Dear diary,Dear pain please make me feel better than this emotion ; dead inside


*เนื้อหาค่อนข้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเเละเซนซิทีฟ 
ใครไม่อยากอ่านปิดไปได้เลยนะคะ




ไม่ง่ายเลยที่จะต้องจากลาอะไรบางอย่าง
เพื่อพานพบสิ่งใหม่
ความสุขที่เคยสั่งสมมานาน
ถูกกลบด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ
เหลือเพียงแค่ความว่างเปล่า
เจ็บปวดและแสนสาหัสยิ่งกว่าการไม่มีใคร







ตัวฉันในอดีตกับเพื่อนรัก
มีความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ
เป็นเด็กวัยแรกแย้มเหมือนดอกไม้เริ่มผลิบาน
รอรับความสว่างไสวของแสงอาทิตย์
อย่างนั้นหรอ
เธอคาดหวังอย่างนั้นหรอ


ทำไม
ทำไม
ทำไม

ทำไมช่วงเวลานั้นเราถึงมีความสุขมากมายขนาดนั้นกันล่ะ

หรือพบเพียงเพื่อจาก
ฉันไม่ชอบประโยคนี้
ต้องหมดไปกี่แรงฮึดสู้เพื่อที่จะแสวงหาความฝัน
กี่พันล้านชีวิตต้องสละความสุขบางอย่างเพื่อประสบความสำเร็จ
หรือเราไม่เคยได้สัมผัสคำนี้กัน
ความสุข
หรือว่าเธอไม่ได้รับรู้ถึงความสุขที่แท้จริง



แต่ใครใครต่างก็บอกว่าความสุขเกิดจากสิ่งรอบตัวเรานะ?

เธอคิดอย่างนั้นเสมอมาเลยหรอคนเก่ง

บางครั้งฉันก็ไม่เข้าใจตัวเอง
เหมือนแค่อยากจะทำ ฉันก็ทำ
ไม่อยากทำ ก็ไม่ยุ่งเกี่ยวแม้เล็กน้อย
ความรู้สึกถูกทับถมมานานแสนนาน
ไม่มีใครรู้ก้นเบื้องของหัวใจ
ไม่มีใครดูออกว่าเจ็บปวด
ไม่มีใครอยากฉุดกระชากออกห่างจากความรู้สึกนี้
กี่ครั้งเเล้วที่โลกเธอพังทลาย




แต่เธอดูเหมือนจะมีความสุขกับตัวเองดีนี่ 

ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ

ใช่ ฉันมีความสุข 

แต่ทำไมฉันร้องไห้

ทำไมเธอย้อนแย้งจัง ไม่เหมือนคนอื่นเลย

เธอโกหกตัวเองหรือเปล่า

ฉันก็ไม่รู้น่ะสิ ทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้กันนะ






การใช้ชีวิตเปรียบเสมือนการเดินข้ามสะพาน
ความยาวประมาณไกลโพ้น
ใช้มันไปไม่รู้จักจบสิ้น
พบเจออุปสรรคขวากหนามตามทาง
แต่ก็ประปรายไปด้วยกุหลาบสีแดงแสนสวยชวนลุ่มหลง
เมื่อใดที่รู้สึกแตกสลายแล้วจมดิ่งลงไปสู่โลกอีกใบ
อีกโลกขนานของฉัน
ความมืด ความรู้สึกเจ็บปวด ความสงบ
ลิ้มรสชาติอันขมขื่น
เสพติดมัน
เเละปลดปล่อยมันออกมาในที่สุด









เอาล่ะ
กลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้แล้ว
ชีวิตที่แลกมาด้วยกับลมหายใจ
มองออกไปนอกหน้าต่างสิ

เห็นอะไรไหม
ดูนกตัวนั้น หันไปเดี๋ยวก็เจอเอง
นั่นแหละ จ้องมันเข้าไว้

ขนของมันปลิวไสวตามสายลม
เเววตาของมันดูมุ่งมั่นเหมือนจะออกเดินทางไปไหนสักแห่ง
อิสระเหลือเกิน
ฉันอยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง


