เหนือกาลเวลา




คุณเชื่อเรื่องกฏของเวลากันไหม?


บ้างก็บอกว่า“เวลา”จะช่วยให้ความทรงจำบางอย่างเลือนหายไปเอง

หรือ“เวลา”ไม่ได้ทำให้เรารักกันมากขึ้น แต่เวลาจะทำให้รู้ว่าเรารักกันหรือเปล่า



ผมเชื่อนะ
เพราะ“เวลา”เคยพาผมย้อนกลับไปในอดีต 
หลายคนที่อ่านถึงตรงนี้คงคิดว่าผมเพ้อเจ้อ คนอะไรจะย้อนเวลาได้

แต่ไม่ว่าผมจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตอีกกี่ครั้ง สิ่งผมไม่สามารถเปลี่ยนมันได้คือปัจจุบัน

เพราะทุกครั้งที่ผมกลับมา เวลาก็ยังคงเดินต่อไป และ‘เขา’ก็ยังเป็นคนเดิมที่ได้ยืนข้าง‘เธอ’ ไม่ใช่ผม



เสียงถอนหายใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดในตอนกลางคืน ตอนนี้ผมนั่งอยู่ตรงชิงช้าสนามเด็กเล่นสายตาของผมกำลังจับจ้องมองบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในมือ 
สร้อยรูปผีเสื้อครึ่งตัวที่เธอเคยให้ผมไว้เมื่อห้าปีก่อนในวันที่เราเรียนจบพร้อมกัน

“อะ เค้าให้” 
ผู้หญิงตรงหน้ายื่นสร้อยคอรูปผีเสื้อที่มีเพียงครึ่งตัวมาให้ผม
“อะไรอะ ทำไมมีแค่ครึ่งตัว”
“อีกครึ่งนึงอยู่นี่”
เธอชูสร้อยคออีกเส้นขึ้นมาพร้อมกับยิ้มเต็มปาก
“เก็บไว้ให้ดีนะ ไว้วันที่เราสองคนพร้อมจะอยู่ด้วยกันจริงๆค่อยเอามันมาต่อกัน”
คำว่า‘พร้อมจะอยู่ด้วยกัน’ของเธอนั้นคงหมายถึงการแต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
ผมยิ้มให้กับความน่ารักของเธอ
ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะกลายเป็นเพียงภาพความทรงจำในอดีต



“มานั่งทำอะไรตรงนี้วะ ทำไมไม่เข้าไปในงาน พิธีจะเริ่มแล้วนะ”
เพื่อนตัวสูงของผมเดินเข้ามาทัก
“นี่มึงยังเก็บมันไว้อยู่อีกเหรอ”
“อือ”
“ไปเถอะ เจ้าของสร้อยของมึงรออยู่ในงานแล้ว”




ท่ามกลางเสียงพูดคุยของแขกในงาน สายตาของผมตอนนี้กลับมองไปยังผู้หญิงที่ยืนอยู่บนเวที 
เธอสวยมากเวลาที่อยู่ในชุดสีขาวสะอาดตาแบบนั้น รอยยิ้มที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าทำให้รู้ว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหน

ผู้หญิงคนนั้นคือคนเดียวกับที่ผมย้อนเวลาเพื่อกลับไปหาเธอ


ผมไม่รู้ว่าเรื่องของเรามันเริ่มผิดพลาดจากตรงไหน อาจจะเป็นตอนที่ผมผิดนัดเธอ หรือตอนที่ผมไม่ได้เลือกโต๊ะเรียนเพื่อนั่งข้างเธอ หรือแม้แต่ตอนที่ผมจำวันเกิดเธอไม่ได้เมื่อตอนมอปลาย

นั่นมันทำให้ผมรู้ว่าความใส่ใจเป็นเรื่องที่สำคัญมากในความสัมพันธ์ ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะเล็กน้อยมากแค่ไหนถ้าเราใส่ใจกันมากพอมันก็คงไม่เป็นปัญหาที่ส่งผลทำให้เธอและผมต้องเลิกกัน

และคนที่ยืนข้างเธอในตอนนี้ก็คงเป็นผมไม่ใช่ใครอีกคน
คนที่จะได้รับรอยยิ้มสดใส ได้ฟังเสียงหัวเราะของเธอ หรือแม้แต่เสียงพูดเจื้อยแจ้วของเธอไปตลอดชีวิตนับจากเวลานี้มันควรเป็นผมไม่ใช่เขา


