" จับมือกับความทุกข์ "
ความทุกข์ของความรู้สึกผิด 
     มันพึ่งเกิดได้ไม่นานนี้เอง แต่ดูเหมือนความทุกข์นั้นจะยังเรื้อรังอย่างไม่มีทางแก้ ไม่ว่าจะบำบัดด้วยงานอดิเรกที่ตัวเองชอบอย่างไร หรือไม่ว่าจะพยายามทำให้ตัวเองยุ่งจนไม่มีเวลาไปคิดถึง 'เรื่องนั้น' แค่ไหน...
     
ทั้งหมดมันสูญเปล่า...

ฉันทะเลาะกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งด้วยเรื่องเข้าใจผิดบางอย่าง การใช้คำพูดในการสื่อสารนั้นบางครั้ง หากไม่กลั่นกรองให้ดีเสียก่อน คนที่ชอบเก็บคำพูดเหล่านั้นไปคิดเล็กคิดน้อยแบบฉันจะพาลเข้าใจผิดเอาได้ ซึ่งนั่นก็เป็นความผิดของฉันส่วนหนึ่ง ที่มักจะชอบคิดไปเอง ฉันควรจะถามเพื่อนของฉันสักนิดว่าคำพูดนั้นหมายความว่าอะไร? ถ้าหากคำพูดนั้นมันไม่เคลียร์ ถึงยังไงเราก็สนิทกัน ไม่ควรจะไปตัดพ้อเธอก่อนเลย

ถ้าฉันคิดได้ตั้งแต่วันนั้น อย่างน้อยฉันคงไม่ต้องเดินร้องไห้อยู่ที่ริมถนนด้วยความรู้สึกผิด.. 

ในตอนเย็นวันหนึ่ง ฉันเดินร้องไห้ไปเรื่อยๆตามริมถนน ก่อนจะหยุดนั่งร้องไห้บนฟุตบาท​อย่างน่าสงสารเพราะเดินต่อไปไม่ไหว และเพราะในวันนั้นฉันคิดว่าการบำบัดความเศร้าด้วยการวิ่งอย่างบ้าระห่ำจะช่วยบรรเทาความทุกข์นี้ได้ 

ในความเป็นจริงมันกลับไม่เป็นแบบนั้น... 

ถึงการวิ่งจะช่วยทำให้หยุดคิดเรื่องนั้นได้ชั่วครู่ แต่พอจบกิจกรรม สมองก็พาลตีความรู้สึกนั้นให้กลับมาขบคิด มันทำให้ฉันเข้าใจว่าคนเราไม่สามารถหนีจากปัญหาใดๆที่เกิดขึ้นได้ ยิ่งถ้าเป็นปัญหาทางใจที่มีบุคคลสำคัญมาเกี่ยวข้อง เพราะหัวใจและสมองของเราจะพยายามหาทางแก้ปัญหานั้นเพื่อเอาชนะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น โดยมีน้ำตาเป็นส่วนหนึ่งของระหว่างทางในการตัดสินใจ 

และถ้าหากวันนึงฉันได้พบเจอคนที่กำลังร้องไห้อย่างน่าเวทนาแบบนั้นบ้าง ฉันคงไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปหา แล้วให้ยืมบ่าถ้าหากเขาต้องการ เพราะมันเจ็บปวดมากจริงๆ กับการที่ไม่สามารถพูด หรือไม่มีความกล้าที่จะระบายให้ใครฟัง และฉันคิดว่าบางครั้งบุคคลที่รับฟังเราได้ดีที่สุด อาจจะเป็นคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามานั่งข้างๆคนน่าสงสารริมถนนคนนั้น

SHARE
Writer
Suttirak_
Writer
ผมคนเศร้า

Comments