พหูพจน์
 -เรื่องราวครั้งนี้คือหญิงสาวทั้งหมดที่ผมเคยตกหลุมรักมาในสมัยมัธยม

คนที่ 1 : เธอคนนี้นั้นเป็นเพื่อนร่วมห้องของผมในชั้น ม.1 เป็นเพื่อนหญิงคนแรกที่สนิทและคุยกันผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียด้วยความรู้สึกนะตอนนั้นจะเรียกว่ารักแรกก็ใช่จุดจบของเรื่องราวนี้คือ ผมได้บอกความรู้สึกกับเธอไปหลังจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เธอ หนีห่างผมราวกลับผมเป็นตัวประหลาด ราวกลับผมทำสิ่งที่ผิดมหันต์ สุดท้ายแล้ว เธอ คนนี้ก็ได้กลับมาเป็นเพื่อนกับผมอีกครั้งในปัจจุบัน

คนที่ 2 : เธอคนนี้นั้นเป็นรุ่นพี่ ม.5 ในขณะที่ตัวผมอยู่ชั้น ม.3 ผมกับรุ่นพี่คนนี้นั้นรู้จักกันครั้งแรกผ่าน Ask.fm ล่ะได้คุยกันผ่าน Facebook ซึ่งตัวผมในตอนนั้นยังไร้เดียงสามากผมยังไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่างเรื่องราวเลยจบที่เป็นพี่น้องกัน แต่ในปัจจุบันนี้นั้น ผมกับพี่คนนี้เราสนิทกันมากจนถึงขั้นที่สามารถพูดคุยภาษาเป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อนที่ผมไว้ใจและเข้าใจผมดีที่สุดคนนึงที่ผมรู้จักมา
คนที่ 3 : เธอคนนี้เป็นรุ่นน้องของผมน้องอยู่ม.4 ตอนนั้นผมอยู่ชั้นม.5 เป็นหลีดประจำคณะสี ผมกับเด็กคนนี้นั้นเราสนิทกันมากถึงขั้นเล่นอะไรกันแรงๆพูดอะไรแรงๆได้ แต่ได้เกิดมาวันนึงผมได้พูดไม่คิดไปว่า เออนี่เอาจริงกูว่าคิดถูกล่ะที่ไม่จีบมึง ไม่งั้นคงเสียมึงไปแน่ เป็นพี่น้องดีกว่าหลังจากวันนั้นเด็กคนนี้ได้เริ่มถอยห่างผมไปอย่างชัดเจน ไม่เล่นกับผม ไม่พูดคุยเหมือนที่เคยทำ
ซึ่งตัวผมในตอนนั้นก็ไม่เข้าใจว่าผมทำอะไรผิดก็เราไม่ได้เป็นอะไรกันไม่ใช่เหรอ จนกระทั่งเวลาผ่านไปน้องก็พูดกับผมว่า ตอนนั้นน้องปลื้มๆผมแต่พอเจอคำพูดนั้นมันทำให้น้องรู้สึกแย่เลยถอยห่างออกจากผม ผมในเวลานั้นที่ยังพอมีความรู้สึกกับน้องอยู่บ้าง ก็เลยถามน้องว่า 
" งั้นเราก็ลองมาคุยกันดูมั้ยล่ะ " วันนั้นผมไม่ได้คำตอบใดๆ วันถัดมาผมกลับบ้านกับพ่อของผม ผมผลอยหลับไปในรถจากความเหนื่อยล้าที่สะสมในแต่ล่ะวัน จนกระทั่งผมสะดุ้งตื่นด้วยเสียงข้อความรัวๆขึ้นมา เด็กคนนั้นส่งข้อความมาว่าอยู่ไหน ทำไมไม่ตอบ โกรธกูเหรอ 
ผมก็บอกว่าเผลอหลับบนรถไม่มีอะไรจะโกรธอะไรล่ะ เสร็จ เราก็คุยกันสักพัก ผมก็เลยถามเด็กคนนั้นตรงๆว่า เอองี้แปลว่าเราคุยกันแล้วนะ น้องตอบมาว่า เอองั้นแหล่ะแม่งเอ้ย 
ความสัมพันธ์ดำเนินมาด้วยความอึดอัดที่ผมสร้างให้น้อง จนทำให้มันแตกหักที่ผมทนไม่ไหวกับตัวเองที่กำลังทำให้คนๆนึงกับรู้สึกแย่ผมจึงได้เลิกคุยกับน้องคนนี้ หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันเกือบปี ปัจจุบัน เรากลับมาสนิทกันอีกครั้งด้วยความสบายใจอย่างแท้จริงเหมือนตอนเป็นพี่น้องที่เป็นหลีดด้วยกัน

คนที่ 4 : เธอคนนี้เป็นรุ่นน้องม.4 ตอนนั้นผมอยู่ม.5 น้องคนนี้นั้นเป็นเด็กที่น่ารักนิสัยดีที่มากๆเป็นเด็กที่มีสิ่งที่ผมชอบในตัวมากๆคือความใจดี เพราะตัวผมนั้นที่ผ่านมามักจะหลงรักคนที่มีความใจดีเป็นพิเศษ น้องคนนี้พูดเพราะ เรียบร้อย แต่ไม่ค่อยมีใครมองเห็นถึงความน่ารักนี้
จนกระทั่งวันหนึ่งก่อนกีฬาสีไม่กี่วันผมได้ลงสตอรี่ไอจี ขอกำลังใจ น้องคนนี้ได้เข้ามาให้กำลังใจผมทั้งที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน หลังจากนั้นเราก็คุยกันแค่คืนเดียวล่ะจบแค่นั้นก่อนจะแค่ทิ้งท้ายว่า วันกีฬาสีมาถ่ายรูปด้วยกันนะ น้องคนนี้ก็เป็นหลีดเช่นกัน วันกีฬาสีผมสับสนมากๆไม่ว่าจะเป็นผลการแข่งขันต่างๆความเศร้า ความสุข มันปนไปหมดจนเดินมาเจอน้องพอดี ก็เลยถ่ายรูปด้วยใบหน้าเจื่อนๆแบบปากบู่ไป หลังจากนั้นเราก็ได้คุยกัน แต่บทสรุปจบที่น้องเค้านั้น ชอบเพื่อนของผมมานานแล้วล่ะน้องเค้ากลัวว่าถ้าคุยกับผมแล้วเพื่อนผมจะไม่คุยกับน้องต่อ ทำให้น้องขอเงื่อนไขกับผมคือคุยกันแต่เป็นแบบพี่น้องล่ะถ้าเพื่อนผมเข้ามาในชีวิตน้อง น้องจะเลิกคุยกับผมทันที ผมซึ่งไม่สามารถรับเงื่อนไขอันเจ็บปวดนี้ได้ผมจึงไม่รับล่ะเลิกคุยกับน้อง เวลาล่วงเลยผ่านไป ผมกับน้องได้ร่วมงานกัน ด้วยการที่ผมกับน้องเคยคุยกันมาก่อน แต่ตัวผมกับน้องนั้นจบกันด้วยดีไม่มีปัญหาอะไรแต่เพื่อนร่วมกิจกรรมชอบแซวผมกับน้องทำให้น้องนั้นเข้าใจผมผิด ล่ะเกลียดผมอย่างมาก และแสดงออกไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือท่าทางแต่ผมด้วยความเป็นรุ่นพี่เลยไม่ได้ทำอะไรและพยายามไม่ใส่ใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันถึงจุดที่ผมทนไม่ไหวผมร้องไห้ออกมาต่อหน้ารุ่นน้องนับสิบคน
น้ำตาที่มีทั้งความรักและภาระหน้าที่ในการเป็นหัวหน้าฝ่ายงานที่ทำ จนเวลาผ่านไปเรื่อยๆจนจบกิจกรรมน้องกับผมก็ยังไม่คุยกัน ปัจจุบันผมกับน้องนั้นกลับมาสนิทคุยได้เหมือนเดิมแล้วเพราะน้องเค้านั้นรีพลายสตอรี่มาขอโทษผมกับเรื่องที่เกิดขึ้นและผมก็ขอโทษน้องเช่นกัน ล่ะที่ผ่านมาผมไม่เคยเกลียดน้องเลย ล่ะทุกวันนี้เราก็คุยกันได้ปกติโดยไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งใดๆ

