Moral of the story
16 Jun 1992

นี่เธอ ทำไมถึงนั่งอยู่คนเดียวล่ะ

เด็กชายผู้มาใหม่กล่าวขึ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้าทำหน้าเศร้าพลางกอดเข่าเพียงคนเดียว

เมื่อเด็กหญิงได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปตามเสียงเรียกของผู้มาใหม่

นาย..คุยกับฉันจริงๆหรอ

เด็กชายอึ้งไปครู่หนึ่งจึงขำเบาๆ

คนที่เธอเห็นสะท้อนในแววตาผมคือใครผมก็คุยกับคนนั้นแหละครับ

เด็กหญิงเงียบไปเมื่อพบว่ามีเงาของเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สะท้อนอยู่ในแววตาของคนตรงหน้าในขณะนี้

เด็กชายยิ้มบางๆให้แก่เธอก่อนจะแนะนำตัว

มาคุยแบบเป็นกันเองกันเถอะเราชื่อ ขอบฟ้า อายุ 7 ขวบพึ่งย้ายมาเรียนที่นี่วันนี้เป็นวันแรกครับผม

พึ่งย้ายมา ? เพราะแบบนี้นายเลยคุยกับฉันสินะ

เพราะแบบนี้มันเพราะแบบไหนกันล่ะ

เด็กที่นี้น่ะไม่ค่อยมีใครอยากคุยกับฉันหรอก...เด็กหญิงกล่าวแค่นี้จึงเงียบไป

เมื่อคนตรงหน้าเห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้ว ด้วยความงุนงงแล้วถามต่อ

ทำไมล่ะ เธอก็น่ารักออกนี่นา...

ฉันไม่เหมือนพวกนายหรอกนะ ครอบครัวน่ะเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝันตอนกลางคืนแล้วสลายหายไปเมื่อลืมตาขึ้นมาสำหรับฉัน เพราะฉะนั้นนายก็ออกไปให้พ้น

เด็กหญิงกล่าวเสียงดังพลางเดินออกมา เธอรู้ดีว่าหากเด็กชายผู้มาใหม่รู้ว่าต่างจากพวกคงตีตัวออกห่างไปเช่นเดียวกับที่คนอื่นทำ เธอไม่อยากเสียใจซ้ำๆ
เพราะเรื่องนี้อีกแล้ว..

เมื่อเด็กชายเห็นเช่นนั้นจึงก้าวเท้าเล็กๆ วิ่งตามไปพลางตะโกนว่า “ เธอรู้อะไรมั้ยพ่อเราน่ะบอกเสมอเลย
มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะที่จะแตกต่างเราทุกคนต่างก็เปรียบเหมือนดอกไม้ ดอกไม้ทุกดอกต่างก็มีฤดูกาลเป็นของตัวเอง แต่เธอรู้มั้ยไม่มีดอกไม้ที่ไม่บานหรอกนะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราเชื่อว่าเธอคงจะสดใสเหมือนดอกไม้ที่บานครั้งแรกยามอาทิตย์ขึ้นแน่ๆ มาลุ้นกันเถอะว่าสุดท้ายแล้วเธอจะได้กลายเป็นดอกไม้ชนิดไหนและจะสดใสได้ขนาดไหนกันนะ  เมื่อได้ยินดังนั้น 2 เท้าของเด็กหญิงถึงกับหยุดชะงักเธอค่อยๆหันไปมองคนข้างหลังที่กล่าวเช่นนั้นพร้อมน้ำเสียงหนักแน่นด้วยแววตาเลื่อนลอย


นายหมายความอย่างนั้นจริงๆหรอ

ที่ฉันแตกต่างมันไม่ผิดจริงๆหรอ

นายจะไม่รังเกียจฉันเหมือนคนอื่นใช่ไหม ?

จะรับตัวตนของฉันได้จริงๆน่ะหรอ

เด็กหญิงเอ่ยขึ้นพร้อมกันหยดน้ำตาที่ค่อยๆไหลหลงมาราวกับหยาดฝน ตกใจ ประหลาดใจ ซาบซึ้งใจ ความรู้สึกทั้งหมดมันสับสนปนเปกันไปหมด

แน่นอนสิ เด็กชายเอ่ยเบาๆ 

ในเมื่อฉันพึ่งมาใหม่แถมยังไม่มีเพื่อนอีกงั้นเรามาเป็นเพื่อนกันนะ โอเคมั้ย ?

เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตา ... คนโกหก อย่างเขาน่ะหรือจะไม่มีเพื่อนคนไม่มีใครคบอย่างเธอมองเดี๋ยวเดียวก็รู้ว่ามีคนอยากทำความรู้จักกับคนตรงหน้ามากมายขนาดไหน
แต่คนเช่นนี้กับอยากเป็นเพื่อนกับเธอเนี่ยนะ 

เพื่อน คำสั้นๆแต่มีความหมายมากมายกับคนเช่นเธอแต่เธอกลับไม่เคยได้แม้แต่จะได้ใช้มันกับใครสักคน

เด็กหญิงยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกให้แก่คนตรงหน้าพร้อมเอ่ยแนะนำตัวเบาๆแต่หนักแน่น

ฉันชื่อ โซระ ยินดีที่ได้รู้จัก...แล้วก็ขอบคุณที่ยอมมาเป็นเพื่อนกับฉัน

ไม่ใช่ยอมแต่เรามาเป็นเพื่อนกันต่างหาก


เด็กชายกล่าว



3 Aug 1992

ทำไมเธอถึงเหม่อมองฟ้าอีกแล้วล่ะ 

เด็กหญิงได้ยินเช่นนั้นจึงเสตาไปด้านข้าง
เพื่อสบตากับต้นเสียง

ฉันมีความลับที่ไม่เคยบอกใครด้วยล่ะ

เด็กชายเงียบเพื่อเว้นระยะให้คนตาหม่นตรงหน้าเอ่ยต่อ

วันเกิดปีที่ 3 ของฉัน วันที่ฉันอายุครบ 3 ขวบ เป็นวันที่พ่อและแม่ของฉันเสียชีวิต

เด็กชายทำได้เพียงเก็บความตกใจเอาไว้ข้างในเพื่อรอให้คนตรงหน้ากล่าวต่อ

อุบัติเหตุรถยนต์น่ะ เด็กหญิงเอ่ยเบาๆ
 พลางมีน้ำตาที่ไหลอาบหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจราวกับต้องการปลอบโยนตัวเธอเอง

เพราะแบบที่ทำให้ฉันไม่เคยชอบวันเกิดตัวเองเลย
ไม่สิฉันเกลียดมัน..

ของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่แม่ได้ทิ้งไว้ให้คือ ชื่อของฉัน

โซระ ชื่อของฉัน แปลว่า ท้องฟ้าน่ะ 


เท่าที่จำความได้วันไหนที่ท้องฟ้าสวยแม่มักจะชี้ให้ฉันมองดูเสมอเลย มันทำให้ฉันแอบคิดว่าอยากจะลองสดใสให้ได้สักครึ่งนึงของท้องฟ้า เพราะอยากเห็นแม่ยิ้มกว้างๆบ่อยๆ แต่ตอนนี้แม่ของฉันคงไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีกแล้วหล่ะ แย่จังเลยเนอะ..

ไม่จริงสักหน่อย เด็กชายเอ่ย

แม่ของเธอน่ะจะต้องคอยมองเธอเสมออยู่บนท้องฟ้า
ผืนนี้แน่ๆ ฉันเชื่ออย่างนั้นนะ

ท่านต้องอยากเห็น ท้องฟ้าจิ๋ว คนนี้ยิ้มบ่อยๆ แน่เลยเพราะฉะนั้น ! ฉันจะเป็นองครักษ์ปกป้องสายรุ้งท้องฟ้าตรงหน้าฉันอย่างดีเลย 

จริงสินะ นายชื่อ ขอบฟ้า หนิ เด็กหญิงเปรยยิ้มบางๆ

ก็ใช่น่ะสิ เด็กชายกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น ในเมื่อขอบฟ้ากับท้องฟ้าข้างบนนั่นอยู่คู่กันมาตลอด ขอบฟ้าคนนี้ก็จะอยู่ข้างท้องฟ้าตรงหน้าไปตลอดเช่นกัน !




27 Sep 2002

ตอนนี้เด็กสาวเมื่อครั้งนั้นได้กลายเป็น หญิงสาว เต็มตัวแล้วมีหลายสิ่งเปลี่ยนไปมากมายแต่มีสิ่งนึงที่ยังคงเหมือนเดิมคือ จากเด็กชายปากกล้าที่เสนอตัวจะอยู่ข้างเธอไปตลอด ณ ตอนนี้เขาได้กลายเป็นชายหนุ่มหน้าหล่อตรงหน้าไปเสียแล้ว

หญิงสาวได้แต่ยิ้มบางๆเมื่อหวนไปนึกถึงเรื่องราวของเขาและเธอเมื่อราวๆ 10 ปีที่แล้วเห็นจะได้

นายนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ เธอกล่าวขำๆ ใส่เขา

เธอหมายถึงเรื่องอะไร ชายหนุ่มถามกลับ

อยู่ดีๆก็นึกถึงเรื่องเมื่อก่อนที่นายบอกว่าจะเป็นองครักษ์พิทักษ์รอยยิ้มฉันน่ะ ตลกดี

โอ้โห ยังจำได้อยู่หรอเนี่ยสงสัยตอนนั้นฉันจะเท่จนไปขโมยใจเด็กหญิงท้องฟ้าวัย 10 ขวบคนนั้นล่ะสิ เขากล่าวอย่างติดตลกพลางยิ้มกว้าง

หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นจึงเงียบไปครู่หนึ่ง ขโมยใจงั้นหรอ จะว่าไปเขาก็พูดไปผิดนักหรอก

“ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่รอยยิ้มของคนตรงหน้ามีผลกับใจเธอมากมายถึงขนาดนี้ ตอนปลอบใจเธอครั้งแรก
 คุยกันครั้งแรก ? ไม่สิลึกๆเธอรู้ดีว่าหัวใจของเธอ
ไม่ได้เป็นของเธออีกต่อไปตั้งแต่เขาคนนี้ยิ้มกว้าง
จนตาคล้ายสระอิให้เธอเป็นครั้งแรกแล้ว “

