"องครักษ์สามหาวของแม่มด"
| ​บทที่ 15 | 


อรุณเบิกฟ้า เมฆหมอกยังคงหนาตาในยามเช้า อากาศหนาวเย็นสะท้านไปถึงผิวกายหยาบหนา ของเจ้ายักษ์ตัวใหญ่นี้  ที่หน้ากระโจมชายร่างยักษ์นั่งเหม่อลอย ในมือถือชามใบใหญ่ที่ข้างในมีของเหลวสีดำและฟองอากาศสีน้ำตาลเล็กๆลอยอยู่ดูคล้ายกับก้อนเมฆบนท้องนภา ไอความร้อนที่ล่องลอยอยู่เหนือชามใหญ่นั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นเจือกลิ่นหอมบางเบาของรสขมเฝื่อนคอ

ความฝันมากมายเมื่อคืนและเสียงเรียกของบิดาที่เพราะหูนั้นยังคงหมุนวนอยู่ภายในหัว

อัลเฟียส เป็นชื่อของเขาหรือ? 

ชื่อที่ไม่มีผู้ใดเรียกขานถึง หรือจดจำมัน ไม่แม้กระทั่งตัวของเจ้ายักษ์เอง

ถูกลืมเลือน....

สาวใช้หุ่นกระบอกและเหล่าองครักษ์ต่างขมักเขม้น กับการเตรียมอาหารเช้า ที่ได้มาจากการล่าสัตว์ป่าในช่วงรุ่งสาง 

หุ่นกระบอกเวทย์มนตร์นี้ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตแม้แต่น้อย ลักษณะท่าทาง และทุกองค์ประกอบ แยกไม่ได้เลย บางตัวก็มีใบหน้าสะสวย งดงาม หรือ ชายฉกรรจ์ที่มีรูปร่างหน้าตาดูสง่างามไม่แพ้กัน

'ดินแดนแห่งของสวยงามโดยแท้'

หากแต่ แววตานั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก อย่างไรก็ดี พวกเขาเหล่านี้ สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้คน ทั้งยังเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ ภักดี หุ่นกระบอก ไม่ซุบซิบนินทา ไม่มีความรังเกียจรังงอน น้อยอกน้อยใจใดๆ แม้นายอย่างลิเลียจะด่าทออยู่เสมอ

หุ่นกระบอกพวกนี้อาจมีความคิดความอ่านที่เทียบเคียงพ่อมดแม่มดหรือมนุษย์ไม่ได้? ลิเลียจึงเอาแต่บ่นว่าพวกมันไม่มีสมอง..

อาหารถูกยกมาวางไว้ที่โต๊ะไม้เบื้องหน้าเจ้ายักษ์ เนื้อกระต่ายป่าหั่นเต๋าอย่างบรรจงปราณีตถูกย่างจนมีสีน้ำตาลเข้ม และตกแต่งด้วยพืชผัก สีสันสะดุดตา ส้ม เหลือง เขียว แดง และน้ำราดสีน้ำตาลขมุกขมัว ชามสลัดผักเขียวๆ วางไว้คู่กับ ถาดผลไม้ที่แกะสลักมาเป็นอย่างดีเป็นรูปสัตว์ในตำนานต่างๆงดงามดั่งมีเรื่องเล่าประกอบอยู่ด้วย

' บรรเจิดนัก! ท่านหุ่นกระบอกทั้งหลาย...'

" ลิเลียยังไม่ตื่นอีกหรือ? นี่ก็สายแล้ว.. " เจ้ายักษ์เอ่ยถามองค์รักษ์หนุ่มผมสีทองผู้มีใบหน้านิ่งสงบและท่าทางสุขุมนุ่มลึก

" เมื่อคืนนางมิค่อยจะได้พักผ่อนอย่างสะดวกนัก เกรงว่าเสียงกรนและขบกรามของท่านจะรุนแรงไม่น้อย แม้แต่สัตว์ใหญ่ละแวกนี้ยังหนีหายด้วยเสียงคำรามของท่าน"

เอ่ออออ...

" ท่านมิต้องรอนางหรอก ทานเมื่อยังอุ่นเถอะ ขอรับ"

เจ้ายักษ์ตักอาหารเข้าปากอย่างไม่รีรอ รสชาติเนื้อนุ่มที่ผิดปกติของกระต่ายป่า ทั้งยังไร้กลิ่นสาบสัตว์ด้วยเครื่องหมักจากในวังที่สกัดจากพืชพรรณ จำเพาะของเผ่า ทำให้มีรสสัมผัสที่หอมและหวานลิ้นอย่างไม่น่าเชื่อ รสเค็มๆมันๆกับความกรอบของผักใบเขียวเคล้ากันดีเสียจนเจ้ายักษ์ตักเข้าปากกว้างๆของเขาจนหมดเกลี้ยงเหลือเพียงชามใบใหญ่ขนาดเท่าโล่ห์เงาวับสะอาดตาในเวลาไม่ช้า

ข้ารับใช้หุ่นกระบอกใส่ใจรายละเอียดต่างๆในทุกรายการอาหารเสมอ แม้แต่มื้ออาหารในป่าพวกเขาก็รังสรรค์มันออกมาได้ดีสมกับที่เป็นหุ่นเวทย์มนตร์!

" ท่านเองก็เป็นหุ่นหรือไม่นะ ท่านซิกมุนด์ ?"

เจ้ายักษ์เอ่ยขึ้นด้วยสงสัย

" ข้าดูไร้มันสมองนักรึท่านยักษ์?" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

เจ้ายักษ์ยังคงมีสีหน้าสงสัยใคร่รู้

" ข้าไม่ใช่หุ่นพวกนั้น แน่นอนอยู่แล้ว..."

"ท่านเป็นพ่อมดหรือ?  เช่นนั้นคงหาพบได้ยากในอาณาจักรนี้ !! แล้วเหตุใดท่านจึงมิเป็นคู่ครององค์หญิงซักองค์ล่ะ ปัญหาทายาทจะได้หมดไป.."

เจ้ายักษ์กล่าวด้วยดวงตาเปล่งประกายราวกับเด็กน้อยค้นพบคำตอบของสมการเลขที่ไม่ลงตัว

" ฮ่ะ ๆ ฮ่าา ๆ ห่วงใยราชวงค์นี้เสียเหลือเกินนะ" องครักษ์หนุ่มถึงกับหลุดขำออกมา

ข้าเป็นครึ่งเทพต่างหากเล่า! ข้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายากเสียยิ่งกว่าพ่อมดในอาณาจักรนี้เสียอีก

เผ่าพันธุ์ข้า ถูกเรียกว่า ' ลิลิธเธี่ยน '

ถิ่นกำเนิดของข้าก็คือป่าแห่งทวยเทพนี่อย่างไรล่ะ! ข้าถือกำเนิดมาตั้งแต่รุ่นปู่ของท่านลิเลียแล้ว พวกเขาจะต้องมาทำการอันเชิญเทพ โดยการส่งตัวแทนเข้ามายังป่าแห่งนี้ อย่างที่บอก ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาแล้วจะได้กลับออกไป และยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกลับออกมาพร้อมลิลิธเธี่ยน "

เจ้ายักษ์ได้ฟังถึงกับตาโต

" ลิลิธเธี่ยน เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ และตัวแทนแห่งพระเจ้าผู้สร้างจักรวาลนี้ ดังนั้นอาณาจักรเกทมัลเน่ จึงได้ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ ด้วยการมีลิลิธเธี่ยนประดับบารมีอย่างไรล่ะ " องครักษ์หนุ่มเผยรอยยิ้มภาคภูมิ 

' มิน่าล่ะ ท่านจึงมีวาจาสามหาวได้แม้กระทั่งกับพระราชา - -a '

เจ้ายักษ์รู้สึกตื่นตะลึง กับองค์รักษ์ซิกมุนด์ผู้วางตัวเฉกเช่นข้ารับใช้หนึ่งนาย อ่อนน้อม ถ่อมตน แต่กลับมีสายเลือดครึ่งหนึ่งเป็นเทพ และเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าของอาณาจักร 

ขณะเดียวกัน องครักษ์หนุ่มผู้นี้ก็ได้ลุกขึ้นยืนและปลดตะขอกางเกงของตน กางเกงเนื้อหนาถูกรูดลงมาจนถึงเข่า เขายืนแอ่นกายอยู่เบื้องหน้าเจ้ายักษ์ ที่ตาแข็งกรามค้าง

ใบหน้าสง่างาม ผุดผาด ผมสีทองเปล่งประกายเจิดจรัสยามต้องแสงอาทิตย์ ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจสตรีเพศ แต่ก็คงไว้ด้วยมัดกล้ามสวยงามได้รูป แผงอกหนากว้าง กำยำ  ที่จริงแล้วชายผู้นี้ งดงามไร้ที่ติ

แต่


.

.


ไร้ซึ่ง สิ่งที่เจ้ายักษ์เรียกว่า ท่อน้ำบาดาล

ร่างกายชายนั้นไม่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้ายักษ์มี 

ว่างเปล่าราบเรียบ .....

" พอจะตอบคำถามท่านได้หรือไม่? " องครักษ์หนุ่มเผยรอยยิ้มเจิดจรัสแข่งกับแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างนี้

" ........... " 

เจ้ายักษ์ยังคงแน่นิ่งไปกับอาการตกตะลึง

" ข้าก็ไม่รู้ว่า นี่เป็นพระพร หรือคำสาปแช่ง แม้มีอายุขัยที่ยาวนานและกายเนื้ออมตะ ไม่แก่ชรา
แต่ลิลิธเธี่ยนไม่มีเครื่องเพศ พวกเราไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับความรัก โลภ โกรธ หลงใดๆ 

แต่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้หรอกนะ หากลิลิธเธี่ยนตนใดจะเกิดความรู้สึกต่างๆ แต่...ความรู้สึกพวกนั้นจะนำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่มีเนื้อหนังและจิตใจ ทำให้
สิ้นสภาพลิลิธเธี่ยนไป "

เจ้ายักษ์พยักหน้า งึกงัก อย่างเข้าใจ ในหัวก็คิดว่า แล้วนี่มันพรจากพระเจ้าหรือคำสาปกันละเนี่ย?? 

" พวกเจ้า...

......

...

..

 

ทำบ้าอะไรกันเนี่ยยย ?!?"

เสียงแหลมเล็กชวนปวดแก้วหูดังขึ้นมาพร้อมร่างของแม่มดดำในชุดกระโปรงยาวกรุยกรายและขนสัตว์หนาๆสีดำไปทั้งตัว ก้าวออกมาจากกระโจมหลังใหญ่นั้น 

ภาพองครักษ์หนุ่มที่มีกางเกงมารวมอยู่ที่ข้อขา ยืนแอ่นกายเฉิดฉายท้าทายแสงตะวัน และเจ้ายักษ์ที่เพ่งมองอย่างตั้งใจ โดยมิสนใจฟ้าดิน ทำเอาแม่มดเจ้าอารมณ์สับสนตั้งแต่เช้า

นางรู้สึกว่าตั้งแต่เจ้ายักษ์เข้ามาสู่อาณาจักรนี้ก็ได้ทำให้ บรรดาน้องสาวไปจนถึงข้ารับใช้ เสียผู้เสียคนกันไปหมดแล้ว

นางไล่ทุบตีเจ้ายักษ์ด้วยทุกสิ่งที่คว้ามาได้ ก่อนจะถูกสาวใช้หลายนางฉุดลากนางไปรับประทานมื้อเช้าภายในกระโจม และเจ้ายักษ์ที่ออกไปยืดเส้นยืดสายที่ลำธารใกล้ๆนั้น

 

.

.

.



TO BE CONTINUED~

 


 "ข้ามิเคยยกตนข่มท่าน เพราะข้าเป็นเพียงครึ่งเทพมิใช่เทพแท้ หรือแม้แต่เทพTrue~"

-.องครักษ์ซิกมุนด์



 

爪丨几ㄖ尺 丂乇ㄒ乃卂匚Ҝ 


SHARE
Writer
MinorSetback
A Mage!
🍒ฟังเพลงแปลงได้ในYoutube: MinorSetBack | อ่านนิยายได้ที่ ReadAWriteนะคะ เยิ้ฟๆ 🍒

Comments