แต่เวลาไม่อาจย้อนกลับมาได้
ผมยังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป และเธอก็ต้องเดินไปข้างหน้า

บางทีเธออาจจะทำถูกแล้วที่เลือกทางเดินของตัวเอง ไม่จมปลักอยู่กับคนแบบผม 
คนที่ไม่มีอะไรดีพอจะอยู่ข้างเธอ
คนที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง
คนที่ดูกระจอกในทุกเรื่อง
แต่เห็นจะมีเรื่องเดียวที่ผมทำได้ดีก็คือรักเธอ
แต่มันก็คงยังไม่พอที่จะขอให้เธออยู่กับผมจนถึงตอนนี้


ผมยิ้มให้กับภาพตรงหน้า ภาพที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังหอมแก้มกันตามเสียงเชียร์ของคนในงาน
มือขวาของผมล้วงหยิบสร้อยเส้นนั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกง ผมมองมันด้วยความอาลัยอาวรณ์ แววตาที่ผมแสดงออกตอนนั้นคงชัดเจนมากจนทำให้เพื่อนที่ยืนข้างๆอดทักไม่ได้
“ถึงเวลาต้องคืนเจ้าของเขาแล้วสินะ สร้อยเส้นนี้น่ะ”
มันเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับยกแก้วไวน์ที่ถืออยู่ในมือขึ้นจิบ
“ตรงใจแข็งขนาดไหนวะ ถึงมางานแต่งงานของแฟนเก่าตัวเองได้แบบนี้”
“เปล่า กูแค่ตั้งใจจะเอาของมาคืน”
“ของที่มึงว่านี่อะไรบ้างล่ะ รวมถึงหัวใจมึงด้วยหรือเปล่า”


ผมมองสร้อยบนมืออย่างไม่อาจละสายตาไปได้ ในใจก็นึกอยากกลับไปแก้ไขอดีตอีกสักครั้ง เผื่อมันจะเปลี่ยนแปลงบทบาทตรงนี้ได้ ตรงที่ผมต้องคืนทุกอย่างที่เธอเคยให้มา
รวมถึงความรักและหัวใจของผมเอง




ผมอยากเป็นคนนั้นนะ คนที่ยืนข้างเธอตรงนั้น
คนที่ได้ครอบครองรอยยิ้มและดวงตาของเธอ
เขาคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าตัวเองโชคดีขนาดไหนที่ได้มีเธออยู่ข้างกาย
เขาจะรู้สึกเหมือนที่ผมเคยรู้สึกไหม 

ผมอยากแย่งเธอกลับมาจัง แต่ในใจก็รู้ดีว่าไม่มีวันทำได้และไม่ว่าผมจะย้อนเวลากลับไปอีกกี่ครั้ง กีดกันหรือเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จะทำให้เธอและเขาได้เจอกัน แต่สุดท้ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เธอกับเขาก็ได้ลงเอยกันอยู่ดี

ใครคนนั้นเข้ามาในช่วงที่เธอกำลังอ่อนแอจากเรื่องของผม ช่วงที่จิตใจต้องการที่พักพิง และเขาก็เป็นคนนั้น 
คนที่โอบไหล่เธอไว้และปลอบใจเธอ
และมันน่าเสียดายตรงที่ว่า ในวันที่เธอร้องไห้เกือบตายผมไปอยู่ที่ไหน ทำไมคนที่เธอควรซบไหล่ถึงไม่ใช่ผม
ทำไมผมถึงโง่ปล่อยเธอไป
ทำไมเรื่องของเราต้องจบ
แล้วทำไมผมไม่รั้งเธอ 
พอมาคิดได้ตอนนี้มันก็คงสายไป ถ้าเป็นผมในปัจจุบันที่ย้อนกลับไปในอดีต ผมคงขอร้องอ้อนวอนให้เธออยู่จนสุดชีวิต ปรับตัวเองให้ดีพอจะคู่ควรกับเธอ
มันน่าเสียดายนะที่ไม่ได้ทำแบบนั้น