แต่เธอกลับไปเคยพูดมันออกไป...เธอจะกล้าเอ่ยความในใจออกไปได้เช่นไรในเมื่อทุกรอยยิ้มจากเขาตรงหน้า
ที่มีให้เธออยู่ในสถานะ เพื่อน ตลอดมา



23 Dec 2002

ไฟประดับระยิบระยิบ ร้านอาหารที่เริ่มตกแต่ง
ด้วยสีเขียวและแดง มาพร้อมลมหนาวที่โชยผ่านหน้าต้อนรับฤดูที่ผันเปลี่ยน 

หญิงสาวอมยิ้มเล็กๆพลางมองไปรอบๆเพื่อสัมผัสบรรยากาศช่วงก่อนคริสมาสต์ เทศกาลโปรดของ
เธอและเขา..

นี่ก็จะผ่านพ้นไปอีกปีแล้วที่เธอมีเขาอยู่ข้างกายมาเสมอ

คนที่มักโดนทอดทิ้งอย่างเธอไม่เคยศรัทธาในคำว่า ตลอดไป เลยสักครั้ง ออกจะเกลียดมันด้วยซ้ำ เพราะผู้คนที่มักกล่าวคำนี้กับเธอ ณ ตอนนี้กลับไม่มีใครยังอยู่ข้างๆเธอแม้แต่คนเดียว แต่ถ้าเป็นเขาคนนี้ เธอจะสามารถใช่มันได้รึเปล่านะ เขาจะทอดทิ้งตัวเธอไปเช่นทุกคนหรือไม่ ถึงแม้อาจจะลงเอยด้วยความเจ็บปวด แต่ในตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่เธออยากจะลองเสี่ยงใช้คำว่่า “ ตลอดไป “ ดูสักครั้งในชีวิต

ใช่เธอตัดสินใจจะจบรักครั้งเดียวที่กินเวลายาวนานถึง 10 ปีลงในคริสมาสต์ปีนี้ถึงสุดท้ายผลมันจะเป็นเช่นไรแต่เธอได้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่เสียใจเลยที่ได้บอกไป 
 
“ เพียงแค่อยากให้เขารับรู้บ้างก็เท่านั้นว่าทุกรอยยิ้ม
ที่เธอได้มีให้ คำพูดและการกระทำแสนห่วงใยทุกอย่าง
ที่เธอมอบให้แก่เขาเพียงผู้เดียวทุกครั้งไปมันได้ทำให้หัวใจของเธอคนนี้สั่นไหวราวกลับมีผีเสื้อบินอยู่ข้างในใจนับล้านๆตัวเลยเชียว “


25 Dec 2002

รู้ตัวอีกทีก็ถึงเทศกาลโปรดของเธอและเขาคริสมาสต์..
หากเป็นในเวลาปกติเธอคงไม่เชื่อเรื่องขอพรกับซานตาคลอสอะไรเทือกๆ นั้นอย่างแน่นอนแต่วันนี้เป็นวันพิเศษ “ ซานตาคะขอให้ฉันสมหวังกับรักครั้งแรกและครั้งเดียวของฉันด้วยเถอะค่ะแต่ถ้าหาก..ต้องผิดหวังก็ขอให้ไม่ต้องเสียใจจนเกินไปนัก หากไม่เป็นดั่งที่คิดก็ขอให้เขาไม่รังเกียจความรู้สึกที่มีให้เขาจนเก็บมันไว้ไม่ไหวนี้และยังคงเป็นเพื่อนกันได้เพราะเขาคนนั้นน่ะเป็นคนที่สมควรถูกรักจริงๆ “

 ณ ตอนนี้ความเงียบได้ปกคลุมเธอและเขา ใช่ตอนนี้ทั้งเขาและเธอได้นั่งอยู่ร้านประจำที่มักมาฉลองคริสมาสต์ด้วยกันทุกปี

เป็นอะไรไปทำไมทำหน้าแบบนั่นล่ะ เขาเอ่ยขึ้นเมื่อพบบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย

ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกนาย

ฉันก็มีเรื่องจะบอกเธอเหมือนกัน

งั้นนายพูดก่อน

ไม่ๆ เธอพูดก่อนสิ

นายแหละพูดก่อนเร็วๆเลย

ชายหนุ่มกลั้นขำเมื่อเห็นถึงเงอะงะของทั้งเขาและเธอ

ฟรึ่บ หญิงสาวตกใจเมื่ออยู่ดีๆไฟก็ดับลง
เมื่อไฟติดขึ้นเธอได้พบกับข้อความหนึ่งบนกระดาษวาดรูปใบใหญ่เขียนด้วยลายมือบรรจงที่คนตรงหน้าชูขึ้นมาให้เธออ่านพร้อมหลับตาหันหน้าไปทางอื่นอย่างเขินอาย เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอถึงกับกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

ฮ่าๆๆๆ นี่นายคิดมุขไม่ออกจริงๆใช่มั้ยเนี่ยเขียนคำว่า
 “ อยากเป็นแฟนกับฉันไหม “ บนกระดาษวาดรูปตอนขอเป็นแฟนเนี่ยนะ

