ฤดูร้อนนี้
 นี่เป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนที่ญี่ปุ่นของฉันมีการ ปิดเทอมฤดูร้อน นั่นทำให้คนที่เรียนออนไลน์อย่างฉันมีเวลาว่างยาวๆไป1เดือนเฉกเช่นเดียวกับคนที่เรียนอยู่ที่นั่น

ในอาทิตย์แรกของการปิดเทอมฉันเริ่มลองทำข้อสอบเก่าของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นและเข้าไปดูคลิปในกลุ่มติวที่เคยสมัครไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งถ้าไม่ว่างจริงๆก็คงไม่ได้ทำสักทีล่ะนะ แค่เรียนปกติ ทำการบ้าน ดูบทเรียนล่วงหน้าและท่องคันจิก็หมดเวลาหนึ่งวันแล้ว..

ฉันดูกำหนดการวันปิดเทอมที่เขียนอยู่ข้างใต้ตารางสอนในอาทิตย์สุดท้าย โห.. ปิดตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาถึงกลางเดือนสิงหาแหนะ! ทำไมนานจัง เดือนนึงเต็มๆเลยหนิ

เอาล่ะ ฉันต้องรอดใน1เดือนนี้! จะไม่ฟุ้งซ่านเด็ดขาด ฉันตั้งใจอย่างแน่วแน่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองวันที่บนปฏิทิน ‘วันเกิดของคนๆนั้น..’ เค้าเกิดต้นเดือนสิงหาพอดีซึ่งก็เท่ากับว่าฉันมีเวลาว่างๆในการคิดว่าจะทำยังไงกับวันเจ้าปัญหานั้นดี แต่สิ่งที่คิดเอาไว้ในใจก็คือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและให้มันผ่านไปเฉยๆนั่นแหละ ก็ในเมื่อคนๆนั่นน่ะ..

เห้ออ ไม่อยากคิดแล้ว ปวดหัวไอ้บ้า

ฉันใช้ชีวิตไปอย่างราบรื่นและโฟกัสกับการเตรียมสอบได้อย่างดี แต่แล้วก็เกิดความคิดแผลงๆขึ้นมา

อยากดูดวงจัง
ความคิดข้างต้นเกิดขึ้น เมื่อคืนหนึ่งฉันเข้าไปฟังคลิป pick a card ทั่วไปในยูทูปของช่องที่ฉันติดตามมาหลายเดือน แม่หมออ่านไพ่ได้ตรงดี รู้สึกว่าพลังงานของเราน่าจะเข้ากันได้ ฉันก็เลยอยากจะลองดูดวงส่วนตัวบ้างว่าจะเป็นยังไง ในเมื่อตอนนี้ในหัวของฉันก็มีแต่คำถามเต็มไปหมดเรื่องเค้าคนนั้น แต่ฉันก็ยังรู้สึกเสียดายเงินที่ต้องจะจ่ายไปกับอะไรแบบนี้ ฉันเลยตัดสินใจลองแอดไลน์แล้วทักไปสอบถามดูก่อน

ความจริงตลอด2ปีนี้ ฉันก็ดูดวงมาหลายที่ ทั้งดูแบบตัวต่อตัวและแบบออนไลน์ มันเลยทำให้ฉันพอจะดูออกว่าเจ้าไหนเชื่อได้ไม่ได้ เจ้าไหนหวังค้ากำไร จากสิ่งที่แม่หมอถามเป็นข้อมูลพื้นก็รู้เลยว่าควรดูต่อหรือไม่ควร บางคนถามจนจะรู้หมดทุกอย่างละไม่ต้องเปิดไพ่ก็ได้มั้ง ส่วนบางคนก็ไม่ถามอะไรเลยเหมือนไม่ได้มาเปิดดวงเรา (กรณีดูออนไลน์)

เข้าเรื่องต่อดีกว่า หลังจากที่ฉันสอบถามไป ฉันก็แน่ใจว่าฉันจะดูดวง เพราะข้อมูลที่ต้องให้เหมาะสมกับการเปิดไพ่ และราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

และคลิปเสียงคำทำนายที่ได้มาก็ทำให้ฉันตกใจ

“คุณคิดมากมากเลยนะคะ เครียด คิดจนนอนไม่หลับมากๆเลย คิดมากเกินจนบางทีอะไรที่ไม่จำเป็นต้องคิดคุณก็เก็บไปคิด คุณเหมือนสับสนลังเลด้วย ไพ่คุณไม่มีอะไรแย่เลยนอกจากคิดมาก นี่พูดตรงๆ”

แค่เปิดมาประโยคแรกก็ตรงแล้ว 55555 ฉันฟังคลิปไปแล้วก็หัวเราะ ได้ยินเสียงแม่หมอสับไพ่เป็นระยะๆ

“อ่ะ ทีนี้เรามาดูว่าทำไมประเด็นเรื่องความรัก ขอเปิดดูไพ่ฝั่งเค้านะคะ จากวันเดือนปีเกิดเค้าเป็นคนราศีสิงค์..”

