ฉันเขียนมันออกมาจากความรู้สึก .
เคยสงสัยไหมว่า 
เพลงที่เป็นเพลงเศร้า เขาแค่แต่งมัน 
เขียนมันขึ้นมาเล่นๆ โดยแค่ลงดีเทลของเพลงให้มันเศร้าหน่อย 

หรือความจริงแล้ว 
เพลงที่แต่งมันมาจากความรู้สึกของคนแต่งจริงๆ.. 

แล้วถ้าเป็นการ์ตูนสักเรื่องล่ะ 
ที่ตอนจบ จบลงด้วยความเศร้า 
คนเขียนตั้งใจให้มันจบเศร้าเพราะรู้สึกว่ามันควรเศร้า
หรือตั้งใจแอคแทคความรู้สึกของคนดูเฉยๆ 
เพื่อความสะใจ 
และมานั่งรอดูฟีดแบ็คหลังจากที่ตอนจบปล่อยออกมา

แต่กับบทความ.. 
การจะเขียนอะไรให้ได้สักอย่าง 
หรือการจะเขียนอะไรให้ได้สักเรื่อง 
ฉันว่ามันควรจะมาจากความรู้สึกว่ะ 
หรือไม่ก็ประสบการณ์ที่เคยผ่านมา 

การจะเขียนอะไรเฟคๆ 
หรือการสมมุติมันขึ้นมาโดยที่เราไม่ได้รู้สึก..

แบบนั้น 
ฉันทำมันไม่ได้ 
เมื่อฉันไม่อิน 
ฉันจะมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เขียน 
ไม่ภูมิใจที่ได้กลั่นกรองมันออกมา 

แต่ที่พูดมา 
ไม่ได้ตั้งใจหรือจงใจกล่าวถึง
นักเขียนท่านอื่นหรือคนแต่งนิยายสักเรื่อง 
ฉันเข้าใจว่าแบบนั้นมันต้องใช้จินตนาการ 
ฉันแอบนับถือคนที่เขาแต่งนิยายได้เป็นเรื่องเป็นราว 
และแต่งได้ยาวๆหลายตอน 
และที่ชอบมากเพราะอ่านแล้วเราอินไปกับตัวละครนั้น 
ฉากที่ตัวเอกต้องร้องไห้ ฉันรู้สึกเหมือนต้องร้องไห้ 
ฉากที่ทำใจสลาย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองไม่เหลืออะไรอยู่บนโลกนี้แล้วเหมือนกัน 

แต่กับนิยาย 
เราว่าเค้าโครงมันอาจจะต้องใช้จินตนาการ 
แต่เนื้อหา หรือ บทพูด 
เราว่าคนเขียนต้องใช้ความรู้สึกเขียนมันบ้างแหละ 
ไม่งั้นเราคงไม่อินกับมันขนาดนั้น 
( ก็ความเห็นส่วนตัวล่ะนะ ) 

ฉันเองก็บ้าจี้ 
ไปเห็นโพสต์ของคุณมุนินฺที่วาดการ์ตูนน่ะ 
เป็นเอฟซีแกมานานแล้วเหมือนกัน 
ในเนื้อหาบนสเตตัสเฟสบุ๊คของแกวันนี้ 
ใจความมีอยู่ว่า
" เพลงเศร้า แต่งจากความเศร้าหรือเปล่านะ 
การ์ตูนเศร้า แต่งจากความเศร้านั่นแหละยอมรับเลย " 

ก็เลยเป็นที่มาในการเขียนบทความเรื่องนี้ 
ก่อนจะเขียนมันขึ้นมา 
ได้แต่นั่งถามตัวเองว่า 

" ที่เรามาเขียนบทความลงสตอรี่ล็อกอยู่เนี่ย 
เพราะเรารู้สึกเศร้าเหมือนกันไม่ใช่หรอวะ " 

นั่นแหละ 
ฉันถึงได้นึกออกว่า 
เออ
การจะเขียนอะไรสักอย่าง 
มันต้องออกมาจากความรู้สึกจริงๆ 

.. 

ก่อนจะจบมันลงจริงๆ 
อยากลองชวนพวกคุณพูดคุยเรื่องอื่นบ้างน่ะ 
คุณฟังเพลงใหม่ของเทย์เลอร์สวิฟต์มาบ้างหรือยัง 
ฉันนี่แฟนตัวยงเลยล่ะ

คุณรู้ไหมว่าอัลบั้มใหม่ของเทย์ 
มีเพลงที่เขียนเชื่อมกันอยู่ด้วยนะ 
จากมุมมองของคน 3 คน 

ตอนที่ฉันรู้ 
โคตรเซอร์ไพรส์เลยล่ะ

Cardigan ( ฉันชอบที่สุดในสามเพลงนี้ ) 
เมื่อฉันรู้สึกเหมือนเป็นเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่า
ใต้เตียงของใครสักคน 

คุณหยิบฉันขึ้นมาสวม 
( * You put me on * ไม่ได้มีความหมายเดียว ) 
และพูดว่าฉันเป็นตัวโปรดของคุณ 

..
Dancin' in your Levi's
Drunk under a streetlight
..
To kiss in cars and downtown bars
.. 
โคตรชอบประโยคนี้เลย 
When you are young, 
they assume you know nothing..


Betty 
Standing in your cardigan
Kissin’ in my car again
Stopped at a streetlight
You know I miss you
.. 
Just thinking of you when she pulled up like
A figment of my worst intentions
She said “James, get in, let’s drive”
Those days turned into nights
Slept next to her
, but
I dreamt of you all summer long



August 
Cause it was never mine
And I can see us twisted in bedsheets


.. 
ฉันเปรียบตัวเองเป็นคาร์ดิแกน 
ส่วนคนที่ฉันรักจะอยู่ในเพลงที่เป็นชื่อฉัน 
ส่วนคนที่ดูจะน่าสงสารที่สุดจะอยู่ในเดืือนสิงหาคม .


* เพิ่มเติม * 
เพลง illicit affairs ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะคะ
Make sure nobody sees you leave
Hood over your head, keep your eyes down
Tell your friends you're out for a run
You'll be flushed when you return
Take the road less travelled by
Tell yourself you can always stop
What started in beautiful rooms
Ends with meetings in parking lots . 


อัลบั้มนี้น่าสนใจมากจริงๆ . 



SHARE
Written in this book
ALL ABOUT HIP .
เรื่องของฉัน
Writer
hip
Just me .
ทุกอย่างที่อยากเขียนและพบเจอ .

Comments