และใช่ ผมย้อนเวลากลับไปทำมันแล้ว ทำทุกอย่างที่ผมพูดนั่นแหละและผลลัพธ์ในตอนนั้นคือเธอยังอยู่กับผมต่อ มันช่วยยืดเวลาให้เราได้สร้างความทรงจำดีๆร่วมกันไปได้อีกสักพัก แต่สุดท้ายมันก็ยังจบแบบเดิม
คือเราเลิกกัน



ผมอยากเดินเข้าไปบอกคนนั้นของเธอเหลือเกินว่าจงรักเธอให้ดี ให้เธอทั้งหมดเท่าที่นายมีทั้งความรักและความซื่อสัตย์จงยกให้เธอ 
ปฏิบัติต่อเธอดั่งเจ้าหญิง ดูแลเธอให้ดีเหมือนองครักษ์
และในบางครั้งถ้าทะเลาะกันก็อย่าเอาอารมณ์นำเหตุผล เพราะถึงแม้เธอจะใจเย็นแค่ไหน นายจะเสียเธอไปได้ง่ายๆแค่เพราะไม่ยอมฟังอะไรเลย
คนที่ผมรักสุดหัวใจคนนั้น ฝากดูแลเธอแทนผมด้วย


แต่ถ้าให้พูดสิ่งที่นึกอยากทำจริงๆก็คงไม่พ้นการที่เดินเข้าชกหน้าไอ้เจ้าบ่าวนั่นเต็มแรง อุ้มผู้หญิงคนรักของผมแล้วหายหนีไป

ผมนึกตลกกับความคิดของตัวเองเพราะรู้ว่าไม่ว่ายังไงก็คงไม่มีวันทำเช่นนั้นได้
และไม่ว่างผมจะรักเธอมากแค่ไหน คนที่เธอเลือกในตอนนี้ก็ยังเป็นเขาอยู่ดี
ผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก





และตอนนี้ผมได้รู้แล้วว่าต่อให้เธอจะไม่ได้อยู่กับผมในปัจจุบัน แต่อดีตทั้งหมดของเธอก็ยังเป็นผม ความทรงจำในวัยนั้นทั้งหมดมีแค่ผมอยู่ในนั้น ผมไม่สนว่าตอนนี้เธอจะลืมเลือนมันไปมากน้อยแค่ไหน แต่แค่ผมยังจดจำมันได้ก็พอแล้ว
รอยยิ้มของเธอในอดีตเป็นของผม
เสียงหัวเราะที่แสนน่าฟังของเธอในอดีตก็ยังเป็นของผม
และความทรงจำทั้งหมดจะไม่มีวันเลือนหายไป ต่อให้เป็นผมในวัยห้าสิบหกผมก็จะยังจำมันได้ ผมจะยังยิ้มให้กับความทรงจำต่างๆในอดีตเหมือนเดิม เหมือนที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้




ตอนนี้ร่างบางในชุดแต่งงานสีขาวกำลังเดินลงมาพบปะพูดคุยกับแขกที่อยู่ในงาน เธอยังคงงดงามและโดดเด่นอยู่เสมอ ผมตกหลุมรักเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
“มึงพร้อมยัง”
“พร้อมอะไร”
“คืนใจให้เจ้าสาวคนอื่นไง”
“กูคงไม่ยื่นให้ตอนนี้แล้วให้ไอ้เจ้าบ่าวนั่นวิ่งมาซัดหน้ากูหรอก”
“ฮ่าๆ”
เพื่อนของผมดูจะหัวเราะชอบใจใหญ่ ผู้หญิงตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และผมกับเธอก็ได้สบตากัน
เรามองกันนิ่ง ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา น้ำสีใสเอ่อคลอจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน สายตาที่เธอมองมาทำให้ผมรู้ว่าเธอเองก็ยังรู้สึกกับผมเหมือนเดิม และสายตาที่ผมส่งไปก็แสดงออกเหลือเกินว่าโหยหาและยังรักเธอสุดหัวใจขนาดไหน
และผมเชื่อว่าเธอเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน


ในตอนนั้นเองมันทำให้ผมตัดสินใจได้ว่า
ผมต้องย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง
กลับไปแก้ไขอดีตและทุกอย่างไม่ให้เกิดงานงานนี้ขึ้น
และผมจะกลับไปเอาเธอคืน..















To be continued ..



SHARE

Comments