ฉันสาวเท้าเดินไปเดินมาขณะที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาใกล้ๆหูเพื่อฟังไปด้วย

“เค้าเงียบจริงๆด้วย เนี่ย the hermit เงียบแต่ก็แอบส่องเราอยู่นะ เงียบ เย็นชา อยากจะไปก็ไปเลยอะไรเงี้ย เค้าสับสนเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณก่อนหน้านี้เป็นยังไง อยู่ๆก็มีการลังเลเกิดขึ้น กล้าๆกลัวๆ ละอยู่ดีๆก็เงียบไปเลย เป็นเอนเนอร์จี้ของความเงียบ คนๆนี้ถ้ารักใครก็หึงหวงพอสมควร.. ตอนนี้ เค้านิ่งๆสับสน ปิดกั้น ยังไม่อยากจะคุย กำลังเผชิญกับปัญหาอะไรบางอย่างอยู่”

ฉันตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อเมื่อแม่หมอเปิดไพ่ของคนที่ฉันถามถึง ซึ่งมันตรงมาก เราไม่คุยกันมาเดือนนึงแล้ว เค้าหายไปแบบไม่บอกกล่าว พอถามว่าโอเครึเปล่าก็ไม่ตอบ..

“งั้นเรามาดูกัน ทำไมเค้าถึงเงียบหายไป..”


สิ้นประโยค ฉันก็ได้ยินเสียงสับไพ่อีกครั้ง พร้อมกับเสียงกำไลข้อมือของแม่หมอที่ดังกรุ้งกริ้ง

“เค้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างปุ๊บปับฉับพลัน มีปัญหาเรื่องการเงิน การย้ายที่อยู่ มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นให้ปวดหัว..”

“เค้าคิดถึงเรานะคะ แต่อีกไม่นานเดี๋ยวเค้าก็ติดต่อกลับมาแล้วหนิ..”

คำพูดนั้นทำให้ฉันนิ่งไปสักพัก จริงหรอ? แม่หมอกำลังต้มฉันอยู่รึเปล่าน่ะ?

“คำถามต่อมา เค้าชอบเรามั้ย”

เสียงสับไพ่ดังขึ้นอีกครั้งอย่างลุ้นระทึก เอาเถอะ จะเกิดอะไรขึ้นก็อย่าไปเชื่อมากเลยเนอะ

“ อืม.. มันเหมือนเค้าอยากจะหันหลังให้คุณเนอะ การแก้ปัญหาของเค้าน่ะ เค้าชอบคุณนะคะ แต่อยู่ดีๆเค้ามีความจำใจบางอย่างที่จะต้องห่างคุณไป  แต่เค้าชอบคุณนะ เค้าชอบคุณจริงๆ”

“The devil ขึ้น มันเป็นรักซ้อนรึเปล่า เค้ามีใครก่อนหน้านี้แล้วยังเลิกไม่ขาดมั้ย”

เพล้ง!!

ตรงเกิ๊นไป!!! ฉันแทบจะหยุดเดินแล้วเขวี้ยงโทรศัพท์ลงพื้น ใช่สิ เค้าเลิกกันแฟน แล้วฉันก็สงสัยมาตลอดว่าเค้ามูฟออนได้รึยัง แฟนเก่ายังตามตื้ออยู่หรือไม่

“ตัวเค้าเองก็สับสนว่าจะเอายังไงกับชีวิตนะคะ พยายามเริ่มต้นใหม่ แต่ก็เหมือนมีอะไรมาขัดเค้าอยู่ แต่คิดว่าปัญหาเรื่องเงินก็ด้วยเค้าอาจจะไม่กล้าบอกเราว่ามีปัญหาอะไรบ้าง แต่เดี๋ยวเค้าก็กลับมาแล้ว เค้าส่องคุณอยู่ เค้าเครียดด้วยกับปัญหา..”

