Ada Gobetti ผู้อุทิศชีวิตเพื่อสังคมนิยม สิทธิสตรี สิทธิเด็กและการศึกษา
ในอิตาลี บทบาทสิทธิสตรี รวมถึงสิทธิเด็กและการศึกษา ในสังคมอิตาลี เกิดขึ้นจากการต่อสู้อย่างหนักของนักสังคมนิยม ต่อกลุ่มนักอนุรักษ์นิยม และ พวกฟาสซิสต์ รวมถึงศาสนจักร 1ในสตรีที่มีบทบาท และ โด่งดังมากที่สุด คือ Ada Gobetti ภรรยาของ Piero Gobetti ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่วิพากษ์วิจารณ์มุสโลลินีและแนวคิดชาตินิยมของฟาสซิสต์ ในช่วงที่มุสโสลินี ใช้กองทหารเสื้อดำข่มขู่กษัตริย์ให้แต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั้นทำให้Piero Gobetti ถูกพวกทหารเสื้อดำทำร้ายร่างกาย จนAda ผู้เป็นภรรยาต้องพาสามีลี้ภัยไปฝรั่งเศส แต่ในปีถัดมาของการลี้ภัยสามีของเธอก็เสียชีวิตจากโรคหลอดลมอักเสบ

หลังเสียสามีไป Ada Gobetti ก็อุทิศชีวิตให้กับการต่อสู้บนแนวทางของเธอ เธอเชื่อว่า ปากกามีอำนาจ ใช้หนังสือพิมพ์และเอกสารมากมายโฆษนาชวนเชื่อต่อต้านฟาสซิสต์และเผด็จการ แต่ทว่าฝ่ายรัฐบาลก็เริ่มกวาดล้างกลุ่มฝ่ายซ้ายบีบให้พวกเขาต้องหลบซ่อน และไม่เป็นที่รับรู้ของสังคม

ในปี 1929 เธอมีบทบาทอย่างมากในการก่อตั้งกองกำลังติดอาวุธใต้ดิน หลังจากประชาชนทางภาคเหนือของอิตาลีและในเมืองตูริน ทนไม่ไหวต่อสภาพความเป็นอยู่ เสรีภาพที่จำกัดบวกกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการก่อตั้งกลุ่มปัญญาชนฝ่ายซ้ายที่เรียกว่า Partito d'Azione(แปลว่า พรรคกิจ) ซึ่งได้นำไปสู่การก่อตั้ง Giustizia e Libertà(ยุติธรรมและเสรีภาพ) ซึ่งเป็นกองกำลังใต้ดินที่จะบุกเบิกกลุ่มอิตาลีพาร์ตีซาน และ กองทหารต่อต้านรัฐบาลฟาสซิสต์ ซึ่งAda ต่างเป็น ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสองกลุ่ม และ เป็นแกนนำแนวหน้าของสตรี

ในปี 1942 - 1943 แม้ว่าเยอรมันจะรบชนะไปทุกจุดในยุโรป แต่กลายเป็นว่า ปัญหาที่นำสู่การพ่ายแพ้ของอักษะเริ่มต้นทางภาคเหนือของอิตาลี หลังการติดต่อลับๆระหว่าง สมาคมฝ่ายซ้ายอิตาลี กับ รัฐบาลใต้ดินของยูโกสลาฟพาร์ตีซาน ยอซิป บรอส ตัดสินใจให้การสนับสนุนฝ่ายซ้ายของอิตาลี พวกเขามอบอาวุธ ปืน รถถัง ปืนใหญ่ รวมถึงยุทธวิธีในการรบ เพื่อเอาชนะกองกำลังฟาสซิสต์ การจลาจลและกบฎเริ่มต้นจริงจังกลายปี 1943 มันเป็นช่วงเวลาเดียวAda จัดตั้งกองกำลังGruppi di difesa della donna. ซึ่งเป็นกองกำลังของสตรี ที่สนับสนุนการทำปฏิวัติในอิตาลี เมื่อฝ่ายซ้ายก่อจลาจลทางภาคเหนือจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองอิตาลี

ในช่วงสงครามกลางเมืองอิตาลี Ada มีบทบาทสำคัญ ในการรณรงค์สนับสนุนผู้คนออกมาสู้ เธอทำงานในฝ่ายการเมือง ไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในสายทหารมากหนัก แต่เธอก็เข้าไปมีบทบาทบางครั้งในฝ่ายทหาร ในช่วงปี 1945 ก่อนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2 อิตาลีพาร์ตีซาน สนับสนุนเธอให้ลงชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีในบ้านเกิดของเธอ เมืองตูริน แต่ในปีถัดมา เธอแพ้การเลือกตั้ง แต่เธอยังคงรณรงค์ในเกมการเมือง และเป็นนักหนังสือพิมพ์ L'Unità ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นนิตยสารทางการเมืองแนวหน้าของอิตาลี

