คุณเชื่อหรือไม่? ที่คนเราสามารถรักกันได้แม้ไม่เคยเห็นหน้า 2 (Based on real life)
ใครจะเคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้พบรักในโลกโซเชี่ยล...



‘การลองทำสิ่งใหม่ ‘



บอกตามตรงสำหรับฉันคำนี้มันโคตรงี่เง่าเลย อาจด้วยเพราะเป็นการถูกเสี้ยมสอนให้ทำตามกรอบของพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กด้วยล่ะมั้ง ฉันเลยมักจะปฏิบัติตัวตามคำสั่งเสมอมา



‘แต่ถึงแบบนั้นก็พาตัวเองออกมาจนได้.. ‘



ความเชื่อฟังทั้งหมดถูกบั่นทอนด้วยความน่าสนุกที่เข้าหัวมาเมื่อสายตาไล่อ่านข้อความจากโพสต์หนึ่งในเฟซ และตอนนั้นเองที่เด็กสาวซึ่งก็คือฉันดึงตัวเองออกนอกกรอบครั้งแรก



'บอทโรล'



การสมมุติหรือสร้างตัวตนในโลกเสมือน ตั้งชื่อและใส่คาร์แรคเตอร์ตามที่เราต้องการ ฉันเริ่มขีดเขียนตัวหนังสือลงกระดาษเพื่อคิดประวัติบอทตัวแรกในชีวิต มันไม่มีอะไรมาก รูปของดารา ก๊อปมาแม้แต่ชื่อ หากจะมีแต่นิสัยเท่านั้นที่แปลกจากคนจริง นิสัยจะเป็นคนที่มีเหตุผล ส่วนความเอาแต่ใจถูกใส่มาเพื่อสนองตัวเอง ฉันไม่เคยทำตามใจตัวเองสักครั้ง ดังนั้นการสร้างตัวละครคนนี้ให้มีความเอาแต่ใจคงไม่แปลกเท่าไหร่



‘น่าเบื่อ‘



ความตื่นเต้นหายไปหลังจากที่โลดแล่นในโลกเสมือนสมจริงครั้งแรก การพิมพ์ข้อความผ่านมือถือจนปวดนิ้ว สละเวลาเรียนและนอนเพื่อจ้องหน้ามือถือ ไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่าง และตอนนั้นเอง...



‘คนนี้จอง‘



ประโยคแสนเอาแต่ใจเพื่อทำตามคำแซวของเพื่อนที่ให้เขาแท็กใครสักคนแล้วบอกให้มาเป็นของตัวเอง น่าขำ ใครจะมาเป็นให้ล่ะ ทีแรกก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคิดแบบนี้จริงๆ แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา คำตอบรับของฝ่ายตรงข้ามทำให้ฉันต้องแปลกใจ



คุณว่าจะมีสักกี่คนที่เล่นตามคนอื่นล่ะ แหงล่ะ ไม่มี ก็นอกจากคนคนนี้ที่แปลกตาไปหน่อย ชีวิตของฉันจืดชืดไร้สีสันต์ มันเป็นความจริง เด็กห้องพิเศษที่วันๆ มีแค่เรียน มือแตะคอมได้แปปเดียวคำพูดบ่นก็เสียดใส่หูแล้ว ดังนั้นการจะมีใครมารักหรือคนสนใจบอกเลยว่าได้แต่ฝัน แต่ความคิดนี้ก็ถูกพับเก็บไปได้หลายเดือนแล้ว...



ในวงการเขาชื่อ 'ยู' 



ตอนที่รู้จักกัน แค่แวบแรกที่นั่งมองเขาคุยกับเพื่อนผ่านหน้าจอ ฉันสามารถบอกได้เลยว่า ชอบคนคนนี้มากแค่ไหน สุดท้ายก็ได้แค่ข่มมันและบอกตัวเองเสมอว่าก็แค่หลงไปเอง ไม่กี่เดือนต่อมา เราสองคนสนิทกันมากขึ้น มากจนเราและกลุ่มเพื่อนแลกไลน์เรียลกัน



น่าแปลกที่ความหลงมันไม่หายไป ยิ่งคุยกันยิ่งมีความสุข ยิ่งอีกฝ่ายตอบแชทมาก็แทบหุบยิ้มไม่ได้ ฉันหวังและฝันเสมอมาที่จะได้คนคนนี้มาเป็นคู่ชีวิต ฟังดูงี่เง่าและเพ้อฝันที่คิดจะเอาคนที่รู้จักกันไม่นานมาเป็นคนรัก แต่ทำไงได้ล่ะ ก็คนมันคิดแบบนี้นี่ และก็ต้องใจสลาย



‘ยูมีแฟนแล้ว’ 



