error : restart needed ‪☕️‬
เช้าวันศุกร์
เป็นวันที่ไม่มีแดด
ฝนพึ่งตกไปและยังมีเม็ดละอองโปรยปรายอยู่

ฉันตื่นก่อนนาฬิกาปลุก แต่ก็ยังกลิ้งไปกลิ้งมา หันหัวไปทางปลายเตียงเพื่อไปหาเจ้าแงวเด็กที่กลายร่างเป็นแมวจ้ำม้ำไปเสียแล้ว 

แจ้งเตือนกรุ้ปบ้านลูกค้าดังขึ้น ถามงานอีกตามเคย
แต่ฉันยังอยู่บนเตียงอยู่เลย 

เอาล่ะไม่มีเวลาให้คิดมาก
ลุกได้แล้ว

ฉันลุกขึ้นไปอาบน้ำด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ในสมองคิดถึงงานที่ยังค้างอยู่ งานที่ต้องส่ง เรื่องที่ลูกค้าถามมา และนัดของคุณหมอที่ไม่รู้จะเอายังไงดี จะยกเลิกหรือจะเลื่อน หรือจะทิ้งทุกอย่างไว้ แล้วเอาตัวเองก่อน 

ฉันแปรงฟันไปด้วย
และตอบไลน์ไปด้วย
บ้าชะมัด นี่มันชีวิตอะไรกันเนี่ย

ฉันตัดสินใจเข้าออฟฟิศก่อน
เพื่อเคลียงานที่ต้องส่ง
และโทรไปเลื่อนนัดคุณหมอจากเช้าเป็นบ่ายแทน

ทำไมทุกอย่างถึงมารวมกันในวันนี้!

ส่วนไลน์กรุ้ปบ้านหลังนั้นที่ทักทายกันแต่เช้าก็ยังคงเด้งเด้งต่อไป — ขอไม่อ่านก่อนนะคุณลูกค้า

เมื่อมีสิ่งที่ต้องจัดการมากมายอยู่ตรงหน้า
ความเครียดถาโถมเข้ามาอย่างกับพายุ
ทั้งๆที่สถานการณ์มันอาจจะเป็นแค่เม็ดฝนโปรยปราย เหมือนบรรยากาศเช้านี้ — เฮอๆ แต่ความรู้สึกฉันนี่มันรุนแรงราวกับพายุเทอร์นาโด !

ความเครียดทำให้ฉันหงุดหงิดและไม่พร้อมจะคุยอะไรกับใครทั้งนั้น — แฮนเดิลอะไรไม่ได้เลย แม้แต่อารมณ์ตัวเอง

เมื่อร่างกายกำลังจะช้อต เป็นการแจ้งเตือนขั้นวิกฤตที่เราต้องหยุดทุกอย่างเพื่อหยุดพัก
อาการช้อต ไม่มีประกายไฟแล้บออกมาแต่อย่างใด
แต่เป็นอาการจัดการอะไรไม่ได้เลย แม้แต่เรื่องง่ายๆ
ความรวนเกิดขึ้น และ ดึงทุกอย่างให้ล้มครื้น

ในความเป็นจริงไม่มีอะไรล้มหรอก
มีแต่ความคิดเรานี่แหละ ที่คิดว่า ‘ทุกอย่่างล้ม’
ความคิดนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ทุกอย่างพีค
และเราไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉันไปนั่งรอหมอ
พร้อมสมุดสเก็ตงานที่ติดตัวไปด้วย
ระหว่างนี้คือ ทำได้แค่คิดว่าต้องทำอะไรก่อน
อะไรทำทีหลัง

และให้ใครช่วยอะไรได้บ้าง

ฉันพึ่งจะยินยอมให้คนอื่นช่วยและมีส่วนในงานตัวเองได้เมื่อไม่นานมานี้ ด้วยสถานการณ์บังคับนั่นแหละ ถึงแม้ว่าจะทำไม่ถูกใจ แต่ก็เป็นหน้าที่ที่ฉันต้องสื่อสารและบอกให้เค้าเข้าใจความต้องการฉันมากขึ้น

เมื่อหาหมอเสร็จ
ฉันยังคงรู้สึกเหมือนมีก้อนระเบิดอยู่ในอก
พร้อมระเบิดทุกเมื่อ

ฉันตัดสินใจเดินออกมาจากโรงพยาบาลเรื่อยๆ
ไม่คิดเรื่องงาน ไม่คิดอะไร

‘อยากทำอะไรดี ก่อนเข้าออฟฟิศ’ : ฉันถามตัวเองในใจ
เท้าก้าวพาตัวเองไปยังร้านกาแฟที่คุ้นเคย
สั่งคาปูชิโนร้อน มือที่ได้สัมผัสกับแก้วอุ่นๆ ก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง 

ฉันนั่งนิ่งๆ อยู่ที่นั่นสักพัก
และจบด้วยการแวะเลือกเสื้อผ้ามาสองสามตัว ;)



ถึงจะมีอะไรต้องทำมากมาย แต่การหยุดนิ่งๆ ก็เป็นงานหนึ่งที่ฉันต้องฝึกตัวเองให้ทำมัน เพื่อที่จะเริ่มต้นทำสิ่งอื่นๆได้ต่อไป งานที่ท่วนท้นอาจจะไม่จำเป็นต้องจัดการด้วยการตั้งหน้าตั้งตาทำมันตลอดเวลา ; ถอยออกมา (สนใจอย่างอื่น) สักพัก ก็เห็นสิ่งที่ต้องทำชัดขึ้น 



ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าในช่วงเวลาแบบนี้
ที่ฉันได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
ต้องทำยังไง

ขอบคุณที่ทุกความรู้สึกแย่
มันจะดีขึ้นได้ :-)

ปอลอ. 
ช่วงนี้ท้องเสียบ่อยมากกกก แต่การได้นั่งบนชักโครกอุ่นๆ มักทำให้ฉันคิดอะไรออกเสมอเลย และ และ และ การเขียน log นี้ ก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นั่งชักโครกเป็นส่วนใหญ่ ระบายกันไปทุกทางเล้ย แฮ่




SHARE
Writer
PANPANMEME
extraordinary,honey skin☽
christian journal ᴥ part time designer ; full time dreamer

Comments