ในปี1946 อิตาลีลงประชามติ เพื่อตัดสินว่าพวกเขาจะเป็นสาธารณรัฐ หรือ ราชอาณาจักร ผลการเลือกตั้ง ผู้คนมากกว่า50%ต้องการให้อิตาลีเป็น สาธารณรัฐ ยุบรัฐบาลหลวงและก่อตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดี เป็นประมุข และ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหาร สภาผู้แทนเป็นนิติบัญญัติ และ ศาลเป็นตุลาการ รวมถึงออกกฎหมายกันฝ่ายทหารออกจากการเมือง เพื่อป้องกัน ทหารฝ่ายขวาทำรัฐประหารในอนาคต

Ada ยังได้ร่วมก่อตั้ง สหพันธ์สตรีประชาธิปไตยนานาชาติ หรือ WIDFองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทในการสนับสนุนคตินิยมสิทธิสตรี การต่อต้านฟาสซิสต์ สวัสดิภาพเด็ก และ การเสริมสร้างบทบาทสตรีต่อสังคม WIDF ตีพิมพ์นิตยสารรายเดือนชื่อ Women of the Whole World ตั้งแต่ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาเลียน ภาษาสเปน ภาษาอาหรับ ภาษายูโกสลาฟไปจนถึง ภาษารัสเซีย

นอกจากนี้ Ada ยังได้แปลหนังสือว่าด้วยเรื่องของเด็ก Benjamin Spock และ Dr Loyd Rowland ,Ada ไม่ต้องการให้เด็กรุ่นใหม่เติบโตในสภาพสังคมแบบอนุรักษ์นิยม เหมือนอิตาลีรุ่นเธอ เธอต้องการเปิดโลกทัศน์สมัยใหม่ให้กับเด็กๆ พื้นที่ทางสังคมและอนาคตของประเทศชาติและโลก ซึ่งเธอประสบความสำเร็จอย่างมาก เธอสนับสนุนการศึกษาอิสระ เสรีและเข้าถึงทุกคน โดยที่ภาครัฐให้คุ้มครอง รวมถึงสนับสนุนด้านการเงิน แม้ว่า เธอต้องปะทะกับพวกอนุรักษ์นิยม ฟาสซิสต์ และ พวกหัวเก่าก็ตาม แต่หนังสือพิมพ์ของเธอมีบทบาทในการทำให้ผู้คนกล้าที่คิด และตั้งคำถาม

ในปี 1956 เธอได้เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านคอมมิวนิสต์โซเวียต ,พรรคฝ่ายซ้ายในอิตาลีวิพากษ์วิจารณ์โซเวียตว่า ทรยศต่อหลักการเพื่อสังคม และ เป็นจักรวรรดินิยมเสียเอง Ada มีบทบาทอย่างมากในพรรค หนังสือพิมพ์และ ปากกาเป็นสิ่งที่เธอถนัดใช้ เธอทำให้มันเป็นพลังของกลุ่มแรงงานในอิตาลี ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการจากผู้ประกอบการ นักอุตสาหกรรม และ นายทุน ให้เลิกเห็นแก่ตัว และ ช่วยเหลือคนจน กว่าที่สังคมอิตาลีจะเป็นแบบในปัจจุบัน แม้ระบบฟาสซิสต์จะล่มสลายไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังต้องเจอพวกผู้นำอุตสาหกรรมที่ชื่นชอบฟาสซิสต์ เพราะพวกนั้นไม่เคยสนใจ แรงงาน แต่ในที่สุด สหภาพแรงงานอิตาลีก็เป็นฝ่ายชนะ อิตาลีร่างกฎหมายการทำงาน สวัสดิภาพ สวัสดิการแก่แรงงานอิตาลี ซึ่งจะคุ้มครอง ดูแล และช่วยเหลือพวกเขา

บั่นปลายชีวิตเธออาศัยอยู่กับลูกชาย Paolo Gobetti เธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1968 ด้วยอายุ 65ปีที่บ้านของเธอในเมืองตูริน เธอถูกกล่าวข่านถึงการเป็นนักประชาธิปไตย คนสำคัญของอิตาลี ผู้นำการบุกเบิกสิทธิสตรีในอิตาลี

2 ตุลาคม 1978 รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอิตาลี ได้มอบเหรียญกล้าหาญ Medaglia d'argento al valor militare แก่เธอในการเป็นผู้นำการต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์และบทบาทความเคลื่อนไหวทางการเมือง

ปี 1973 Manuela Kustermann ได้รับบทเป็นAdaในภาพยนตร์ของFlorestano Vanciniเรื่องThe Assassination of Matteotti (1973)

บทความโดย นัควัต ง๊ะสมัน (Nakvat Hatikva Hakimov)
07/25/2020
SHARE
Writer
NakvatHakimov
Futurist and Writer.
นัควัต ง๊ะสมัน(ฮิบรู:นัควัต ฮาทิควา ฮากีมอฟ) เป็นนักเขียนและนักการศึกษาอิสระ

Comments