ชนชั้นปรสิต (parasite)
        ช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนว่าหนังรางวัลอย่างเรื่อง Parasite จากเกาหลีใต้ จะเป็นที่พูดถึงกันอย่างหนาหู นอกจากจะได้รับการยอมรับใน Hollywood แล้ว หนังเรื่องนี้ยังได้รางวัลจากออสการ์อีกตั้งหาก เรียกได้ว่าหากใครได้ยินชื่อบงจุนโฮ ก็จะรู้ทันทีว่าเขาคือใคร (แต่ในกรณีที่คุณไม่รู้มันก็เกิดขึ้นได้ เอาเป็นว่าเราเข้าใจ)

ชื่อของผู้กำกับบงจุนโฮนั้นเลื่องชื่อมากในยุคนี้ เรียกว่าเป็นผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้ก็ว่าได้ หนังที่เขาสร้างนั้น เสียดสีสังคมแบบโคตรจะเรียล จนทำให้เป็นที่ถกเถียงกันจนถึงปัจจุบัน (หลายคนบอกมันไม่ได้เรียลขนาดนั้น พร้อมสงสัยว่าจะมีคนอยู่ในสถานะแบบนั้นจริงเหรอ) คำถามนี้แหละ! นี่แหละที่มันเรียล!

เอาล่ะ มาพูดถึงเนื้อเรื่องของหนังกันดีกว่า เราเชื่อว่าหลายคนดูหนังเรื่องนี้แล้วเรียบร้อย (แต่ในกรณีที่คุณยังไม่ได้ดู เราอยากให้คุณหนีไป๊! ไปดูแล้วกลับมานะ) โดยตัวหนังจะแบ่งออกอย่างชัดเจนระหว่างคนรวย กับคนจน และสิ่งที่คนถกเถียงกันมากที่สุดคือ แล้วใครล่ะที่เป็นคนผิด? ถ้าคนจนไม่โลภมากก็จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรือเปล่า?

ในส่วนของหนังก็ไม่ได้เฉลยออกมาโท่งๆว่าคำตอบของคำถามพวกนั้นคืออะไรกันแน่ เหมือนให้เรากลับไปนั่งคิดหาคำตอบกันเอาเอง (นั่งสมาธิ ใช้หมอง)

ซึ่งความคิดเห็นในโลกออนไลน์ส่วนใหญ่พูดถึง ปัญหาระบบโครงสร้างทางสังคม (หลายคนเริ่มขมวดคิ้วเป็นปมสงสัย) ทำไมมันถึงเป็นปัญหาโครงสร้างล่ะ? เอาล่ะ ถ้าพูดถึงโครงสร้างทางสังคมบ้านเรา ก็พูดได้เลยว่ามันมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูงมาก ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดง่ายๆ คือ ปัญหาด้านการศึกษา การเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ หรือสิทธิพื้นฐานที่ทุกคน’ไม่ได้รับอย่างเท่าเทียม’ ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้แหละที่ทำให้คนรู้สึกแปลกแยกออกจากกัน แต่ก็มีหลายคนที่มองว่าปัญหาทางโครงสร้างนี้เป็นเรื่องปกติทางสังคม หรือเรียกว่าผิดปกติจนเป็นปกติก็ว่าได้

โดยหนังเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบโครงสร้างทางสังคมอย่างมีนัย ซึ่งหากมองที่ครอบครัวคนจน ก็ต้องบอกว่าทั้ง 4 คนเก่งมากในฐานะคนคนนึง คนเป็นพ่อเคยขับรถอยู่ 6 เดือน ไปโชว์รูมดูรถเบนซ์ เพื่อออกมาขับรถให้คนรวย ขับอย่างนิ่ม ประหนึ่งจับพวงมาลัยรถเบนซ์มาทั้งชีวิต หรือตอนดูคลิปพับกล่องพิซซ่าดูแป๊บๆก็สามารถทำได้ อีกทั้งยังนั่งพับตอนโดนลมควันจากการฉีดยาฆ่าแมลงแถมยังมองแทบไม่เห็นอีกด้วย คนแม่ก็เคยเป็นนักกีฬาทีมชาติเหรียญเงิน คนน้องก็เก่งคอมเก่งศิลปะ คนพี่ก็เก่งภาษา ครอบครัวนี้ไม่มีใครไม่เก่งพอ ทุกคนเก่งมาก แต่ทุกคนไม่ได้รับโอกาสนั้น

จนวันนึงวันที่คนพี่ได้รับโอกาสนั้นมา เราขอเรียกว่าโชคดีดีกว่า เมื่อคนพี่’โชคดีได้รับโอกาส’นั้นมา เขาจึงพยายามสร้าง พยายามหาโอกาสให้คนในครอบครัวของเขาเอง โอกาสที่โครงสร้างทางสังคมให้กับพวกเขาไม่ได้

ซึ่งในส่วนของหนังก็ทำให้ประเด็นความแปลกแยกชัดเจนซะแบบ FullHD เช่นในตอนที่ฝนตก คนรวยรู้สึกเพลิดเพลินและชอบหน้าฝนมาก ตัดภาพมาที่คนจนน้ำท่วมถึงคอ มันเป็นช่วงที่ทรมานและยากลำบาก หรือจะประเด็นในเรื่องของกลิ่นคนจนที่ล้ำเส้นไปแตะจมูกคนรวยอย่างไม่ตั้งใจ คนรวยที่ฉีดน้ำหอม นั่งรถส่วนตัว ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร ในขณะที่คนจนไม่มีเวลาแม้แต่จะให้คิดในเรื่องของกลิ่น เพราะเขาต้องไปคิดเกี่ยวกับเรื่องของปากท้องก่อนเป็นอันดับแรก

โดยความแปลกแยกนี้ก็ถูกทำให้คนพ่อเห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆทุกวันๆ และวันที่เกิดเหตุก็คงเป็นวันที่คนพ่อรู้สึกแปลกแยกอย่างถึงที่สุด ทั้งปัจจัยรอบตัว ความกดดันที่สะสม ความเครียดที่สั่งสม มุมมองที่แคบลงและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทั้งหมดนี้ก็นำไปสู่การตัดสินใจที่เป็นจุดพีคของเรื่อง

พอมาถึงจุดพีคของเรื่องหลายๆคนก็คงแอบก่นด่าคนจน พร้อมแอบสั่งสอนในใจ ทั้งนี้เราก็ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่คนจนทำมันถูก และเราก็ไม่ได้บอกว่าคนรวยผิด แต่หากมองให้ลึกลงไป เราจะเห็นว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดมันคือระบบ ระบบโครงสร้างทางสังคมที่มันผิดแผก เพราะถ้าระบบมันดีตั้งแต่ต้น ทุกคนจะได้รับโอกาสต่างๆอย่างเท่าเทียม และเราก็จะไม่มีความเหลื่อมล้ำที่สูงติดเพดานขนาดนี้

ซึ่งในฉากสุดท้ายก็ยิ่งขยี้เหลือเกิน ฉากที่คนพี่เก็บเงิน มาซื้อบ้านหลังนั้น ฉากที่ทุกคนดูเหมือนจะมีความสุขมาก แต่แล้วภาพก็ตัดมาที่ปัจจุบันที่ยังอยู่ในบ้านเก่าๆหลังเดิม โดยเป็นการขยี้ความหวังของคนจนแบบเนิบๆ เพราะดูเหมือนว่าการที่จะยกระดับทางสังคมของคนจนให้ไปถึงจุดนั้นมันดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย








SHARE

Comments