ทุกวันนี้เหมือนชีวิตตกอยู่ในกรงขังเล็กๆ
จะออกไปก็ไม่ได้ อยู่ต่อไปก็ไม่มีแรง
ฉันทำแบบนี้ตลอดไปไม่ได้
ฉันซ่อนมันเอาไว้ไม่ได้
ฉันเจ็บปวด
ไม่มีใครรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนี้อย่างถ่องแท้
แน่นอน
ไม่มีอะไรที่ต้องเจ็บไปกว่าการทนทุกข์ทรมานใจอยู่คนเดียว
ฉันร้องไห้
แต่ก็พยายามซ่อนคราบน้ำตาไม่ให้คนอื่นเห็น
ต้องทนอีกนานเท่าไหร่ อีกนานแค่ไหน
ฉันจึงได้เป็นอิสระ



ถ้าความสุขสามารถบรรเทาความเจ็บปวดภายในใจฉันได้
ต่อให้ไม่มีใครคอยช่วยเหลือและเข้าใจฉัน
ฉันอยากจะขอพร ขอให้ฉันได้พบกับความสุขที่แท้จริง
ฉันขอเถอะ ขอแค่นี้จริงๆ



“อิสระที่ฉันใฝ่หา ความเป็นตัวตนของฉัน
ไม่มีใครรู้ ว่าฉันอยากได้มันมากแค่ไหน”






‘ได้คะแนนเเค่นี้เองหรอ’

‘ทำไมเธอร้องไห้กับเรื่องเเค่นี้’

‘เมื่อวานยังเห็นดีๆอยู่เลยนี่ เป็นไรอะ’

‘ไร้สาระ ทำอะไรก็ไม่รู้ เอาเวลาไปฝึกทำโจทย์เถอะ’

‘พยายามเข้าอีกสิ เธอยังพยายามไม่พอ’








ทุกคำพูดของทุกคน ฉันจำได้ดี









เธอเป็นคนร่าเริง เฟรนลี่น่ะ

หรอ ฉันเป็นอย่างนั้นจริงเหรอ
หรือฉันแค่สร้างตัวละครขึ้นมา
เพื่อเป็นฉากบังหน้าว่าฉันเป็นคนอย่างนี้


ความจริงฉันไม่อยากทำมันด้วยซ้ำ
แต่เพราะความอยู่รอดไงล่ะ
ฉันถึงต้องทำมัน


ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเจ็บปวดได้ขนาดนี้
ทุกสายตาของผู้คนพร้อมที่จะแผดเผาและชื่นชมฉันได้ตลอดเวลา
ยามเมื่อฉันทำสิ่งผิดพลาด ทุกคนก็พร้อมที่จะโจมตีด้วยสายตาที่แผดเผาฉันไม่ให้เหลือความเป็นตัวเอง
ยามเมื่อฉันทำสำเร็จ ทุกคนก็พร้อมที่จะชื่มชม ยินดี ปรีดา




“ต่างกันลิบลับเลยเนอะ”






ฉันไม่อยากให้ใครรู้สึกว่าฉันอ่อนแอ
ไม่อยากให้ใครรู้ว่าแตกสลายภายในใจ
ไม่อยากให้ใครสงสาร
ฉันแค่อยากให้เข้าใจ
แต่ฉันรู้ดี ว่าฉันจะไปบังคับให้ใครเข้าใจไม่ได้






ฉันเก็บซ่อนความรู้สึกนี้ให้อยู่กับตัวเอง
แล้วปล่อยมันออกมาเป็นคงคา
ให้มันไหลรินไปตามกระแสนํ้า กระแสของความเจ็บปวด
ดื่มด่ำจนถึงที่สุด รู้สึกไปกับมัน สัมผัสและตอบสนอง
จนกว่าจะรู้สึกดี
เเละกลับไปพบเจอกับความเจ็บปวดนี้อีกครั้ง
เช่นกัน





SHARE
Written in this book
theonlynine
Writer
theonlynine
myself
ยังเด็ก เเละเด็กตลอดไป

Comments