่า

แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าพวกเขาไม่มีเวลามาใส่ใจ เพราะเวลาของพวกเขาเป็นเงินเป็นทอง ดาราบางคนมีค่าตัวชั่วโมงละ 30,000-200,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความดังตอนนั้น) เขาจึงมีเรื่องสำคัญกว่าให้ใส่ใจอยู่แล้ว

และเมื่ออ่านทบทวนข้อความของคุณฮาแทวันอีกครั้ง มีประโยคหนึ่งที่ผมติดใจมากคือ "อย่าเปลืองอารมณ์อันมีค่าแก่คนที่เกลืยดเธอหรือเธอเกลียด"

3
สารภาพว่า เพิ่งรู้ว่าอารมณ์ของเรามีค่าด้วย เพราะที่ผ่านมาผมใช้อารณ์แบบเปล่าประโยชน์เสมอ คือหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง อารมณ์เสียกับเรื่องเล็กน้อย โกรธ โมโหตลอดเวลา

ผมใช้อารมณ์เป็นเหมือนของฟรี ที่ไม่มีค่า ไม่มีราคาเอาเสียเลย ทำให้ชีวิตย่ำแย่เพิ่มหลายเรื่อง(ถ้าไม่ต่อความยาว มันก็จบแล้ว)

พอมาคิดตามที่คุณฮาแทวันเขียน ผมก็มีมีมุมมองเปลี่ยนไป ว่าอารมณ์ของเรามีค่ามาก ทำไมถึงเอาไปเสียกับเรื่องแย่ๆ และไม่ดีละ ทำไมไม่เอาอารมณ์อันมีค่าของเรามาใช้จ่ายกับเรื่องดีๆ ที่เราชอบ เราสนใจ ให้มากกว่าเดิม

เลิกที่จะสนใจเรื่องแย่ๆ ซะ เพราะอารมณ์ของเรามีค่า และผมมองว่าไม่ใช่แค่อารมณ์หรอก เพราะความคิด ความรู้สึก เวลาของเราก็มีค่ามากไม่แพ้กัน

4
ทำไมเราไม่คิดเรื่องดีๆ ให้มากขึ้น
ทำไมเราไม่รู้สึกขอบคุณสิ่งที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้น
ทำไมเราไม่รู้สึกชื่นชมสิ่งที่ได้รับมาให้มากขึ้น
ทำไมเราไม่เอาเวลาไปใช้จ่ายกับเรื่องดีๆ ที่น่าประทับใจ สวยงาม แทนการวิจารณ์หรือหงุดหงิดกับบางเรื่องที่เราไม่โอเค ไม่เห็นด้วย

5
ผมคิดว่าวันเป็นเรื่องมุมมองและการโฟกัส ที่ผ่านมาผมมองและโฟกัสแต่เรื่องที่ชวนหงุดหงิดใจและไม่ดีตลอด แทนที่จะมองและโฟกัสหาเรื่องดีๆ เพราะโลกนี้มีทั้งด้านดี และด้านไม่ดี มีขาว มีดำ มีชาย มีหญฺิง มีความงาม มีน่าเกลียด มีระเบียบ มีรุกรุงรัง

ถ้าเราเอาแต่โฟกัสด้านไม่ดี เราจะมองเห็นแต่เรื่องแย่ๆ
แต่ถ้าเรามองแต่ด้านดีๆ เราก็จะไม่เห็นความจริงของชีวิต

ความจริงคือ เราควรมองให้เห็นทั้ง 2 ด้านแหละ แต่ถ้ามองด้านแย่ๆ มานานเกินไป เยอะเกินไป ผมก็ขอให้ระลึกว่า อารมณ์ของเรามีคุณค่า

อย่าเปลืองอารมณ์อันมีค่าแก่เรื่องเปล่าประโยชน์

แต่หันมาเปลืองอารมณ์อันมีค่าของเราไปกับเรื่องราวดีๆ ดีกว่าครับ
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Reader
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments