"กับเอ : แรงขับเคลื่อนความหงี่ของเธอ"
จากสีเทาของหนังตา แง้มแสงแดงฉานแผดเผา เนื้อรอบๆตาขมวดกันยุ่ยี่ปกป้องความแสบนั้น พอแง้มสติขึ้นมอง ทิวทัศน์สีเขียวหายไปเป็นพื้นหลังห่างไกลยาวเป็นเส้นโค้งคลื่นอวบอูม ภายใกล้คือสิ่งก่อสร้างสูงไม่เกิน 2 ชั้นยาวซ้ายขวาหายไปในอิทธิพลของทิวทัศน์สีเขียว

ที่นี่ ภูเขาป่าไม้เป็นใหญ่

ปายยามแลงค่อนข้างเงียบ ร้านค้าเอียงตัวฝอยน้ำลายกันและกัน เพราะหันหน้าตรงแล้ว ไม่มีลูกค้าให้ปากอ้าต้อนรับ

มือหมอนวดว่างจกมือถือ กระทะตกงานไม่ปล่อยกลิ่นดึงจมูก มอไซปิดปากพนักงานฟุบหลับ เซเว่นยังนั่งสมาธิในกองฝุ่น

ปายต้อนรับด้วยยิ้มเปื้อนเหงื่อหลังวิกฤต

--------- 
เสมอกาล ผมกับแบบแผนคือลิ้นกับฟัน เราไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แม้แต่ทริปเดียว มันชูนิ้วกลางใส่ผม และไล่ไปหาที่พัก

Pai way hostel ดลใจจากความเงียบในซอยเล็ก mood tone ผ่านการคิดออกแบบ ราคาต่ำบรรลัยใจหาย 180 บาท จริตส่วนตัวมักแยกเวลาบ้าคลั่งกับเวลาพักผ่อนอย่างชัดเจน ที่นี่ตอบคำถามนี้ได้พอใช้

"ห้องเป็นห้องรวมเตียงสองชั้น รวม 8 เตียงนะคะ" พี่กุ้งพนักงานพูดหน้าพัดลม แกเลิกคิ้วเล็กน้อยที่มีแขกเข้ามา

"มีคนพักมั้ยครับช่วงนี้" ผมถามพลางจะยึดดินแดนห้องนอนแต่เพียงผู้เดียว

พี่กุ้งคือผู้ดูแลด้านหน้าพัดลมกับเก้าอี้ไม้ตัวโปรด น้ำเสียงชัดถ้อยคำเด็ดขาด ผมยาว นัยน์ตาดุ เสื้อโคล่งใหญ่ ทำให้แกดูเป็นสาวขี้ร้อน ขี้เบื่อ แต่สีหน้าไม่เคยสบถรำคาญออกมาเลย

"วันนี้มีผู้หญิงไทยพัก 1 คนหน่ะ น้องโอเคใช่มั้ย?" พี่กุ้งถาม

ในหัวผมกำเนิดตัวเองมาสองคน มันพูดว่า "สวยมั้ยวะ?" กับ "สัดเอ้ย อดยึดห้องเลย" ใบหน้านิ่งติงมอบให้พี่กุ้งเป็นคำตอบ แต่ฟันกรามกัดกันแน่นกว่าปกติ ผมเริ่มคิดว่า เขาจะยินดีหรือเซ็งที่มีแขกมาเยือนห้องอันเป็นหนึ่งเดียวของเขากัน
.
.
รองเท้าผ้าใบขาว ก้นบุหรี่หน้าห้องนอนสีดำนิล สายตาผมเห็นแค่นั้น เพราะภาพที่เหลือคือกางเกงขายาว ขาสั้น ถึงชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามชั้นวางใต้แอร์ห้องนอน สัมภาระจุบจิบของสตรีและใบหน้าตกใจของเจ้าของทะลุม่านออกมา

ตาเบิกกว้างจนเหลือกยันขนตา กรามใหญ่อ้ากว้างถึงลิ้นไก่ ผิวแทนกรอบแห้งขาดน้ำ หัวระเนระนาดราวไฟฟ้าสถิต สติเธอถูกสูดเข้าคอดังเฮือกลั่นกว่าเสียงเสียดสีประตูกระจก

"ขอโทษค่ะ พอดีอยู่คนเดียวก็เลย.."
"ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่ผมคงทำแบบเดียวกัน" ผมพูดแทรก
เธอรีบวิ่งแน่บมาเก็บสายชาตที่หัวเตียงขวาและโกยกลับเข้าดินแดนทางซ้าย ตัวเธอสูงใหญ่ เส้นผมไม่ต่างกับบะหมี่กรอบชุ่มน้ำ 1 ชั่วโมง คาดว่าทำสงครามกับสีมามาก

ความคิดผมไม่ติร่างแยกเธอตามห้องซักนิด เพราะหากผมอยู่คนเดียวแล้ว กางเกงในผมคงแผ่อาณาเขตไปไม่ต่างกัน

----------
"อันนี้ชื่ออะไรเหรอคะ?" เธอแง้มหัวจากผ้าห่มที่คลุมหัวมาเกือบครึ่งชั่วโมง
"เสือครับ" ผมตอบและเช็ดคราบฝักบัวบนหัว
"ทำงานอะไรเหรอคะ?" เธอเผยลำคอใต้ผ้าห่มมากขึ้น
"ยังครับ เรียนอยู่เลย" "อ้าวจริงเหรอ"

ด้วยส่วนใหญ่แล้ว คนมักตกใจเพราะการคาดคะเนอายุผิดโดยอิงจากหนวดเคราบนหน้า แต่คนนี้กลับตกใจเพราะเธอก็พึ่งเรียนจบเช่นกัน
.
เธอมีชื่อว่า เอ (สมมติ) เป็นสาวจากมช. เมื่อเอว่างจากการเรียน เธอจะมาเที่ยวที่ปายเพื่อพักผ่อนด้วยปาร์ตี้ (ชอบความย้อนแย้งนี้) และบังเอิญว่าเอรู้จักเพื่อนจากคณะผมถึงสองนาง ถามว่าสนิทมั้ย? ไม่ขนาดนั้น แต่การทำความรู้จักคนใหม่แล้วมีตัวเชื่อมความรู้จักตรงกลาง การคุยการอะไรทุกอย่างจะง่ายขึ้น

"วันนี้เดี๋ยวเราพาไปดื่มบาร์แถวนี้" เอชวนผม
"รู้จักมาก่อนเหรอ" "อ๋อ พึ่งรู้จักเมื่อคืน" เธอหัวเราะภูมิใจความเป็นมิตรของตัวเอง

----------
ผมให้เอแนะนำร้านอาหารถูก เยอะ และกลิ่นชุมชนแรงๆ เอจึงซ้อนมอไซที่ผมพึ่งเช่ามาวันละ 100 เพื่อชี้ทาง ความทุเรศหนึ่งคือความอ่อนซ้อม ท่วงท่าล่าสุดที่จำความคือการพารถจูบโคลนตมอำเภอแม่ริม มันส่งผลให้เอซ้อนหลังอย่างไม่วางใจ และมันเริ่มบ่น ผมตอบรับโดยการขำ

"รู้จักร้านนี้ได้ไง?" ผมถามเออย่างคนที่เริ่มสนิทขึ้น
"แฟนเก่าพามา เขาชอบมาก พาเรามากินทุกวัน"
"แฟนคนที่ไหน?" "อเมริกา อยากไปเหมือนกันนะ ไม่เคยไป"

หัวยังประมวลไม่ได้ว่าแฟนดังกล่าวของเอเป็นปัจจุบันหรืออดีตแฟน ซึ่งไม่ใช่ปัญหา ผมเริ่มแนะนำเอจากความรู้งูปลาที่เคยไปเยือน ทำให้เอเริ่มเปิดใจเล่าความไคร่เที่ยวมากขึ้น

