ผมน่ะ ชอบฝนนะ

 หันซ้าย หันขวา ไม่มีใคร ในพื้นที่ตรงนี้รอบข้างผม มีผมยืนอยู่คนเดียว ผมที่ยืนทักทายกับเธออยู่อย่างนี้ ดีจังเลยนะ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนี้เลย 
 
         ‘ฝน’ คำธรรมดา ๆ หนึ่งคำที่ถูกใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะถูกพูดถึงในทุก ๆ หลักวินาทีในวันที่ท้องฟ้าเริ่มส่งเสียง คำธรรมดา ๆ ที่ตัวตนกลับยิ่งใหญ่ ส่งผลกระทบมากมายกับผู้คนที่กำลังใช้ชีวิต น้ำที่ตกลงมาเป็นเม็ดเล็ก ๆ จากการรวมตัวของเมฆบนฟ้า กูเกิ้ลบอกผม ก็ไม่ได้ต่างจากที่คิดเท่าไร อืม เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเมฆบนฟ้า แล้วถ้าวันไหนไม่มีฟ้า ฝนก็คงไม่ตกสินะ คิดถึงแย่เลย อ้ะ แล้วผมยังเจออีกความหมายหนึ่ง ฝนน่ะ เป็นลักษณะนามการนับอายุด้วยนะ ถึงแม้คนอื่น ๆ อาจจะรู้กันอยู่แล้ว แต่สำหรับผมนี่ความรู้ใหม่เลยล่ะ เขินจัง

         ผมน่ะ ชอบฝนนะ แม้ว่าหลาย ๆ คนจะไม่ชอบกันก็เถอะ ไหนจะเพราะทำให้ผ้าเปียกในวันที่ตั้งใจจะซักผ้า ทั้ง ๆ ที่เป็นคนไปตากเองแท้ ๆ ไหนจะชอบตกลงมาแบบไม่บอกไม่กล่าว ทำเอาซะเปียกจนเป็นหวัด ยิ่งสำหรับคนที่แทบจะไม่เคยแตะเว็บพยากรณ์อากาศแบบผมแล้วด้วยล่ะก็…
         จริง ๆ ก็ไม่แปลกเลย ที่ผลโหวตของจำนวนประชากรส่วนใหญ่ (จากความคิดของผมเอง) จะทำให้แสงแดดได้คะแนนไปเลยเต็ม ๆ เพราะฝนน่ะ ชอบทำให้เราทั้งเปียกชื้น ทั้งไม่สบายตัว หนาว แถมมีอยู่วันนึงนะ ผมนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์พี่ชายอยู่ แล้วฝนก็ตกลงมากระแทกหน้า โคตรเจ็บเลย หรือจะเป็นอีกวันนึงที่ผมเอากล่องลังใหญ่ที่เพิ่งย้ายกลับมาจากหอใส่ไว้ท้ายรถกระบะ ซึ่งก็มีหนังสือการ์ตูนที่ผมหวงแหนอยู่ในนั้นด้วย จู่ ๆ ฝนก็เทลงมา เฮ้อ พี่ชายผมต้องรีบยกกล่องไปไว้ในอาคารให้แทบไม่ทัน ซึ่งหนังสือผมก็ปลอดภัย ต้องขอบคุณคุณพี่ชายคนดีอีกครั้งจริง ๆ แต่ถึงจะเป็นแบบที่พูดมาก็เถอะ ผมก็ยังชอบฝนอยู่ดี คงเป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เชื่อมถึงกันล่ะมั้ง…



“ดีจังเลยนะ ฝนตกเนี่ย”
.
.
.
 "ซ่า ซ่า"