น่าขำตัวเอง นํ้าตาที่ไม่ไหลมาหลายปีทะลักออกมาหยดแหมะบนหน้าจอมือถือ จากนั้นเองฉันเริ่มตระเวนเข้าไปหาคนอื่นไปทั่ว แฟนบอทมากมายหลายสิบ ทุกอย่างก็เพื่อลืมเขา และเป็นอีกครั้งที่น่าหัวเราะ



'ฉันลืมยูไม่ได้'



ไม่รู้นานแค่ไหนแล้วที่รู้ว่าคนที่ตัวเองชอบมีเจ้าของ หรือกระทั่งว่าฉันมีแฟนมากี่คนแล้ว ที่แน่ๆ คือไม่เคยมีใครทำให้ฉันยิ้มออกสักคน ทุกอย่างมีเพียงความน่ารำคาญจากการโดนตื้อ สุดท้ายก็จบด้วยการบอกเลิกรา อยู่ไปก็น่ารำคาญ พอไม่อยู่ก็เป็นตัวเองที่มานั่งคิดถึงเขาจนกินข้าวไม่ลง



‘ยูชอบมึง' 



ประโยคฟ้าผ่าจากรุ่นพี่ที่สนิทกันพิมพ์บอกมาในแชทส่วนตัว ไม่มีความคิดที่ว่าจริงหรือหลอก ที่แน่ๆ คือเป็นครั้งที่สองที่ใบหน้าชื้นด้วยนํ้าตาอีกครั้ง ทั้งดีใจ และรู้สึกผิดไปพร้อมกัน



คุณเคยคิดว่าชีวิตนี้จะเป็นชู้หรือมือที่สามของใครมั้ย?



ใช่ ฉันรู้สึกแบบนั้นเมื่อรุ่นพี่บอกมา เข้าใจเต็มอกทำไมคนบางคนถึงยอมเป็นมือที่สาม



'เพราะรักมากนี่เอง... '



นํ้าเน่าใช่มั้ยล่ะ ตามตรงฉันก็คิดแบบนั้น ชอบใครไม่ชอบดันไปชอบคนมีเจ้าของ ยูเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในสเปคแฟนในอุดมคติฉันเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงแบบนั้นกลับดึงดูดใจมากกว่า สรรพนามง่ายๆ จากยูที่เรียกแต่ละครั้งอย่างเช่น



"คนสวย"



แค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำหัวใจฉันเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ อาการเขินครั้งแรกถาโถมใส่ตัวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ขึ้นปีใหม่แล้ว



'สุดท้ายก็ยังไม่ได้บอกความในใจ'



แถมยังถูกคนที่บ้านกักไม่ให้คุยแล้ว สุดท้ายก็เหลือเพียงแค่เฟสบุ๊คที่ยังติดต่อหาคนอื่นได้ คุณคิดว่าฉันแชทไปหาใครคนแรกเหรอ? ค่ะ แน่นอนว่าต้องเป็นยูอยู่แล้ว ความเสียใจที่ไม่ได้คุยกับเพื่อนถูกลบหายไปทันที การที่ไม่ได้คุยกับเพื่อนบ่อยเหมือนปกติ กับการที่ได้ตอบแชทยูทุกวัน คงไม่ต้องถามว่าทำไมถึงมีความสุขได้



และวันหนึ่งในต้นปีที่ผ่านมา ฉันก็หลุดความในใจก่อนไปนอนให้ยูได้รับฟังจนได้ . . .



"คืนนี้พระจันทร์สวยดีนะคะ ราตรีค่ะยู"


-----------------------------------------------------------------------------------------------

อ่ะแฮ่มม // เคาะไมค์ก๊อกๆ(?)



สวัสดีรีดเดอร์ทุกคนค้าบ เราโยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักน้า~

ตอนที่แล้วคุณผู้เขียนยูน่าจะบอกจุดประสงค์ไปแล้ว งั้นเราก็บอกบ้างในความคิดเรานะคะ

ถ้าจะสังเกตุ ไม่มีใครเชื่อเรื่องความรักที่เกิดในโลกโซเชี่ยล ซึ่งความเป็นจริงมันเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วเนอะ เราเลยอยากให้คนอื่นได้รู้ว่า บางทีความรักที่เกิดในออนไลน์ มันไม่แย่เสมอไปค่ะ



การเขียนครั้งนี้ก็เหมือนไดอะรี่ชีวิตประจำวันค่ะ หวานบ้างหน่วงบ้าง แถมยังเป็นการเปิดให้ทุกคนได้รับรู้ว่า บนโลกนี้ไม่ได้จำกัดแค่ 2 เพศ ไม่ได้กำหนดให้ชายต้องคู่หญิง และไม่ใช่ว่าเพศนอกเหนือนี้จะเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง



หวังว่าไดอะรี่เล่มเล็กๆนี้จะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้หรือสัมผัสกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นนะคะ!✨
SHARE
Writer
IUI
Writer

Comments