คนที่ 5 : เธอคนนี้นั้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีของผมเธออยู่ห้องต้นๆเธอนั้นเป็นดังในโรงเรียน เหล่าเด็กผู้ชายหลายคนมักจะพูดว่าเธอน่ารักมากมายตัวผมนั้นก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่จุดเปลี่ยนคือกิจกรรมของทางโรงเรียนผมกับเธอได้ทำร่วมกันจนเกิดเป็นความผูกพันธ์ที่อธิบายไม่ได้ทั้ง 
เธอ ผม สามารถสัมผัสมันได้โดยไม่ต้องพูดถึงมันแม้แต่น้อยจนกระทั่งวันหนึ่งผมบอกรักเธอล่ะเธอก็ตอบรักผม วันหนึ่งก่อนเราทั้งสองคนไปเที่ยวดรีมเวิลด์กันเราคอลกันผ่านไลน์ เธอบอกว่าความฝันของเธอคือการไปเที่ยวกับคนที่ใช่ในประเทศที่เราไม่รู้จักเราไม่เข้าใจภาษาเราแค่สองคน
และเธอพูดกับผมว่า
เค้าคิดว่าเธอน่าจะเป็นคนนั้นน่ะผมตื้นตันมากแต่ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป จนกระทั้งเรากลับมาจากเที่ยวครั้งนั้นที่เธอพาผมไปเล่นเครื่องเล่นที่แสนจะน่ากลัวเหลือเกิน แต่เพราะมีเธออยู่จึงทำให้ผมอยากจะก้าวผ่านความกลัวของตน ผมจึงไปเล่นกับเธอด้วยความรู้สึกว่า ถ้าเธอไปคนเดียวล่ะถ้าเธอตกลงมาจากรถไฟเหาะใครจะดึงมือเธอเอาไว้ คืนนั้นผมได้พูดกับเธอว่าเค้าก็คิดว่าเธอก็คือคนๆนั้นเหมือนกันนะจนวันหนึ่งผมได้ขอเธอคบเป็นแฟนอย่างทางการด้วยของขวัญชิ้นเล็กๆราคา 75 บาท แต่ผมให้เธอทั้งหัวใจผมบอกกับเธอบนรถตู้ที่เงียบสงัดมีแต่เสียงของล้อที่ไหลไปกับท้องถนนว่าเป็นแฟนกันนะผมผูกสร้อยข้อมือให้เธอด้วยความสุขที่มีให้มากเหลือเกิน มากจนซะอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนั้น หลังจากนั้นก็ถึงจุดหมายที่ต้องแยกกัน เธอหยิบโทรศัพท์ของผมไป เมมเบอร์ชื่อตัวไว้ว่า 
" คุณแฟน "  ผมคิดว่าแม่งโคตรจะนิยายเลยแบบแอบรักเพื่อนล่ะได้คบกันมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับกูเหรอวะ แต่สุดท้ายแล้วนั้นทุกเรื่องราวนั้นก็มีวันจบ ระหว่างคบกันนั้นมันมีเรื่องราวดีๆมากมายที่ผมเขียนไม่หมดจริงๆล่ะก็มีเรื่องราวที่แย่เช่นกัน จนมันระเบิดออกมาโดยการที่เราทั้งสองนั้นเลิกกัน ตอนคบกันครั้งแรกสัญญากันว่าใครเบื่อใครก่อนเป็นหมานะ ผมซึ่งตอนนั้นกำลังใจสลายกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้แค่พูดว่า
เธอเป็นหมาแล้วนะปัจจุบัน เราทั้งสองคนยังอยู่ในวงโคจรของกันและกันแต่แทบไม่เคยจะผ่านมาหยุดอยุ่ด้วยกัน
ผมกับเธอนั้นกลายเป็นคนแปลกหน้ากันราวกลับว่าทุกสิ่งไม่เคยเกิดขึ้น ต่างกับผมที่ไม่เคยทิ้งสิ่งของอะไรต่างๆที่มีเลย แต่ที่ไม่ทิ้งไม่ใช่เพราะยังรักแต่เป็นเพราะ " เคยรัก " ตอนนี้ผมนั้นไม่มีความรู้สึกให้เธอแล้วมีแต่ความยินดีแต่ก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

คนที่ 6 : เรื่องราวของเธอคนนี้กำลังดำเนินอยู่ ผมหวังว่าเธอจะเป็น ความหวังใหม่ให้คนมืดมนอย่างผมอีกครั้ง เป็นแสงที่อบอุ่นให้กับ ผู้ชายคนนี้

                                                     ชอบคุณครับ
SHARE
Writer
yoiz
college
life

Comments

penlookohm
12 days ago
ชอบคุณครับ -0-
Reply
yoiz
12 days ago
เห้อ