“ฝนตกว่ะ เอาไงดี คนรอรถเยอะชิบ*” เพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นพลางทำหน้าทำตาต้องการหาคำตอบจากผม แบบว่า ‘มึงตัดสินใจมาสิวะ จะเอายังไง’ ถ้าถามผมล่ะก็นะ ต่อให้ไม่มีร่มก็ไม่ใช่ปัญหา ต่อให้ไม่มีรถก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดินได้สบาย…อยู่แล้ว (คือเพราะมันใกล้ด้วยอ่าครับ)
 “งั้นก็เดิน” ผมตอบพลางชี้ไปที่ฟุตบาทฝั่งตรงข้าม ที่ที่มีประชากรเยอะพอกันแต่ก็ยังพอเดินได้อยู่ ก็เป็นช่วงเวลาเพิ่งเลิกคลาสคาบบ่ายด้วยกันทั้งนั้นนี่นะ
 “เค งั้นไปเลย” พูดแล้วมันก็รีบย่ำเท้าออกไป ราวกับว่าตากผ้าไว้ที่ห้องก่อนเข้าคลาสอย่างไงอย่างนั้นแหละ ก็คือต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง ก็คงไม่ทันแล้วล่ะเพื่อน


“ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อยนะครับ” ผมพูด ตลอดจนถึงทางเข้าประตูหอด้านหน้า

‘ให้ตายสิ รู้สึกดีเป็นบ้าเลย’ ผมรู้สึก
 
หันขวา สบตากัน มันกำลังยิ้มอยู่ ผมยิ้มตอบ
ใช่ มันคงรู้สึกแบบที่ผมกำลังรู้สึกแน่ ๆ ไม่เสียแรงที่เป็นเพื่อนกันเลยจริง ๆ ว่ะ //อิโมจิตบเข่า

และแล้วบททดสอบครั้งใหญ่กว่าเก่าก็ได้เริ่มขึ้น
           สายน้ำที่มาจากฝน เอ่อล้นถนน สูงพอ ๆ ที่จะทำให้ถุงเท้าเปียก กำลังไหลผ่านหน้าผมกับเพื่อนไป เราสบตากันอีกครั้ง พยักหน้าหนึ่งที แล้วก้าวเท้าลงไป บนถนนที่กำลังชุ่มฉ่ำ
           เราแยกกันตรงหน้าหอของมัน ผมเดินต่อไปข้างหน้า บนฟุตบาทเส้นเดิม แต่ตรงนี้คนไม่ค่อยเยอะแล้ว ผมแอบรู้สึกโล่งขึ้นอีกหน่อย เพราะช่วงเวลานี้ ราวกับว่ามีเพียงผมและฝนเท่านั้น ที่กำลังดำเนินผ่านช่วงเวลาขณะนี้ไป พร้อมเสียงเพลงของเธอที่กำลังบรรเลง


            ถึงหน้าหอของตัวเอง เท้าของผมหยุดเดิน ผมยืนนิ่ง ใช้ความรู้สึกชั่วครู่ แล้วก็ก้าวเท้าลงจากฟุตบาท เดินลงไปกลางถนน (ที่ไม่มีรถ) กลางถนนที่เธอกำลังกล่าวทักทายสถานที่นี้อย่างอิสระ "ซ่า ซ่า" หันซ้าย หันขวา ไม่มีใคร ในพื้นที่ตรงนี้รอบข้างผม มีผมยืนอยู่คนเดียว ผมที่ยืนทักทายกับเธออยู่อย่างนี้ ดีจังเลยนะ ที่ไม่มีใครอยู่ตรงนี้เลย เราสัมผัสกันโดยตรง ผมเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมเดินไป และเดินมา ระหว่างทางเข้าหอ ขออยู่ต่ออีกสักหน่อยได้มั้ยนะ ขออยู่ในช่วงเวลานี้นานขึ้นอีกหน่อยได้มั้ยนะ ผมรู้สึก
.
.
.
‘ดีจังเลยนะ ฝนตกเนี่ย’


 








ผมชอบเธอนะครับ 
แล้วคุณล่ะ 
ชอบเธอเหมือนผมหรือเปล่า





Special thanks : Photo cover by JanFillem on Unsplash







SHARE
Writer
oneulyhi
ไรเตอร์เช้าวันจันทร์
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอให้วันนี้เป็นวันที่น่ารักค่ะ 💓⛅️

Comments