Local Street : ปัญหาขยะนิวเคลียร์
แม้ว่าจะมีข้อสรุปร่วมระหว่างนักวิทยาศาสตร์ กับ ผู้นำอุตสาหกรรม ว่าพลังงานนิวเคลียร์ นั้นคือ อนาคตของวงการพลังงาน ในการทดแทนพลังงานฟอสซิล แต่ทว่าทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์กำลังคิดกันหัวหมุนว่า พวกเขาจะทำอย่างไรกับ กากกัมมันตรังสี ?

กากกัมมันตรังสี หรือ Radioactive waste เป็นของเสียที่ได้มาจากกระบวนการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์แบบฟิชชั่น กากกัมมันตรังสีเป็นอันตรายต่อสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และจำเป็นต้องได้รับการกำกับดูแลโดยองค์ภาครัฐ และ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ที่ผ่านมา โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการนำมันไปฝังในหลุมใต้ดิน ซึ่งถูกสร้างมาโดยเฉพาะสำหรับการเก็บกากเหล่านี้

แม้จะมีความกังวลจากหลายฝ่าย ทว่า นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า กัมมันตภาพรังสีสามารถสูญสลายตามธรรมชาติไปตามกาลเวลา ดังนั้นกากกัมมันตรังสีจะต้องมีการแยกและถูกคุมขังในสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการกำจัดที่เหมาะสมเป็นระยะเวลานานเพียงพอจนกว่ามันจะไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงอีกต่อไป

-ชนิดกากกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์-
1.กากกัมมันตรังสีทั่วไป ส่วนมากจะเป็น กระดาษและวัสดุที่ใช้กรองอากาศ การทำความสะอาดระบบระบายความร้อน บ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว การขจัดความเปรอะเปื้อนทางรังสีของอุปกรณ์และเสื้อผ้าขณะปฏิบัติงานซ่อมบำรุง เป็นต้น กากกัมมันตรังสีเหล่านี้มีปริมาณมาก ประมาณปีละ 200 – 600 ลูกบาศก์เมตร แต่เป็นกากกัมมันตรังสีระดับรังสีปานกลางและระดับรังสีต่ำ ซึ่งสามารถสลายตัวได้อย่างรวดเร็ว
2.กากเชื้อเพลิงใช้แล้ว คือเชื้อเพลิงเดิมของแกนปฏิกรณ์ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการสับเปลี่ยนแท่งเชื้อเพลิงระหว่างการซ่อมบำรุงประจำปี โดยนำเชื้อเพลิงใช้แล้วออกมา แล้วเติมเชื้อเพลิงใหม่เข้าไปปริมาณหนึ่งในสามของเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณ์ทั้งหมดนั่นคือ จะมีกากกัมมันตรังสีจากแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วประมาณ 27 – 30 ตันต่อปี เป็นปริมาตรประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจัดเป็นกากกัมมันตรังสีสูงซึ่งมีธาตุยูเรเนียม – 235 ที่ยังใช้ไม่หมด และธาตุพลูโทเนียม – 239 ซึ่งเป็นธาตุมีค่าและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ได้อีก

ด้วยเหตุผลจากข้อที่2ที่กล่าวมาข้างต้น และเหตุที่กากกัมมันตรังสีสามารถเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาได้ ที่กากกัมมันตรังสีที่เป็นการเชื้อเพลิงที่เป็นปัญหาในการจัดเก็บในหลุม นักวิทยาศาสตร์คิดว่า ในเมื่อสามารถนำมันมาใช้ซ้ำได้ ทำไมจึงไม่ใช่ซ้ำ นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรนิวเคลียร์ชาวอเมริกัน ชื่อ Leslie Dewan และ Mark Massie จึงได้ออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เจนเนอเรชั่นที่ 4โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์แบบเกลือหลอมเหลว (MSR) ซึ่งจะสามารถนำขยะนิวเคลียร์ประเภทที่2 นั้นคือ กากเชื้อเพลิงใช้แล้ว นั้นนำกลับไปใช้ซ้ำ ซึ่งจะแก้ปัญหาการจัดการขยะนิวเคลียร์ในโลกปัจจุบันได้ แทนที่จะเอาไปใส่ในหลุมหลบภัย พวกเขาก็เอามันกลับมาใช้งานอีกครั้งเสียเลย จะได้ไม่เสียของ

