Local Street : ข้อพิพาท ฮายาโซฟียา
กลายเป็นประเด็นดัง ในรอบ1สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลตุรกีของประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan ผู้เป็นผู้นำนิยมอิสลามในการเมืองตุรกี ได้ประกาศให้ ฮายาโซฟียา ซึ่งเป็น1ในโบราณสถาน ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ ให้กลายมาเป็น มัสยิด อีกครั้ง

ฮายาโซฟีอา/ฮายาโซฟียา (อังกฤษ: Hagia Sophia), อายาโซเฟีย (ตุรกี: Ayasofya), ฮากีอาโซพีอา (กรีกโบราณ: Ἁγία Σοφία) หรือ ซางก์ตาซาปีเอนเตีย (ละติน: Sancta Sapientia) เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็น มัสยิด เมื่อพวกเติร์กได้เข้ายึดคอนสแตนตินโนเปิล(ปัจจุบันคืออิสตันบูล) และโค่นล้มจักรวรรดิไบแซนไทน์ ปูทางการขยายอำนาจของออตโตมัน ซึ่งได้เปลี่ยน ฮายาโซฟียา เป็นมัสยิดของชาวมุสลิม ต่อมาในปี ค.ศ.1931 หลังการสถาปนา สาธารณรัฐตุรกี และยุติรัฐศาสนาของชาวเติร์ก ให้เป็นรัฐฆราวาสนิยม แบ่งแยกศาสนาออกจากรัฐ Mustafa kemal Ataturk ได้เปลี่ยนฮายาโซฟียา เป็นพิพิธภัณฑ์



การเปลี่ยนเป็น พิพิธภัณฑ์ ช่วยลดความตึงเครียดระหว่างชาวมุสลิมเติร์ก กับ ชาวคริสต์กรีก ที่ปัญหาในการพิพาท สถานที่ดังกล่าวว่า จะเป็นโบสถ์ หรือ มัสยิด เพราะเดิมทีมันคือโบสถ์ ที่ถูกมุสลิมเปลี่ยนเป็นมัสยิด

และแล้วความเปราะบางทางศาสนา และ ชาตินิยม ก็ทุบสันติ ให้กลายเป็นความขัดแย้ง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2020 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีตุรกี Recep Tayyip Erdoğan ได้ลงนามเพื่อปูทางนโยบายอิสลามนิยมของเขา โดยการเปลี่ยน ฮายาโซฟียา จากพิพิธภัณฑ์มรดกโลก ให้กลับมาเป็นมัสยิด การเปลี่ยนแปลงสายฟ้าแลบนี้เอง ก็ให้เกิดความไม่พอใจของ ศาสนจักรคริสต์นิกายออร์โทด็อกซ์ ไม่ว่าจะเป็น คริสตจักรอิสเทิร์นออร์โทด็อกซ์ คริสตจักรรัสเซียนออร์โทด็อกซ์ คริสตจักรเซอร์เบียนออร์โทด็อกซ์ คริสตจักรอาร์เมเนียนออร์โทด็อกซ์ คริสตจักรกรีกออร์โทด็อกซ์ หรือแม้แต่คริสตจักรโรมันคาทอลิก ที่เดือดดาล และส่งสัญญานไม่พอใจ ถึงรัฐบาลตุรกี และ กลุ่มคลั่งอิสลามนิยม ที่ต้องการเปลี่ยนประเทศตุรกี จากรัฐฆราวาสนิยม ไปเป็นรัฐอิสลาม

วันรุ่ง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสระหว่างการประทานพรวันอาทิตย์ ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ว่าพระองค์เจ็บปวดมากกับการตัดสินใจของรัฐบาลตุรกีที่เปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟียา เป็นมัสยิด "ข้าพเจ้าคิดถึงอิสตันบุล ข้าพเจ้าคิดถึงซานตาโซเฟีย และข้าพเจ้าเจ็บปวดมาก" สันตะปาปากล่าว

