12 วิธีคิดเพื่อชีวิตที่เป็นสุข (2)
1.รู้ว่าบางทีชีวิตก็ควบคุมได้ บางทีก็ควบคุมไม่ได้
การที่เราอยากจะควบคุมบังคับทุกเรื่องให้เป็นดั่งใจเรา จะทำให้เป็นทุกข์ เพราะเราต้องใช้พลังงานไปกับการควบคุมดูแล และสุดท้ายเราจะได้เรียนรู้ว่า ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน บางทีเราก็ควบคุมได้ บางทีก็ควบคุมไม่ได้

2.อะไรควบคุมได้ก็จัดการ อะไรควบคุมไม่ได้ก็ปล่อยเป็นหน้าที่คนอื่น
หากเราทำเต็มที่ในสิ่งที่เราพอจะทำได้ มันก็มากพอแล้ว บางเรื่องก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนอื่นบ้าง

3.ขอบคุณ
การพูดและรู้สึกขอบคุณสิ่งต่างๆ ในชีวิต แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่สำคัญ หรือเรื่องที่เราน่าจะได้รับอยู่แล้ว จะทำให้เราเป็นคนรู้คุณและเห็นค่าสิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น การขอบคุณจากใจจริงจะช่วยลดอัตตา หรือการให้ความสำคัญกับตัวเองอย่างเกินจริงลงไป และการขอบคุณจะนำไปสู่การรู้สึกว่าตัวเองมีพอแล้ว รู้สึกยอมรับชีวิต และนำไปสู่การชื่นชมชีวิต(ซึ่งเป็นลำดับต่อไป)

4.คุณคือคนพิเศษ
อย่าคิดว่าเราทุกคนเหมือนกัน เป็นความธรรมดาดาษดื่น ที่ไม่มีเราอยู่ก็ได้ แต่แท้จริงแล้ว เราทุกคนแตกต่าง มีความสามารถในการช่วยเหลือแบ่งปันและเชื่อมโยงกับคนอื่นที่ไม่เหมือนกัน แต่ละคนเต็มไปด้วยความคิดที่แตกต่างและหลากหลาย และความหลายหลายก็ทำให้โลกสมบูรณ์แบบ จงชื่นชมในตัวเองและความแตกต่างนี้ จำไว้ว่าคุณคือคนพิเศษ และคนอื่นก็พิเศษเช่นกัน

5.เราคือคนเก่งคนนึง
คนเราต่างเก่งกันคนละอย่าง บางคนอาจเก่งอย่างนึง บางคนอาจเก่งอีกอย่างนึง ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง จำไว้ว่า เราคือคนเก่งคนนึง จงมองให้เห็นความเก่งของตัวเอง

6.เลิกให้ความสำคัญกับวัตถุ
วัตถุเป็นของนอกกาย เป็นสัญลักษณ์แทนความมั่งมีหรือไม่มีของมนุษย์ ทว่าก็เป็นเพียงเปลือกนอก ที่วันนึงอาจได้มา วันนึงอาจหายไป และบางคนที่มีก็มาจากการกู้หนี้ยืมสิน ทุจริต หรือคอรัปชั่น ไม่ได้ยั่งยืนตลอดไป และการที่เราให้ควาสำคัญกับวัตถุมากเท่าไหร่ จะลดการให้คุณค่ากับตัวเองลงเท่านั้น ลองลดการให้ความสำคัญกับวัตถุลง เราจะเห็นค่าของตัวเองเพิ่มขึ้น

7.อย่าทำอะไรคนเดียว
หากภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบหนักหนาเกินไป อย่าแบกมันไว้คนเดียว อย่าคิดว่าการที่เราทำไม่ได้ เท่ากับว่าเราเป็นคนไม่เก่ง และรู้สึกไม่ภูมิใจในตัวเอง ถ้าเราเหนื่อยเกินไป การพูด บอก หรือขอความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากคนอื่นบ้าง จะทำให้เราเหนื่อยน้อยลง และเติบโตมากขึ้น เพราะคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น ก็สมควรได้รับการช่วยเหลือจากคนอื่นเช่นกัน

8.อย่ากลัวการถูกปฏิเสธ
การทำอะไรก็ตามมีคนที่ชอบเรา และไม่ชอบเราอยู่แล้ว จะมีคนที่เห็นด้วย มีคนไม่เห็นด้วยเสมอ การถูกปฏิเสธจึงเป็นเรื่องธรรมดา อย่าเอามาโยงว่าการที่เราถูกปฏิเสธนั้นหมายความว่า เราไม่มีคุณค่า เพราะเรายังมีคุณค่าเสมอ และการที่เขาปฏิเสธเราเพราะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ แต่ไม่ได้ปฏิเสธตัวเรา

9.อย่าคิดเล็กคิดน้อย
คิดเฉพาะเรื่องที่สำคัญ ที่น่าใส่ใจจริงๆ การใส่ใจรายละเอียดมากไปทำให้เราเหนื่อยกว่าปกติ มันเหมือนการไปแบกเรื่องที่ไม่จำเป็นไว้ตลอดเวลา

10.ทำงานอดิเรก
เพราะการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคมยุคใหม่ทำให้เราเครียด การหางานอดิเรกที่เราชอบ จะเป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายและเยียวยาเราได้ทางนึง เช่น การออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ดูหนัง เขียนไดอารี่ ไปเที่ยว ต่อโมเดล ปลูกต้นไม้ นอกจากพักผ่อน ยังเป็นการเติมพลังให้เรากลับไปรบรากับชีวิตจริงได้

11.ให้อภัยคนอื่น
การที่คนอื่นทำไม่ดีกับเรา มีทั้งที่เขาตั้งใจและไม่ตั้งใจ บางครั้งที่เขาทำร้ายเรา อาจเพราะกลัว หรือเคยถูกทำร้ายมาก่อน จึงทำกับคนอื่นแบบนั้น การที่เราโกรธ ผูกใจเจ็บ ทำให้เราติดแหง็กอยู่ตรงนั้น การยกโทษและให้อภัยจะทำให้เราเป็นอิสระ

12.แบ่งปันบ้าง ให้ออกไปบ้าง
ความกลัว ความโลภ ทำให้เราไม่ให้หรือแบ่งปันคนอื่น แต่การไม่ให้จะทำให้เรารู้สึกขาดแคลนยิ่งขึ้น เป็นการตอกย้ำความไม่มีเพิ่มขึ้นในจิตใจ การให้และแบ่งปันจะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีมากพอ และเชื่อว่าตัวเองจะหาเพิ่มได้อีก ดังนั้นการให้จะนำความบริบูณร์มาสู่ชีวิตในภายหน้า อาจเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย รอยยิ้ม ความปรารถนาดี หรือการช่วยเหลือเล็กๆ ก็ได้
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Writer
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments