อาเลลูยา
บรรดาการสรรเสริญทั้งหมดเป็นเอกสิทธิ์ต่อพระเจ้าเท่านั้น
มันชัดเจนว่า เราปฏิบัติตนตามวิถีของชาวยิว ชาวมุสลิม และ ชาวคริสต์ เราอาจจะมีวิถีที่แตกต่างกันในหลายๆเรื่อง บางเรื่องเคยพาเราไปสู่สงครามศาสนา แต่สิ่งหนึงที่เราทั้งหมดเหมือนกัน นั้นคือ เราเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกัน 

เอโลฮิม (Elohim) ยาโฮวาห(Jahovah) อัลเลาะห์(Allah) คือ ผู้ยิ่งใหญ่ พระเป็นเจ้าองค์เดียวกัน พระองค์อยู่อย่างเอก ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่าพระองค์ได้ แต่ก็มีหลายสิ่งที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับพระองค์ และ วิธีการบริหารพหุภพของพระองค์ ยกตัว ผู้คนมักเข้าใจว่า พระเจ้าสร้างโลก6วัน และใน6วันนั้น ด้วยความเชื่อที่ไม่ได้คิดตามหลักวิทยาศาสตร์จากเหตุผลวิทยาการสมัยก่อน 6วันการสร้างโลก กลายเป็นว่า ศาสนจักรไปตัดสินว่า 6วันนั้น มีทั้งหมด 24ชั่วโมง รวมแล้วเป็น 144ชั่วโมง ซึ่งในความเป็นจริง กระบวนการสร้างโลกนั้นคิดเป็นล้านๆปี ดังนั้น วันของพระเจ้านั้น ไม่ได้มีขนาดเท่ากับวันของมนุษย์ อันที่จริง วันที่มี24ชั่วโมงต่อวันนั้น มีเฉพาะบนดาวโลก ตามการหมุนรอบดวงอาทิตย์ของโลก ดังนั้นมาตรฐานเวลานี้ จึงใช้กับที่อื่น ไม่ได้ 

พระลักษณะของพระเจ้า ที่เราชาวยิว มุสลิม และ คริสต์เชื่อร่วมกันอันได้แก่
- พระเจ้าสถิตทุกหนทุกแห่ง
- พระเจ้าทรงสัพพัญญูญาณ
- พระเจ้าทรงฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น
- พระเจ้าทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง
- พระเจ้าทรงเป็นนิรันดร์
- พระเจ้าทรงไม่เปลี่ยนแปลง
- พระเจ้าทรงสมบูรณ์แบบและบริสุทธิ์
- พระเจ้าทรงเป็นความรัก
- พระเจ้าทรงพระเมตตาและทรงพระคุณ
- พระเจ้าทรงเมตตาสงสาร
- พระเจ้าทรงเป็นความจริง
- พระเจ้าทรงซื่อสัตย์
- พระเจ้าทรงเที่ยงธรรม

แต่มีสิ่งหนึง ที่ชาวยิวและมุสลิม ไม่ได้เชื่อแบบชาวยิวนั้นคือ พระเจ้าทรงเป็นตรีเอกภาพ ที่ประกอบด้วย พระบิดา(พระเจ้า) พระบุตร(พระเยซู) และ พระจิต ในประเด็นนี้ เป็นที่ถกเถียงของทั้งสามศาสนาที่มากรากเดียวกันมาโดยตลอด 

แน่นอน ความผิดพลาดจากการตีความของศาสนจักร ทำให้ศาสนาและความเชื่อในพระเจ้าผิดพลาด กลายเป็นความงมงายมากกว่าหลักเหตุและผล กลายเป็นอภินิหารมากกว่าวิทยาศาสตร์ ทั้งๆที่จริงแล้ว อำนาจของพระเจ้านั้นคือ วิทยาศาสตร์ และ หลักเหตุและผล เหมือนที่กาลิเลโอพยายามสื่อให้สันตะปาปาเข้าใจ พระเจ้าสร้างจักรวาลด้วยฟิสิกส์ ชีววิทยา ไม่ใช่ด้วยการเสกคาทา เราต้องลบภาพดั่งเดิมของพระเจ้าที่เป็นพระเจ้าที่มนุษย์สร้าง เพื่อที่เราจะได้เข้าใจ พระเจ้าที่สร้างมนุษย์ ,วิวัฒนาการ เป็นกระบวนการหนึง ซึ่งนักเทวนิยมหลายส่วนเริ่มยอมรับ แม้จะไม่มากก็ตาม และสิ่งหนึงที่น่าตกตะลึงคือ กลายเป็นว่า เป็นคนมุสลิมที่กระตุ้นและศึกษาเรื่องนี้ ชื่อของกลุ่มพวกเขาคือ ยามานี 

ว่าด้วยเรื่องตัวแทนของพระเจ้าต่อมนุษยชาตินั้น เราแบ่งหลักๆได้สองรูปแบบ
1.ตัวแทนที่เป็นมนุษย์ เช่น อับราฮัม โมเสส เยซู มุฮัมมัด เป็นต้น ในศาสนาอิสลามเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่า รอซูลลุลเลาะห์ แปลว่า ศาสนทูตแห่งพระเจ้า 
2.ตัวแทนที่เป็นอัครทูตสวรรค์ เช่น มิคาเอล กาบรีอัล อิสราฟีล อัศราเอล เป็นต้น ในศาสนาอิสลามเรียกพวกเขาว่า มลาอีกะห์ ซึ่งก็หมายถึง อัครทูตของพระเจ้าเหมือนคำที่ชาวยิวและคริสต์ใช้ 

ความเชื่อเรื่องพระเจ้าแบบเอกเทวนิยม(เชื่อว่าพระเจ้ามีองค์เดียว) เป็นความเชื่อที่เชื่อกันในศาสนาอับราฮัมนั้นคือ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ และ ศาสนายูดาห์ แต่นอกจากผู้นับถือศาสนา ผู้ที่ไม่นับถือศาสนาหลายคนหรือที่เรียกว่าอศาสนา(Irreligion)นั้น หลายคนก็เชื่อในพระเจ้าแบบเอกเทวนิยม แต่มิใช่พระเจ้าในเชิงอภินิหาร แต่เป็นวิทยาศาสตร์ ส่วนผู้ที่เป็นอศาสนา(Irreligion)นั้น หลายคนมักเข้าใจผิดว่า พวกเขาคือ  อเทวนิยม (Atheism) ซึ่งอเทวนิยมหมายถึง การไม่เชื่อในพระเจ้า และ การไม่เชื่อในพระเจ้า ไม่ได้มีแค่ในวงของคนที่อศาสนา แต่ศาสนาบางศาสนา เช่น พระพุทธศาสนา ก็ไม่ได้กล่าวถึง พระเจ้า เป็นต้น  53.18%ของคนเกือบทั้งโลกต่างเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว พระผู้เป็นเอก ไม่มีใครเทียบเท่า นี้คือ ความเชื่อที่คนส่วนใหญ่ต่างเชื่อกัน

* บทความความรู้นี้ เขียนเพื่อให้เข้าใจคำว่าพระเจ้า ไม่อนุญาตให้มีการนำไปใช้ หรือ สร้างความขัดแย้ง รวมถึงการเหยียดระหว่างกันของความเชื่อใดๆทั้งสิ้น*
SHARE
Writer
NakvatHakimov
Futurist and Writer.
นัควัต ง๊ะสมัน(ฮิบรู:นัควัต ฮาทิควา ฮากีมอฟ) เป็นนักเขียนและนักการศึกษาอิสระ

Comments