"แฟนเก่าคนนึงก็เคยอยู่ออส อยากไปเหมือนกัน รู้สึกอยากไปเที่ยวหลายที่มากเลย" ผมติดใจคำว่าคนนึงของเอ ว่าเอจะต้องอุดมด้วยเสน่ห์เหลือหลายกับนานาฝรั่งแน่ รูปร่าง บุคลิก ใบหน้า ผิวพรรณ นิสัย และความลื่นไหลไปได้ทุกสังคม

อาจจะไหลยิ่งกว่าผม อันที่จริง เอเป็นเพื่อนพเนจรคนแรกตั้งแต่ผมเริ่มออกเดินทางคนเดียวที่มีโอกาสซัดข้าวด้วยกัน
.
.
เมื่ออิ่ม สถานีต่อไปคือบาร์เหล้า รอบนี้เอฉวยหยิบกุญแจจากโต๊ะ มันพูดว่า "เราขับเองรอบนี้" "ขับบ่อยอะดิ" ผมเย้ย

"เรียนมช.ขับแทบทุกวัน มา เดี๋ยวโชว์" ผมก้มมองพื้นกรวดหัวเราะในคอ ไม่ใช่อายที่เพศชายซ้อนหญิง แต่เป็นระยะห่างการแหกขาคร่อมรถของเอ

"พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะรอดมั้ยเนี่ย หลายร้อยโค้งนะ" ลมพัดเสียงตะโกนเอมา
"รอดอยู่แล้ว เจ็บหน่อย ไม่พิการ"

---------
บาร์เหล้า มันไม่ครึกครื้นกับการเดินสัญจรไปมาของเงาต้นไม้ ที่อดีตเคยเป็นฝูงคนจำนวนเท่าตลาดนัด ยังดีที่ร่างกายภายในร้านอย่างเจ้าของและขาประจำยังเติมเชื้อริบหรี่ให้พอเป็นเสียงเล็กๆในความว่างเปล่าของซอย

เอแนะนำผมให้เจ้าของร้าน และลามไปถึงฝรั่งเจ้าถิ่น ไวรัสพันธุ์ผูกมิตรค่อนข้างแพร่เชื้อเร็ว

ยิ่งเริ่มรู้จักแล้ว มันไม่เคยหยุดรู้จักแค่คนเดียว

ค่ำคืนมืดอร่ามของแสงสีดำ วิบวับด้วยไฟโทนส้มแดงชมพูคล้ายความบ้าคลั่งในจิตใต้สำนึกสตรีเพศของเจ้าของร้าน ทุกคนหัวเราะด้วยภาษาสากล อังกฤษ ภาษากาย และความบริสุทธิ์ของสังคมมนุษย์ ที่ครึ่งหนึ่งบนโต๊ะเป็นหน้าใหม่บริเวณนี้ แต่ละอองน้ำลายกลับเบียดเสียดชิดเชื้อเหมือนเพื่อนเก่าแก่ ลมประโลมโอบกอดหัวใจคลายเหงาลงโข
.
.
ในมรสุมเสียง มีฝรั่งเบลเยี่ยมชื่อ nicky ไอ้หมอนี่ค่อนข้างดูดีมีหนวดเคราประดับประดา ดวงตาฉ่ำน้ำเป็นไข่มุกกลางขนตาโค้งเรียว เรียกว่าไรขนอยู่อย่างเกื้อกูลกับหน้ามัน

โดยหลัง 5 ทุ่ม เอเริ่มมีน้ำเสียงแป๋นขึ้น ความนิ่งเริ่มละลายตามดีกรี มันเรียกวงให้ชนแก้วกันบ่อยครั้ง ผมสังเกตว่าไม่ใช่วงที่มันหมายความ เพราะทิศทางแก้วกลับเป็นทิศของไอ้ nicky