“ต่อมา เค้ามูฟออนจากแฟนเก่าได้มากแค่ไหนแล้ว.. อ้าว พูดไม่ทันขาดคำ”

ฉันฟังแต่ละคำถามของตัวเองและคำทำนายที่ประดังกันเข้ามาในโสตประสาท เป็นความรู้สึกอธิบายไม่ถูกเพราะมันก็มีทั้งดีและไม่ดี แถมยังตรงเกินคาด

“เค้าจบแล้วนะ เค้าเลิกกันไปแล้ว ไพ่มันขึ้น death กับ justice แต่ว่าเค้าแค่อยู่นิ่งๆในพื้นที่ของเค้าเฉยๆ แล้วอีกคนก็ไม่อยากจะเลิก แต่ที่จริงก็คือขาดกันแล้วล่ะ แต่อีกฝั่งนึงยื้อ devil มันเลิกยากนะคะ รักมากแค้นมาก ถามว่าเลิกได้มากแค่ไหนก็ไปแล้ว80% อีก20%คือยังตามอยู่”

ไพ่ตรงอีกแล้วอ่ะ เค้าเลิกกันไปแล้วจริงๆอย่างที่ฉันรู้ แล้วที่ฉันชอบเค้าฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะว่าเค้าเลิกกันตั้งแต่ที่ฉันเจอเค้าครั้งแรกแล้ว แต่ฟังแบบนี้ก็รู้สึกว่าทำไมมันถึงไม่จบจริงๆสักที เมื่อไหร่เค้าจะมีความสุขและเริ่มต้นใหม่ได้? ฉันอยากให้เค้าโอเคกับชีวิตก่อนเลยจริงๆนะ

พอฟังคลิปจนจบ ความจริงฉันก็รู้สึกสบายใจขึ้นนะ อย่างน้อยถ้ามันเป็นจริง เค้าก็คงจะคิดถึงและชอบฉันอยู่บ้างใช่มั้ยล่ะ (สรุปเชื่อหรอ?) แต่แค่ตอนนี้ปัญหาเยอะ ก็รอดูต่อไปแล้วกัน..

แต่จะรอดูเฉยๆได้ยังไง!!! มันใกล้วันเกิดเค้าแล้วนี่!!!

โอ้มายก็อด ฉันควรจะทำยังไง ฉันจะอยู่เฉยๆปล่อยให้วันนั้นผ่านไปในขณะที่ไม่ต่อสู้อะไรเลยงั้นหรอ? แฟนเก่าเค้าต้องมาตามตื้อแน่ ถ้าฉันทำอะไรสักอย่างอย่างน้อยก็อาจจะรั้งเค้าไว้ได้รึเปล่า? การกระทำของฉันจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มั้ยนะ..?

ฉันคิดจนปวดหัว คิดจนนอนไม่หลับของจริง 5555 ฉันอยากเซฟตัวเองไม่ให้หน้าแตกด้วยการไม่ทำอะไรเลย แต่อีกใจก็อึดอัดมากๆที่วันเกิดของเค้ามันใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว

“เรื่องวันเกิดน้อง แกจะทำอะไรก็ทำเถอะไม่ต้องกลัวฉันว่านะ ดีกว่าที่แกมาเสียใจภายหลัง แต่เป็นฉันฉันไม่ทักหรอก แต่ความใจอ่อนของแกก็อาจจะทำให้ได้คุยกัน”  นี่คือคำพูดจากเพื่อนสนิทของฉัน

จนแล้วจนรอด คืนก่อนวันเกิดเค้าฉันก็ติดสินใจว่าจะพอแค่นี้ ฉันคิดมากจนเกินจำเป็น แล้วมันก็กำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า ฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น ฉันตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วเข้านอนอย่างสบายใจกับสิ่งที่เลือก

พอตื่นมาขึ้นมาในเช้าวันเกิดของเค้า ฉันก็ยังคงทำตัวตามสบายๆไปทั้งวันโดยที่ตั้งใจว่าจะปล่อยมันผ่านเลยไปจริงๆ ถึงขั้นตั้งเสตัสว่า ‘จะทำยังไงดีหรอ ก็ไม่ทำไงล่ะ’ 555 แล้วก็ลั่นล้าไปทั้งวันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แน่วแน่กับการตัดสินใจครั้งนี้

พอตกเย็น ฉันตื่นขึ้นมาจากการนอนกลางวัน ขึ้นมากินข้าวเย็นตามปกติ ในหัวฉันก็ยังมีความคิดเดิมคือ ‘ไม่ทำอะไร’ จนกระทั่งฉันเข้าไปนั่งอ่านภาษาญี่ปุ่นในห้อง มองนาฬิกาเป็นเวลา1ทุ่ม

1ทุ่มของที่นี่ ก็คือ3ทุ่มของที่นั่นแล้วสินะ..

อีกไม่กี่ชั่วโมงวันเกิดของเค้าก็จะจบลง..

ฉันเปิดหน้าแชทของเค้าขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความบางอย่างลงไป หัวของฉันว่างเปล่า สุดท้ายแล้วฉันก็อยากจะลองดูผลของมัน ถ้าฉันทำสิ่งนี้ จะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่.. ความเงียบระหว่างเราจะได้รับการคลี่คลายรึเปล่า? โอกาสที่1ปีจะมีครั้ง เพียงแค่กดส่งก็จะได้รู้คำตอบ..