ทะ ทะไมหล่ะก็ฉันคิดได้แค่นี้นี่นานี่ตั้งใจมากๆเลยนะ

อือ..รู้ หญิงสาวยิ้มกว้าง

ถ้าเป็นคนอื่นคงปฏิเสธนายไปแล้วล่ะ

ถ้าเป็นคนอื่นงั้นหรอ.. ชายหนุ่มเบิกตากว้าง

อือ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันน่ะ

และในที่สุดรักข้างเดียวนาน 10 ปีของเขาและเธอก็ได้จบลง รู้อย่างงี้บอกตั้งนานแล้วก็ดี เธอคิด


1 Jan 2003

เสียงพลุจุดฉลองส่งท้ายปีเก่า ไฟประดับและผู้คนมากมายแต่น่าแปลกใจที่สายตาของเธอกลับเห็นเพียงแค่ผู้หญิงตรงหน้าที่ยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นพลุบนท้องฟ้า

ทุกอย่างเหมือนเดิมที่เขาและเธอเช่นทุกปีแต่ที่แตกต่างก็คงจะเป็นมือจากคนข้างๆที่เกี่ยวก้อยกับอีกฝ่ายไว้หลวมๆ กระมัง

เมื่อตกกลางคืนอากาศเริ่มเย็นขึ้นตามลำดับชายหนุ่มจึงหันไปกระชับผ้าพันคอของคนข้างๆ ให้แน่นยิ่งขึ้นตามความเคยชิน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ชินคงจะเป็นสถานะของทั้งคู่ที่ไม่ใช่แค่ เพื่อน แต่เป็น คนรัก

เมืื่อคิดได้ดังนั้นแก้มของทั้งสองจึงค่อยๆแดงระเรื่อ
ขึ้นมา

ผลุปีนี้สวยกว่าทุกปีเลยว่าไหม ?

เราว่ามันก็เหมือนเดิมนะแต่มันก็ดูสวยกว่าทุกปีจริงๆคงเพราะมีเธอจูงมือกันแบบนี้ล่ะมั้ง

หญิงสาวอึ้งจนพูดไม่ออกไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะมีมุมนี้ด้วยเหมือนกัน

อะ..เอ่อว่าจะถามนาย..

ขอบฟ้า

ห้ะ ?

เรียกว่า ขอบฟ้า สิ ส่วนเราก็จะเรียกเธอว่า โซระ เหมือนกันก็เราน่ะ ไม่ใช่แค่ เพื่อน กันแล้วนี่นา

ขะ..ขอบฟ้าชอบฉันที่ตรงไหนหรอ ตอนนั้นมัวแต่ตกใจเลยไม่ได้ถามน่ะ

อันนั้นเราก็ไม่รู้เหมือนกันแหะ รู้ตัวอีกทีก็หยุดมองเธอไม่ได้แล้ว ในหัวก็มีแต่เรื่องเธอมาตลอด 
อาจจะเป็นเพราะเธอเป็นคนยิ้มยาก เลยอยากให้ยิ้มบ่อยๆ อยากยกความโชคดีทั้งหมดให้เธอ รู้ตัวจริงๆ อีกทีก็คอยห่วงเธอทั้งวัน หวังให้เธอบังเอิญพกร่มวันฝนตก มีโปร มา 4 จ่าย 3 แล้วคนไปครบ ได้กินของอร่อยๆ ในทุกๆ วันเพราะรู้ว่าเธอมีความสุขเวลาได้กินของที่ชอบขนาดไหน แบบนี้เรียกว่า ความรัก รึเปล่านะ ? 
งั้นก็แปลว่าฉันชอบขอบฟ้าก่อนน่ะสิ หญิงสาวยิ้มกว้าง

หืม ? หมายความว่าไงครับ

ก็ฉันคนนี้น่ะชอบ ขอบฟ้า ตั้งแต่นายยิ้มให้ครั้งแรกแล้ว รู้สึกคล้ายกับว่า ท้องฟ้าผืนตรงหน้านี่มันสดใสดีจังเลยน้า ประมาณนี้ล่ะมั้ง

8 Aug 2006

เวลาผ่านไปไวราวกลับโกหกรู้ตัวอีกทีเขาและเธอก็คบกันมาได้ร่วมเกือบ 3 ปีแล้ว

กริ๊งๆ กริ๊งๆ เสียงโทรศัพท์ทำให้หญิงสาวหลุด
ออกจากภวังค์

[ ฮัลโหล ทำอะไรอยู่หืม ] 

[ กินข้าวอยู่ เดี๋ยวก็จะเข้าคลาสเรียนแล้ว ]

[ ผมมีเรื่องจะสารภาพผิดครับ ]

[ ทำไมมีโปรเจกต์ด่วน กินเลี้ยงสายรหัส ? ]

[ โอ้โห คุณโซระนักทำนาย ! พึ่งรู้ตอนเช้าว่าวันนี้วันเกิดพี่รหัสน่ะ ที่นัดกันไว้ตอนเย็นคงไม่ได้ไปแล้ว ขอโทษนะครับบ เดี๋ยวครั้งหน้าจะเลี้ยงเค้กช็อกโกแลต 3 ปอนด์เลยไม่งอนนะๆๆๆ ]