หัวทั้งสองคนเริ่มดึงดูดกัน เอใช้มือถือให้ nicky โน้มต่ำเพื่อฟีโรโมนจะเริ่มลงมือสื่อสารแทนคำพูดมากขึ้น จนผลลัพธ์สำแดงเดชช่วงร้านปิด

ระหว่างผมปล่อยเหล้าให้เม้ามอยกับคนไทยเจ้าถิ่นริมถนน

ความไวของตาขาวเลื่อนเห็นภาพเอกับ nicky โอบคอจูมพิษกันใต้ดวงไฟ เสียงคลอเคลียแผ่วว่านิกกี้ไปไหน เอไปด้วย
.
"เสือเสือ กุญแจรถอยู่ที่เสือใช่ปะ" เอกลับหัวตะโกนถามผม
"เออ ไม่ต้องห่วง เต็มที่" ผมประกบนิ้วโป้งกับชี้เป็นนัยว่าโอเค
ก่อนเร่งรถกลับมานอนที่ห้อง กับเตียงว่างเปล่าไร้ร่างของเอ

----------
เช้ามืดก่อนออกเดินทาง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เตียงของเอ ทุกอย่างอยู่ที่เดิม เฝ้ารอเจ้าของพวกมันกลับมา

ผมเดินเก็บของไปมาคิดถึงคำพูดเจ้าของร้านเมื่อคืนตอนที่เอเข้าห้องน้ำว่า "พี่เผลอแปบเดียว เห็นเอจูบปากกับไอ้นั่นเฉ้ยเลย พี่ว่ามันเป็นคนที่ชัดเจนดี รู้ตัวเองว่ากูหาฝรั่งได้ และกูก็จะหา" แกหัวเราะด้วยเสียงสาวอวบรุ่นใหญ่

"พี่ว่าเอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก พวกพี่ไม่ได้เจอคนไทยแบบนี้มานานแล้ว" สตรีคุมร้านเหล้า 13 ปีเป็นผู้พูดประโยคนี้

แกหมายความที่พูดจริงๆ ว่าสัญชาตญาณการเกาะกลุ่มเพื่อปลีกตัวจากคนแปลกหน้าของคนไทย ไม่ใช่เรื่องโกหก

----------
ทุกคนที่ปายมาจากหลากหลายทั่วมุมโลก ด้วยเหตุผลคือค้นหาสถานที่ที่ตัวเองชอบ และตักตวงความสุข เอจึงมีความคิดเป็นที่น่าชื่นชมกับความชัดเจนในตัวเองกับการหาผู้

เป็นสิ่งซึ่งผมนับถือในเอ หงี่คือหงี่ เรื่องจะลงเอยแบบไหน ช่องคลอดเขา เขามีสิทธิในมัน จะหาเหตุผลอะไรเพิ่มจากการผสมพันธุ์ ถ้าสองคนนั้นต้องการแค่ผสมพันธุ์.
.
ผมเรียนรู้จากปายอย่างหนึ่งว่าวิถีชีวิตก้าวต่อก้าวเป็นตัวเลือกความสุขแบบหนึ่ง คือความสุขที่หาแบบวันต่อวัน ซึ่งเริ่มจะน่าสนใจกว่าการแลกเลือดเหงื่อเพื่อเห็นอนาคตอันสดใสศิวิไล
.
.
ชนวนหัวเชื้อความอลเวงของมิตรภาพทั้งค่ำคืน คงปฏิเสธจะพูดถึงเอไม่ได้จริงๆ ขอบคุณอีกครั้ง หากตัวอักษรขมไปนิด ต้องขอโทษ หวังว่าซักวันจะพบกันอีก

ไม่ว่าผัวเอ็งจะเป็นใครก็ตาม
SHARE
Writer
Fhoiman
Junior Writer
เขียนเล่าเรื่องทุกอย่างที่พบเจอระหว่างท่องเที่ยว จากนิสัย มุมมองและแง่คิดเฉพาะตัว

Comments