ไอ้บ้าเอ้ย จะรอดูว่าเค้าจะกลับมาตามคำทำนายมั้ย แต่ดันต้องมาลงมือซะเอง..


จึก

ข้อความนั่นถูกกดส่งไป พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าครั้งจนไม่อาจทนได้ ฉันรีบเปิดแชทเพื่อนสนิทแล้วบอกว่าฉันได้ทำมันลงไปแล้ว ถ้าเค้าไม่ตอบล่ะก็ ฉันจะลบข้อความซะ

ฉันพยายามมีสมาธิอ่านหนังสือต่อด้วยหัวใจที่ไม่สงบสุข จะเครียดทำไม..เค้าอาจจะบล็อคเราไปแล้วไม่เห็นข้อความนี้เลยก็ได้นะ อย่าเขินสิ แค่ถึงพรุ่งนี้ก็จะได้ลบมันทิ้งแล้ว หลักฐานก็จะไม่หลงเหลือถ้าเค้าไม่เข้ามาดู

ฉันเดินออกจากห้องไปทำอย่างอื่นมากมายเพราะไม่อาจทนคิดเรื่องนี้ในหัวได้ แต่ก็นั่นแหละ พอฉันกลับเข้ามาดูโทรศัพท์อีกทีก็พบข้อความตอบกลับจากเค้า!! ทั้งคำขอโทษ และอื่นๆ

ฉันทำอะไรไม่ถูก แก้มทั้งสองข้างร้อนผ่าว คนที่ไม่คุยกันมาเดือนนึง แต่ดันมาตอบข้อความฉันในวันนี้ มันไม่ใช่ความบังเอิญ เค้าเข้ามาตอบล่ะ! ตอบแฮปปี้เบิร์ดเดย์จากฉัน จากที่เมินกันมาตลอด..

“อืม แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะ! //ส่งสติ๊กเกอร์”

ฉันเคยเขียนอวยพรวันเกิดไว้อย่างอลังการเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่พอเอาเข้าจริงกลับพูดออกแค่แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะ บวกกับสภาพต่างๆทำให้ฉันมีความกล้าแค่นี้ แค่ทักไปก็จะแย่อยู่แล้ว นี่เค้าตอบกลับมาแถมยังขอโทษอีก พูดอะไรไม่ออกจริงๆ

ส่วนเค้าก็หน้าแดง แล้วก็บอกว่าขอบคุณนะ  ความจริงคือฉันไม่ไหวเลย ฉันได้แต่อ่านข้อความแล้วเก็บอารมณ์ทุกอย่าง ไม่ถามหาเหตุผล ไม่ชวนทะเลาะ เพราะคิดว่าอยากให้เค้ามีความสุขมากๆในวันเกิดอายุครบ 20  คืนนั้นเราสองคนได้คุยกัน หยอกล้อไปเรื่อย 
 

ก่อนที่เค้าจะจางหายไปราวกับสายลมที่พัดผ่าน..


ตอนนี้ฉันได้แต่ยิ้มและหัวเราะกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้น อย่างน้อยฉันก็คิดถูกที่ทักไป ถึงแม้ว่าตอนจบมันจะไม่ได้ต่างไปจากที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้มากนัก แต่ฉันก็ได้ทำในสิ่งที่ฉันจะเสียใจถ้าไม่ได้ทำ การได้พูดคุยกับเค้าแม้เพียงชั่วข้ามคืนก็เกินกว่าที่คิดเอาไว้มาก แม้ว่าสภาพจะเหมือนถูกจับเวลานับถอยหลังก่อนจะปิดสวิตซ์ก็ตาม..

คราวนี้แหละฉันจะได้เฝ้าดูอยู่ในที่ของฉันสักทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่คือสิ้นสุดการกระทำของฉัน ฉันจะยอมให้เวลามันผ่านพ้นไปมากเท่าที่เค้าต้องการ และสักวันที่เค้ามีความสุขได้อีกครั้ง.. ฉันคงจะได้คำตอบบางอย่าง.. หรืออาจจะไม่ได้แต่ก็ต้องก้าวต่อไป

ภาพท้องฟ้ายามคำคืนของฤดูร้อนที่มีดาวดวงน้อยๆส่องประกายอยู่ทั่วคงจะเป็นเหมือนความรู้สึกของฉันในตอนนี้ ฉันสบายใจแล้วล่ะ

ปิดเทอมฤดูร้อนนี้มีอะไรกว่าที่คิดไว้ซะอีก..




SHARE
Writer
HermioneRiddle
Student
My personal Diary

Comments