[ ฮ่าๆๆๆ คิดว่าฉันเป็นเด็กรึไง ? เรื่องแค่นี้เอง แค่นี้ก่อนนะ ใกล้เรียนแล้ว ]

[ โอเคครับผ๊มม ตั้งในเรียนนะ ]


30 Aug 2006

16 : 15 น

[ ฮัลโหล ขอบฟ้านายอยู่ไหนเนี่ย ]

[ ห้ะ อยู่ไหนอ่ะไรง่ะ ]

[ นี่นายลืมนัดหรอห้ะ ! ]

[ เฮ้ยๆๆๆ ขอโทษๆๆ อีกไม่เกิน 10 นาทีถึงเลยเรายุ่งกับโปรเจกต์ใหม่อยู่น่ะ ]

[ เร็วๆ เลยสั่งอาหารไว้แล้วมีของโปรดนายด้วย ]

17 : 06 น

[ นี่ขอบฟ้า อาหารเย็นหมดแล้วนะใกล้ถึงรึยัง ]

[ จะไปแล้วๆๆ งานด่วนมากเลยปลีกตัวออกไปเลยไม่ได้น่ะตอนนี้อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้วครับบ ]

[ งั้นนายไม่ต้องมาแล้วก็ได้ ทำงานไปเถอะรีบส่ง
ไม่ใช่หรอ ]

[ อ้าวแล้วโซระจะกินกับใครล่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราเร่งให้ ]

[ เค้าเจอเพื่อนพอดี เดี๋ยวกินกับเพื่อนก็ได้ ]

[ แน่ใจหรอ ไม่เป็นไรแน่นะ ? ]

[ แน่ยิ่งกว่าแน่สะอีก แค่นี้ก่อนโอเคไหม ]

[ งั้นก็ได้กินเสร็จแล้วบอกเดี๋ยวเราไปรับกลับห้องนะ ]

หญิงสาวมองอาหารที่เย็นชืดอย่างเหม่อลอย มีเพื่อนกินแล้วอะไรกันล่ะ นานแค่ไหนแล้วนะที่พวกเขาไม่ได้กินข้าวพร้อมกันแบบไม่รีบร้อน นานแค่ไหนแล้วที่คนในสายเมื่อครู่ไม่ได้มีเวลาให้เธอแบบเมื่อก่อน เธอพยายามเข้าใจมาตลอดเพราะตอนนี้ทั้งเค้าและเธองานในมหาลัยยุ่งกันทั้งคู่ เธอก็เพียงแต่อยากให้เขาคนนั้นมีเวลาให้เธอบ้าง แบบที่เธอพยามหาเวลาให้เขา
มาโดยตลอดก็เท่านั้นเอง

25 Dec 2006

วันนี้เป็นวันครบรอบ 3 ปีของเขาและเธอแน่นอนว่าเขาไม่ได้ลืมทั้งคู่ยังคงมาฉลองทั้งคริสมาสต์และวันครบรอบที่ร้านเดิม

สุขสันต์วันคริสมาสต์ครับ

หญิงสาวมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย

โซระครับยังโกรธอยู่หรอที่เรามาช้า

เปล่าสักหน่อยเรารู้ว่าขอบฟ้ายุ่ง 

แต่ก็เพียงอยากให้ใส่ใจเธอมากกกว่านี้อีกสักหน่อยเท่านั้นเอง... แน่นอนว่าเธอไม่ได้พูดออกไป

25 Jul 2007

วันนี้วันเกิดเธอ..ทั้งคู่จึงนัดกันมาปิกนิก
ที่สวนสาธารณะที่ประจำในตอนเย็น

[ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...]

นี่ก็เป็นสายที่ 3 แล้วที่เธอติดต่อเขาไม่ได้

จะวันไหนหรือเวลาไหนก็ได้ที่เขาจะไม่มีเวลาว่างให้เธอแต่ไม่เป็นวันนี้ไม่ได้หรืออย่างไร..ก็วันนี้น่ะเป็นวันครบรอบที่แม่เธอเสียชีวิตเมื่อหลาย 10 ปีก่อน เป็นวันที่เธอไม่อยากอยู่คนเดียวที่สุด และเขาก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดีแต่ทำไม..

[ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...]

พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าพร้อมร่างของหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพียงคนเดียว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอนั่งรอเขามานานแค่ไหนแต่สุดท้ายเขาก็ไม่มา..

น้ำตาที่กลั้นไว้มานานจึงค่อยๆ ไหลอาบแก้ม เธอขอแค่วันนี้เท่านั้นที่อยากให้เขามาอยู่ข้างๆ เธอขอมากไปหรือ

หญิงสาวค่อยๆลุกยืนขึ้นพลางปาดน้ำตาลวกๆ 
พร้อมเก็บของเพื่อเตรียมจะกลับ

โซระ โซระ เราขอโทษที่ปล่อยให้รอ..ขอโทษจริงๆ

เสียงชายหนุ่มดังแว่วมาจากด้านหลัง

 ฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดลง

เธอหันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาเจ็บปวด

นายรู้ใช่ไหม..ว่าวันนี้วันอะไร

อืม..เราขอโทษ

พอเถอะขอบฟ้า เราว่าเราควรพอเถอะสำหรับเรื่องทั้งหมดนี่ เราเหนื่อยมากเลยขอบฟ้า

โซระ เธอคงไม่ได้หมายความว่า

เราเลิกกันเถอะ เธอยิ้มบางๆ ให้คนตรงหน้า

บางทีการที่เราเป็นเพื่อนกันอาจจะดีอยู่แล้วก็ได้ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย..

