โปรดปรานยามฝนซา,





10 สิงหาคม,

“มึง”
“หือ”
“เวลามึงเขียนเรื่องราวต่างๆลงในล็อกมึงมี
แพชชั่นอะไรวะ” ผมถามเพื่อนรักคนเดียวที่ทำให้ผมเริ่มลองเขียนล็อกของตัวเอง
“ไม่รู้ดิมึง”
“มันมาเองอ่ะ”

มันหันหน้ามายิ้มให้ผมก่อนที่
จะหันหน้ากลับไปมองทะเลอีกครั้ง

“แค่คิดว่าอยากจะเขียนเล่าเรื่อง”
“อยากจะสื่ออะไรแค่นั้นเอง“


“ทำไมฟังมึงพูดแล้วเหมือนง่ายจังวะ”
“ช่วงนี้กูไม่มีอะไรให้เขียนเลยมึง”
“แต่กูมีโกลล์ที่อยากจะทำให้ได้สักครั้งในเรื่องการเขียนงี้ว่ะ” ผมอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ให้มันฟัง
“กูอยากให้คนที่อ่านเค้ารู้สึกถึงจุดประสงค์ที่กูเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา”
“แต่ทำไมกูถึงเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจถึงจุดประสงค์ของตัวเองไม่ได้วะ”
“กูเหนื่อยชิบหาย กูเริ่มหมดแพชชั่นกับมัน กูพึ่งเข้าใจวันนี้แหละ ไม่ว่าคนแม่งจะทำอะไร ถ้ามีคนที่ชอบงานของเรา มีกำลังใจ เราก็อยากเขียนต่อ มันมีแพชชั่นออกมาเอง” 

ผมดีใจที่มีคนชอบงานของผมนะ แต่ผมอยากให้เค้ามาติมากกว่า ผมรู้ว่างานของผมมันยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะเลย แต่ปัญหาคือผมไม่รู้ว่าจุดยืน ข้อที่ต้องปรับปรุงของผมอยู่ที่ไหน ผมเลยเหนื่อยมากๆ

“มึงไม่รู้ มึงก็ต้องหาไง” เพื่อนสนิทตัวเล็กเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ข้างตัว ดึงน้ำโค้กแก้วโปรดออกจากมือผมไปดื่มเอง
“มึงจะมาท้อแบบนี้ไม่ได้ไหม”
“คนเราถึงท้อรีบลุกขึ้นถูกไหมมึงก็เหมือนกัน”
“กูเชื่อว่ายังมีคนที่ยังรองานมึงอยู่เงียบๆ แม้เค้าจะไม่ออกมาบอกว่างานมึงเป็นยังไง”
“ไม่ออกตัวว่าเค้าชอบงานมึงมากแต่กูว่าเค้ายังรองานมึงอยู่นะ”

“ตัวเล็กแค่นี้พูดดีชิบหายไอ่ควาย” 
“ไม่ต้องมาทำหน้ายู่เลยมึงอ่ะ” ผมแซวเพื่อนสนิทตัวเล็กเล่น เวลาโดนแซวมันชอบทำหน้ายู่ ตลกจนอยากจะขำให้ทุกคนได้ยินทั้งโลก ผมต่อยแขนมันเบาๆ ให้พอสื่อว่าหยุดทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว
“แต่กูพูดจริงๆนะมึง จะเขียนงานได้มันต้องมีไฟ มีแพชชั่นในการเขียนจริงๆว่ะ” ผมแย่งโค้กจากมือมันมาอีกครั้ง พร้อมกับหยิบขนมแท่งที่มีไส้ช็อกโกแล็ตข้างในเข้าปาก


“งั้นตอนนี้มึงต้องการอะไร ไหนมึงลองบอกเป้าหมายของมึงให้กูฟังดิ๊” ผมเอาขนมยัดปากมันให้มันตั้งใจฟัง

“ไม่รู้ดิ คงจะเป็นใช้ภาษาให้สวยกว่านี้ อยากมีคนรองานเยอะๆ อยากให้เป็นท็อปเท็นในใจของคนอ่านบ้างว่ะ อยากให้เขารู้ว่าเรื่องบางเรื่องที่กูเขียนออกมา กูอยากให้เค้าได้พลังบวกอ่ะ” ผมตอบกลับคำถามที่มันถามมาพร้อมกับสังเกตมันที่ตั้งใจฟังผมพูดเกินไป เหมือนโดนกดดันมากกว่าแฮะ ฟีลแบบมีทหารยศสูงนายหนึ่งมาสอบสวนผม จนผมอยากจะมุดหัวหนีออกไปจากที่นั่นเพราะเค้าเอาแต่จ้องผมเหมือนเค้าอยากจะกินตัวผมไปทั้งตัว

“ก็นั่นแหละ มึงจำได้ไหมประโยคที่ว่า
เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
มึงก็ต้องชนเป้าหมายของมึงให้มันแตกออกมา จนมันแตกทั้งหมด มึงต้องทำให้สำเร็จไง มึงท้อได้แต่ต้องรีบลุก เหมือนที่กูบอกตอนแรกไง”