การออกแบบดูไปได้ดี แนวคิดนี้ ช่วยนำอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ก้าวไปอีกขั้น ทว่า ในปี 2018 ,7ปีหลังความพยายามที่จะสร้างเตาปฏิกรณ์แบบMSR พวกเขากลับพบว่า มีแต่ความล้มเหลว และ มีการออกแบบที่ผิดพลาด ด้วยงบประมาณที่สูง ทำให้ในที่สุด พวกเขาจึงยุติโครงการของTransatomic Powerไปในที่สุด

หลังจากดูเหมือนจะมีทางออก ตอนนี้กลับพบว่า ไม่มีทางออกสำหรับการแก้ปัญหากากกัมมันตรังสี เนื่องจาก งบประมาณของการวิจัยและทดสอบที่สูงมาก จนแทบไม่มีบริษัทใดจะมีงบประมาณมากพอมาสนับสนุนงานวิจัยนี้ ทำให้โรงไฟฟ้าที่ปราศจากขยะนิวเคลียร์ยังเป็นไปไม่ได้

และดูเหมือนว่า อนาคตของวงการอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ยังมีปัญหาเรื่องกากนิวเคลียร์ แม้จะมีมาตรฐานที่สูงและการเก็บที่ใต้ดินลึกประมาณ 0.5 – 1 กิโลเมตรเพื่อป้องกันไม่ให้มันแพร่กระจายจนกว่ามันเสื่อมสลาย แต่ความกลัวของประชาชนได้เพิ่มขึ้น จากความไม่ระมัดระวัง และ ความบกพร่องของโรงไฟฟ้าบางส่วนเท่านั้น

เมื่อปี 2008 ระหว่างการดำเนินการระบายน้ำของเตาปฏิกรณ์ พวกเขาพบว่า ของเหลวที่ประกอบด้วยยูเรเนียมที่ยังไม่ได้รับการบำบัดได้ล้นออกมาจากถังชำรุดและประมาณ 75 กิโลกรัมของวัสดุกัมมันตรังสีได้ซึมลงไปในพื้นดินและจากนั้นก็ลงไปในแม่น้ำสองสายในบริเวณใกล้เคียงของโรงงาน Areva ใน ศูนย์พลังงานนิวเคลียร์ Tricastin

เหตุบังเอิญไม่กี่ครั้งได้เกิดขึ้นเมื่อวัสดุกัมมันตรังสีถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง, การป้องกันในระหว่างการขนส่งมีข้อบกพร่อง, หรือเมื่อมันเพียงแต่ถูกทอดทิ้งหรือแม้กระทั่งมันถูกขโมยมาจากแหล่งเก็บของเสียในอดีตสหภาพโซเวียต สร้างความกลัวแก่ประชาชนและกลุ่มกรีน ความเชื่อมั่นด้านพลังงานนิวเคลียร์ ยังสุ่มเสี่ยง ในขณะที่อนาคตของพลังงานโลกก็กำลังตกที่นั่งลำบากเช่นกัน

บทสรุปของปริมาณกากกัมมันตรังสีและแนวทางการจัดการสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่จะมีการนำเสนอและทบทวนเป็นระยะๆซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อนุสัญญาร่วมว่าด้วยความปลอดภัยของระบบการบริหารจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้วและความปลอดภัยของการจัดการของเสียกัมมันตรังสี( Joint Convention on the Safety of Spent Fuel Management and on the Safety of Radioactive Waste Management) การจัดการยังคงใช้วิธีเดิม รอให้นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาแก้ไขเรื่องนี้
SHARE
Writer
NakvatHakimov
Futurist and Writer.
ผมชื่อนัควัต ง๊ะสมัน(ฮิบรู:นัควัต ฮาทิควา ฮากีมอฟ) เป็นนักเขียนและนักการศึกษาอิสระ

Comments