เพลย์สิสต์ เพลงที่หญิงสาวเปิดค้างไวก่อนหน้ารันมาถึงเพลงหนึ่ง ราวกลับจะตอกย้ำเธอและเขา
Sugarplum Elegy — Niki                  “ Great was our love , it was one for the books “: ความรักของเราเคยสวยงามดั่งนิยาย

“ We give it the best that we could “
: เราก็ต่างพยายามให้มันออกมาดีที่สุด

“ But l won’t recite all my lines just to watch
 you and l “
: แต่ฉันจะไม่ทนอยู่แบบนี้อีกต่อไปแล้ว เพื่อที่จะมาเห็น 

“ Lie “
: จุดจบของเรา

หญิงสาวค่อยๆสาวเท้าออกไปจากตรงนั้น

โซระ เดี๋ยวที่มาช้าเรามีเหตุผลนะ

ชายหนุ่มพยายามจะเหนี่ยวรั้งเธอไว้ เรื่องมันผิดพลาดมาถึงขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ เพราะเขามักคิดว่าหากเป็นเธอคงจะเข้าใจแต่เขามันโง่สิ้นดี กี่ครั้งแล้วที่เขาผิดนัดเธอ กี่ครั้งแล้วที่เธอต้องรอเขา แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่ามันทำให้เธอรู้สึกแย่ขนาดนี้ เธอต้องเสียใจถึงเพียงไหนกันคำว่า เลิก ถึงได้ออกมาจากปากเธอ ความนึกโทษตัวเองถาโถมมาไม่หยุดในหัวของเขา เรื่องที่เขาพบเจอวันนี้มันหนักหน่วงมากเกินจะรับไหว..


วันนี้พ่อเราเข้าโรงบาลเพราะ ยังไม่ทันพูดจบประโยคเมื่อเห็นรถกระบะพุ่งเข้ามากำลังจะชนคนตรงหน้า เขาจึงรวบรวมแรงทั้งหมดผลักเธอออกไปให้พ้นรัศมีรถ

ปั้ง เสียงกระแทกอย่างแรงทำให้หญิงสาวตกใจอย่างสุดขีดแต่มันเทียบไม่ได้กับความรู้สึกเมื่อหันหลังกลับไปมองคนข้างหลัง เลือกสีแดงฉ่าน ค่อยๆ ไหลออกมาเต็มพื้น สติของชายหนุ่มค่อยๆ เลือนหายไปทุกที


ขอบฟ้า!! นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยิน



ที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ณ บัดนี้ราวกับนรกของเธอก็ไม่ปาน เธอเผ้าคอยหมอออกมาจากห้องผ่าตัดเพื่อหวังจะได้ยินคำว่า เขาคนนั้นปลอดภัยแล้ว

แต่ราวกลับสวรรค์กลั่นแกล้งเมื่อคำที่เธอได้ยินนั้นกลับเป็นคำที่เธอไม่อยากได้ยินมันที่สุด..

เวลาเสียชีวิตเวลา 20 : 17 นาทีครับ

นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนสติของเธอจะค่อยๆเลือนหายไป

หญิงสาวลืมตาขึ้นมาพร้อมความปวดหัวอย่างนัก ฝัน..เธออยากให้เรื่องพวกนี้เป็นเพียงฝันร้าย แต่ก็พบเพียงความเป็นจริงอันแสนสาหัสเกินจะรับไหว

ทุกอย่างเกิดเพราะเธอเป็นสิ่งจุกอยู่ข้างในใจ คนที่ควรจะโดนรถชนไม่ใช่เขา..น้ำตาค่อยๆ ไหลนองหน้าอีกครั้งเมื่อตระหนักถึงแรงผลักเฮือกสุดท้ายเพื่อให้เธอพ้นรัศมีรถจากเขาคนนั้นยังคอยมาตามหลอกหลอนจนเธอแทบควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ 

เธอจะมีลมหายใจต่อไปได้อย่างไรเมื่อเธอรู้ดีว่าคนที่ควรหายใจอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เธอแต่คือเขา..