“สมมุตินะมึง มึงอยู่ในโลกที่ทุกคนมีทุ่งดอกไม้ของตัวเอง” “ซึ่งทุกคนไม่สามารถรดน้ำที่ทุ่งของตัวเองได้”
“จะต้องมีคนคอยมารดแทน เป็นเหมือนอาสาสมัคร คอยมาเยี่ยมชมสวนของเรา” 
“ซึ่งถ้าหากดอกไม้ในทุ่่งร่วงโรยไปหมด มึงจะตาย” 
“และทุ่งของมึงอ่่ะ ไม่มีใครมารดน้ำให้เลย”
“จนมันเริ่มเหี่ยวและร่่่วงโรย ”
“และมึงก็กำลังจะตายเช่นกัน”
“แต่มึงยังเห็นดอกไม้สีขาวอยู่กลางทุ่งดอกเดียวโดดๆดูเป็นดอกที่เหมือนไม่่มีทางตาย”
“มึงเลยคิดได้ว่่ามึงยังตายไม่ได้ ”
“มึงจะต้องดูแลดอกไม้ดอกนีี้ต่่่อไปจนกว่ามึงจะตาย” 
“แม้ว่าดอกไม้ทัั้งสวนจะตายไปแล้ว”
“จนสุดท้ายคนด้านนอกเค้าเห็นว่ามึงยัังกอดดอกไม้ต้นนัั้นจนวัันเกือบจะสุดท้ายของมึง”
“ทุกคนเห็นว่ามึงอยู่แบบนั้นทุกคนจึงคอยรดน้ำดอกไม้นั้นทุกวัน
จนพวกมันกลับมามีชีวิตเหมือนเดิม มึงก็กลัับมามีชีวิตเหมือนกัน แฮปปี้เอนดิ้ง” 
“เป็นไง แฮปปี้เอนด้วยน้า”

“คือมึงจะสื่อถึงเรื่องกูหรอ” ผมถามมันแบบงงที่โครตงง

“เอ้า กูเล่าให้หมาฟัง กูคงจะสื่อถึงหมามั้ง ไอ่ควาย” เวลามันด่านะ แม่งเหมือนชิวาว่าเวลาขู่คนแปลกหน้าเลยล่ะครับ

“แล้วกูจะรู้มึงอ่อ เอาขนมมานี่ แกะกล่องใหม่ด้วย” ถ้าถามว่าทำไมอยู่ดีๆขนมก็หมด หายไป ก็ตอนที่มันเล่าเรื่อง มือมันซนไปหยิบกินจนหมดจานน่ะสิครับ

“โค้กไหมมึง”
“เหล้าแทนได้ไหมครับ” 
ผมหยอกมันเล่น ยังไงมันก็ไม่ให้ผมกินหรอก ก็อายุเรายังไม่ถึงนี่นะ

“แหม มึงนะ ลองไหมล่ะ”
“เผื่อจะช่วยหมาแถวนี้ได้”
“ถ้ามึงเอาเดี๋ยวกูไปเรียกพี่ให้มาชงให้” มันถามผมทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่ ผมแค่คิดว่าเราควรจะดื่มตอนที่อยากกินมากๆจริงๆ ไม่ก็ตอนที่เฮิร์ตหนักๆ น่าจะช่วยได้ดี

“มึง ก็รู้ว่ากูไม่แดก” ผมตอบเพื่อนตัวเล็กขณะที่ดื่มโค้กแก้วใหม่
“กูแค่ถามเล่นไหมล่ะเผื่อมึงเปลี่ยนใจอยากลอง กูก็อยากลองนะ”
“วันหลังเหอะ”

“แล้วมึงเล่าให้กูฟังทำไม ตกลงที่มึงจะสื่อคืออะไรกันแน่”
 ผมถามเพื่อนด้วยความสงสัย มันดูไม่ค่อยเกี่ยวกับผมเท่าไหร่

“เห้อ มึงลองตีความสิ่งต่างๆ ในเรื่องแล้วลองมาเทียบกับชีวิตมึงดู”
“คนที่ดูแลทุ่งหญ้าคือมึง”
“ดอกไม้คือเป้าหมายที่มึงจะต้องทำให้สำเร็จและเป็นสิ่งที่ยึดเหี่ยวตัวมึงไว้”
“คนที่คอยมารดน้ำคือคนอ่านเรื่องของมึงไง”
“ที่กูจะสื่อให้มึงฟังอ่ะ คือมึึงยังมีจุดยึดเหนี่ยวของตัวมึงอยู่มึงสามารถอยู่ต่อได้ ถ้ามึงมีแพชชั่น”
“ถ้าจะบอกอีกอย่างดอกไม้ดอกสุดท้ายที่เหลืออยู่คือแพชชั่นของมึงที่เหลืออยู่เช่นกัน”
“...”
“อึ้งอ่ะดิ กูว่ากูเป็นหมอดูได้ว่ะ”
“หมอดูพ่อมึงดิ”
“55555555555555 กูพูดเล่นเองไหม แล้วดีขึ้นไหม”
“อือ ดีขึ้นมากเลย ขอบคุณมึงนะเว้ย”
“เพื่อนกันก็ต้องช่วยกันถูกไหม”
“แน่นอนดิ”






ผกายีึดเหนี่ยว ไม่เหี่ยวจากไป
ไม่จากไปไหน ใกล้กันไม่ไกล
ไสอยู่่ธรา ฝนซาลาไป
ไม่ลาไปไหน แม้นไร้นภา




- ลองเขียนกลอนครั้งแรกเลยครับ อาจจะดูอ่านแล้วไม่เข้าใจหน่อย ขอโทษนะครับ...

SHARE
Writer
maccademia_
silly girl
haha, such a fuck life .

Comments

marniesays
3 months ago
ทำดีมากแล้วที่รัก อย่ากังวลไปเลย
Reply