กระแส่ต่อต้านเกิดขึ้นทั่วบอลข่านและอนาโตเลีย แม้แต่กลับชาวมุสลิม พวกเขาไม่คาดคิดว่า รัฐบาลตุรกีจะกล้า ใช้อำนาจศาลเพิกถอนสิทธิในการเป็นพิพิธภัณฑ์ และเปลี่ยนมันเป็นมัสยิด ความไม่พอใจได้เกิดกระแส่ต่อต้านชาวเติร์ก ที่เรียกว่า Remove Kebab เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ ประชากรชาวกรีก และสมเด็จพระสังฆราชบาร์โธโลมิว ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวคริสต์ออร์ทอดอกซ์ในตุรกี เรียกร้องให้รัฐบาลตุรกีทบทวนเรื่องนี้ แต่หลังการกระทำ สังฆราชบาร์โธโลมิว กล่าวแสดงความผิดหวังต่อรัฐบาลตุรกี

Recep Tayyip Erdoğan อ้างว่าตุรกีใช้สิทธิอธิปไตยของตน ในการเปลี่ยนให้ฮายาโซฟียา เป็นมัสยิด และจะถือว่าเสียงวิจารณ์เป็นการโจมตีเอกราชของตุรกี

รัฐบาลเพื่อนบ้าน กรีซได้แถลงการณ์ประณามรัฐบาลตุรกี พวกเขากล่าวว่า ฮายาโซฟียา เป็นสถานที่เคารพของทั้งผู้ที่นับถือศริสต์และอิสลาม จึงไม่ควรถูกระบุสถานะเป็นของศาสนาใดศานาหนึ่ง นอกจากกรีซแล้ว เกือบทั้งบอลข่าน ก็แสดงความคิดในแนวเดียวกันต่อประเด็นนี้

ทว่า ฮายาโซฟียา เป็นมรดกของยูเนสโก และ การกระทำของรัฐบาลตุรกีนั้นทำให้ ยูเนสโก เตรียมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อทบทวนสถานะและเรียกให้ตุรกียุติการให้ฮายาโซฟียา เป็นมัสยิด ซึ่งจะเป็นหนึ่งในวิธีการในการต่อต้าน การกระทำที่ก่อความขัดแย้ง อย่างชัดเจน

ผู้เชี่ยวชาญในอธิบายว่า การกระทำของตุรกี ในการประกาศให้ฮายาโซฟียานั้น เป็นการแสดงออกถึงความก้าวร้าว และ ความพยายามแสดงอำนาจของกลุ่มอิสลามนิยมในตุรกี และยังกล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าว มีเป้าหมายที่ชัดเจน นั้นคือ การเร่งคลื่นความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรบอลข่านให้ทวีความรุนแรงขึ้น บรรดาปัญญาชน นักวิชาการ และ ประชาชน กลัวว่า กรณีของฮายาโซฟียา จะสร้างเหตุผลให้มีการใช้กำลังภายในบอลข่านระหว่างชาวคริสต์และชาวมุสลิม ซึ่งเป็นสองชนศาสนาหลักของภูมิภาคดังกล่าว

จากความขัดแย้งระหว่างอัลบาเนีย-เซอร์เบีย และ โคโซโว-เซอร์เบีย ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมอัลบาเนียน กับ ชาวเซิร์บ สร้างความกลัวที่ว่า ประเด็นของฮายาโซฟียา จะถูกนำมาโยง และ ทำให้ความขัดแย้งนั้นรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิม มากกว่า 50% ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อตุรกี โดยพรรคสังคมประชาธิปไตยหรือSDP มองว่า นี้คือ การบ่อนทำลายซึ่งสันติภาพและภราดรภาพของประชากรในภูมิภาค

ในช่วง 20ปีที่ผ่านมา ทุกประเทศต่างตื่นตัวและเร่งรัดเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งมากกว่า 500ปี บนคาบสมุทรบอลข่าน ภายหลังการยุติของสงครามยูโกสลาเวีย แต่การกระทำของรัฐบาลตุรกีในวันนี้ ทุบทำลาย ความพยายามสร้างสันติภาพของกลุ่มรัฐบอลข่าน

โปรดติดตามสถานการณ์ตอนต่อไป .........

บทความโดย นัควัต ง๊ะสมัน(Nakvat Hatikva Hakimov) อดีตนักศึกษาและผู้เรียนประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม วัฒนธรรมและประเพณีของยุโรปตะวันออก
SHARE
Writer
NakvatHakimov
Futurist and Writer.
นัควัต ง๊ะสมัน(ฮิบรู:นัควัต ฮาทิควา ฮากีมอฟ) เป็นนักเขียนและนักการศึกษาอิสระ

Comments