เมื่อฟ้าสางหญิงสาวจึงออกไปทำเรื่องโอนเงินในบัญชีของเธอทั้งหมดไปให้พ่อของคนที่ช่วยชีวิตเธอ ถึงจะเพียงแวบเดียวเธอก็ได้ฟังเหตุผลที่ขอบฟ้ามาช้า..พ่อเขาเข้าโรงพยาบาล คุณลุงใจดีที่คอยดูแลเธอมาตลอด 10 กว่าปีที่รู้จักกันมาต้องสูญเสียลูกชายไปอย่างไม่มีวันกลับเพราะเธอคนนี้แล้วเธอจะกล้าสู้หน้าเขาได้อย่างไรกัน


หญิงสาวเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยอย่างไรที่ไปจนไปหยุดที่ริมสะพานแห่งหนึ่งลมหนาวค่อยๆ พัดคราบน้ำตาให้เหือดแห้งไปคล้ายต้องการปลอบใจ


“ มนุษย์ทุกคนล้วนต่างก็มีสิ่งของที่รักและอยากดูแล ของที่สำคัญจนยอมแลกได้แม้กระทั่งลมหายใจของตน
แต่เมื่อสูญเสียของสิ่งนั้นไปมันก็จะคงเหลือไว้เพียงความว่างเปล่า..รู้หรือไม่ว่าความว่างเปล่านั้นกัดกินมนุษย์เราอย่างไร ? หากแต่คงน่าเศร้าหาที่เปรียบไม่ได้เมื่อตัวเราเองนั้นแหละที่ทำของสิ่งนั้นสูญหายไปอย่างไม่มีวันกลับ “

นี่ก็ครั้งที่ 2 แล้วคนสำคัญของเธอจากเธอไปในคืนวันเกิดของเธอเป็นครั้งที่ 2 แล้วหากย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเธอขอสัญญาจากใจ ก่อนเธอจะขำให้แก่ความโง่เขลาของตัวเอง เธอย้อนเวลาได้เสียที่ไหนกันเล่า


หญิงสาวค่อยๆปล่อยตัวเธอล่วงลอยลงจากราวสะพานหวังให้สายน้ำเย็นเฉียบที่อยู่กับเธอในวาระสุดท้ายจะช่วยแบ่งเบาความรู้สึกผิดในใจให้จางลง..





กริ๊งงงงง เสียงโทรศัพท์ค่อยๆ ปลุกเธอให้ตื่นจากการ
หลับใหลอันยาวนาน ฝันหรอ..ทำไมถึงเหมือนจริงถึง
ขนาดนี้เธอคิดในใจ

[ ฮัลโหล โซระวันนี้เราไปฉลองคริสมาสต์กันที่เดิมใช่ไหม ? ]

คริสมาสต์งั้นหรอ..มันยังไม่ถึงคริสมาสต์เลยนี่ จำได้ว่าเมื่อวานวันเกิดเธอ..โอ้ยปวดหัวแทบบ้า

[ คริสมาสต์หรอ อีกตั้งหลายเดือนกว่าจะถึงนี่ ]

[ ถึงแล้วสิก็วันนี้ไงเล่ายัยบ๊อง ]

[ ดะ..เดี๋ยวนะ นายช่วยบอกได้ไหม ว่าตอนนี้ปีค.ส.อะไร ]

[ วันนี้ก็วันที่ 25 ธันวา 2002” ไงเธอนอนจนลืมวันลืมคืนไปแล้วหรอห้ะ! ]

เดี๋ยวนะ 25 ธันวา 1992 งั้นหรอวันที่ขอบฟ้าขอฉันคบนี่
นี่ฉันย้อนเวลามาจริงๆหรอ !? 3 ปีที่แล้วเนี่ยนะ ?

[ อืมปีนี้เจอกันที่เดิมนี่แหละ ฉันวางก่อนนะมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย ]

เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยวนะ ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ฉันย้อนเวลามาจริงๆ งั้นหรอ ฉันเนี่ยนะ !?

สับสน มึนงง ตกใจ ความรู้สึกหลากหลายปนเปไปหมดในความคิดของเธอ เธอจึงตัดสินใจไปพบคนในสายเมื่อครู่ในตอนเย็น หากเธอย้อนเวลามาจริงๆ ล่ะก็วันนี้เป็นวันที่ขอบฟ้าสารภาพรักกับเธอ ในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้เธอควรจะหยุดมัน..ไม่สิเธอต้องหยุดมัน


ตอนที่เธอได้ถึเวลานัดหมายเป็นที่เรียบร้อย ร่างหนาของชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวเข้ามานั่งตรงข้ามหญิงสาวที่ถึงร้านอยู่ก่อนแล้ว

ฉันมีเรื่องเรื่องจะบอกเธอ

ฉันก็มีเรื่องจะบอกนายเหมือนกัน

งั้นเธอพูดก่อนสิ ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ

ใช่เหตุการณ์นี้เธอเคยผ่านมันมาแล้วจริงๆ แต่สิ่งที่ต่างคงจะเป็นประโยคต่อไปของเธอกระมัง..

