จงมีชีวิตยู่ในห้องที่มีแต่วันนี้
เราเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในเมลเบิร์นในช่วงที่โควิดตัวร้ายถล่มเมือง รอบสอง จนทำให้เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่่มีความสุขที่สุดในโลกแปดปีซ้อน ได้กลายเป็นป่าช้าในเมืองยังไงยังงั้น มันเป็นบรรยากาศที่บรรยายไม่ถูก เศร้าหมอง และไร้ผู่้คน  เราชอบเมลเบิร์นมาก ที่นี่น่ารักทั้งตัวเมือง และผู้คนที่นี่ก็ใจดี ไม่เร่งรีบไม่แข่งขันแรง ไม่ Money hungry จนเกินงาม กาแฟอร่อยมาก 

การปิดเมืองรอบที่สองผ่านมาได้สามสัปดาห์ มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานและดิ่งมาก ทุกๆวันยอดผู้ติดเชื้อนั้นพุ่งสูงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เป็นสถานกาณที่ควบคุมยาก ตามข่าวทุกวันจนรู้สึกสงสารท่านผู้นำรัฐวิคตอเรียอย่างจับใจ และเห็นใจเพื่อนรวมรัฐ เพื่อนร่วมเมือง เพื่อนบ้านและตัวเอง ทำให้การกักตัวรอบนี้มันไม่สนุกแบบรอบที่แล้ว มันไม่อิน มันเต็มไปด้วย อึดอัด มึน จะปลงแค่ไหนก็ยังหยุดคิดไม่ได้ เพราะที่อื่นเค้า Back to new normal  กันไปแล้ว มันค่อยๆเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก ของเราค่อนข้างมาก โหยหาอิสรภาพอย่างบอกไม่ถูก

ผู้คนเริ่มออกไปใช้ชีวิตหลังโควิด ตัดภาพมาที่เราเราต้องอยู่บ้านอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ชั้นสามสิบ ใจกลางCBD   เหมือนเราเป็นนักโทษที่มีคดีเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางก่อนที่เค้าเรียกให้กลับไปอยู่ใรคุกหนีเชื้อโรค เราต้องอยู่กับความคิดที่ วนเพียงว่า นี่กูติดยังหว่ะ ใครมันจะไปคิดว่ามีมขำๆในโซเชี่ยลมีเดีย จะกลายมาเป็นคำถามหลักที่ใช้ถามตัวเองทุกเช้าลืมตาตื่นนอน เราต้องหาอะไร มาดมตลอด เพื่อให้รู้ว่าเรายังไม่เสียประสาทการรับกลิ่น 

แค่เพียงได้รู้ว่าจมูกตัวเองยังได้กลิ่น ได้ทานอาหารฝีมือตัวเอง ที่ไม่ใช่บะหมี่สำเร็จรูป เราก็มีความสุขแล้ว แต่เวลาผ่านไป ปริมาณข่าวร้ายสะสมที่เราได้รับ และปริมาณความทุกข์ที่เราประสบมันไม่บาลานซ์กัน  เราเริ่มออกอาการ เซ็ง นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นทุกสองชั่วโมงอย่างไร้สาเหตุ มันเป็นความเครียดที่ล่องลอยฟุ้งมาก ระบุ ไม่ได้ รู้แค่ว่าจม อยู่กับอะไรแบบนี้ คือ เหมือน สูญเสียฟังชั่นความเป็นคนชั่วคราว ความรู้สึกคือเรากำลังติดอยู่ในอุโมงใต้ดินที่มืดสนิท ไร้ซึ่งแสงไฟนำทางแต่เราก็ไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว ยังคงค่อยๆคลานและก้าวต่อไป

เมลเบิร์นตอนนี้จะยังไม่พ้นขีดอันตราย ทุกคนต้องอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อ ซึ่งตั้งแต่มาอยู่ออสเตรเลียปีนี้เป็นปีที่เราอยู่ห้อง นานที่สุดในประวัติชีวิตเราเลย ชีวิตปกติเราเป็นคนที่ชอบทำงานมาก เป็น Extrovert ขั้นสุด ถ้าไม่เรียนก็ต้องทำงาน ความว่างคือความรู้สึกผิด เราพักผ่อนไม่เป็น เราชอบพบปะสังคมและผู้คน พอได้หยุดเลยไปต่อไม่เป็น ซึม จนต้องหาอะไรทำ จนเราได้มาอ่านหนังสือ ของเดล คาร์เนกี้ เรื่อง วิธีชนะทุกข์ ซึ่งได้บทนี้ได้สอนเรื่องของการพักผ่อนกับเราว่า

จงพักผ่อนหย่อนใจ

สิ่งที่ทำให่้การพักผ่อนหย่อนใจประสบงามยิ่ง
ก็คือ ศาสนา การนอนหลับ ดนตรี และเสียงหัวเราะ
จงมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า หาวิธี
นอนให้หลับสบาย เพลิดเพลินในดนตรีที่เสนาะ
เพราะพริ้ง และจงมองชีวิตในแง่ที่สนุกขบขัน 

เราขอใช้ช่วงเวลาปิดเมืองแบบไม่มีกำหนดเปิดในเร็ววันนี้ พักผ่อนหย่อนใจ เราหวังว่าเราจะทำมันได้ เราอยากให้ตัวเราเอาชนะ ความคิดลบ ความจมดิ่ง ดึงตัวเองออกมาจากภาวะความเครียดนี้ ใช้ชีวิตอยู่ในห้องที่มีแต่วันนี้ อย่าได้คิดอย่างใดถึงพรุ่งนี้เพราะพรุ่งนี้จะดูแลตัวของมันเอง  เช่นกันนั้นเราขอภาวนาให้ เมลเบิร์นกลับมาเปิดอีกครั้ง หายป่วยไวๆและสถานการค่อยๆดีขึ้นในเร็ววัน ที่นี่คือความทรงจำที่ดีที่สุด เราใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในช่วงที่ดีและช่วงที่ร้าย รักจังแกแค่นี้นะเมลเบิร์น 



SHARE
Writer
Pmgoi
Reader,writer and learner
I'm still learning everything.

Comments