ฉันมีแฟนแล้วขอบฟ้า.. หญิงสาวเอ่ย
คำโกหกคำโตเรียบๆ

หะ..ห้ะ เธอมีอะไรนะ

ฉันมีแฟนแล้วไง ฮ่าๆๆๆ

ฉันไม่เห็นรู้มาก่อนเลย.. ชายหนุ่มเอ่ยเสียงขาดห้วง

ไว้วันหลังจะพามาแนะนำให้รู้จักนะ เธอยิ้มบางๆ

หลังจากนั้นทั้งเขาและเธอจึงค่อยๆ ทานอาหารของตัวเองด้วยบรรยากาศออกค่อนไปทางมาคุ ก่อนชายหนุ่มจะขอตัวกลับก่อน

เมื่อเขาคนนั้นพ้นสายตาไปน้ำตาที่กลั้นไว้ค่อยๆ 
ไหลออกมาเป็นสายก่อนค่อยๆ เดินออกจากร้าน

 แต่สายตาของเธอนั้นได้เหลือบไปเห็น ข้อความนึงข้างถังขยะ เป็นข้อความลายมือบรรจงเขียนว่า 
“ อยากเป็นแฟนกับฉันไหม “ แปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำเป็นหยดคล้ายคราบน้ำตาของคนอีกคน 
หญิงสาวทำได้เพียงยิ้มให้ตัวเองบางๆ
ในเมื่อรอยยิ้มของเขาสดใสถึงขนาดนั้นคนอย่างเธอจะกล้าทำให้มันหม่นหมองได้ยังไงเล่า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยินดีที่จะหมั่นรดน้ำให้ดอกทานตะวันแม้รู้ดีว่าดวงอาทิตย์จะไม่กลับมา ของขวัญชิ้นที่ดีที่สุดที่เธอพอจะมอบให้เขาได้คงจะเป็นการปล่อยให้เขาคนนั้นได้เติบโตอย่างงดงามไปเป็นดวงอาทิตย์ของคนอื่น

14 Feb 2020 

กลีบกุหลาบขาวและแดงรายล้อมเจ้าบ่าวและเจ้าสาวผู้คนในงานยิ้มแย้มยินดีเนื่องในงานมงคล

ขอแสดงความยินกับเจ้าบ่าวด้วยนะครับ ใช่ไหมครับคุณขอบฟ้า ? ไม่ทราบว่ารักเจ้าสาวที่ตรงไหนครับ

เธอเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ผมขาดหายไปครับ ผู้เป็นตัวเอกของงานวันนี้ยิ้มกว้าง

แล้วคุณโซระ ว่าไงครับ คุณ เพื่อน เจ้าบ่าวได้ยินแว่วๆว่าทั้งสองคนเนี่ยเป็นเพื่อนกันมานานมากๆเลย รู้สึกยังไงบ้างครับที่ตอนนี้เพื่อนคนสำคัญได้มีคู่ชีวิตดีๆ แล้ว

ก็ยินดีกับทั้งสองคนมากๆเลยค่ะ ฝากเจ้าสาวดูแล
เพื่อนเราด้วยนะคะ

หญิงสาวหันไปยิ้มบางๆให้แก่เจ้าสาว..รู้ตัวอีกที่เวลาก็ผ่านเลยมาถึงวันนี้แล้วยังรู้สึกเหมือนเรื่องทุกอย่างเป็นเพียงเมื่อวานสำหรับเธอ แม้กระทั่งตอนที่เขาสอนเธอ
ขี่จักรยานครั้งแรก

นายห้ามปล่อยมือเด็ดขาดเลยนะไม่งั้นฉันล้มแน่เลย

นี่ไม่ห่วงหรอกน่าเธอขี่ได้แล้วเนี่ย

ที่ไหนกันเล่า ! ถ้านายไม่ช่วยดันแล้วประคองไว้ฉันคงล้มไปแล้วแน่ๆ

ไม่ใช่สักหน่อย ฉันเชื่อว่าต่อให้ไม่มีฉันยังไงเธอก็ทำได้แน่โซระน่ะเก่งที่สุด !

สุดท้ายแล้วฉันก็ทำได้ โดยปราศจากมือของเขา

ในตอนนั้นก็ไม่ต่างจากตอนนี้เลยในเมื่อเขาไม่สามารถ
คอยประคองฉันได้ตลอดไปอย่างที่ฉันเคยฝันเมื่อ
นานมาแล้ว..

แต่ฉันก็จะพยายามใช้ชีวิตอย่างดีให้สมกับที่เขาคอย
ช่วยประคับประคองเสมอมา
แต่ถึงอย่างนั้น ขอฝากจดหมายที่คงไม่ถึงมือผู้รับไว้ ณ ที่ตรงนี้ ขอบคุณเหลือเกินที่เข้ามาสอนให้ได้รู้ว่าท้องฟ้าไม่ได้มีเพียงฝนมืดครึ้มแต่ยังมีสายรุ้งหลังฝนตกเสมอ หากแต่ฉันได้สูญเสียเธอคนที่ทำให้ดอกไม้ในใจผลิบานไปแล้วตลอดกาล เขาคนนั้นเปรียบดั่งศิลปะชิ้นเอกและฉันก็เข้าใจป้ายห้ามตรงนั้นได้ดี...









SHARE
Writer
pnxp
Plutomoods
Will still love me , if l’m nothing but aching soul ?

Comments

zhangedidiaini
1 month ago
ฮื่อชอบมากๆเลยค่ะ แสนจะเปียกปอน ;____;
Reply
Blumoon
1 month ago
นี่มันดีมากๆเลย ชอบมากค่ะ;-; ถึงจะจบแบบเจ็บแต่ก็เป็นการจบที่ดีที่สุดแล้ว😭 ชอบมากกก
Reply