นั่งคุยเรื่องความเศร้ากับตัวเอง .
หลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของวันนี้ 
ฉันสงสัยว่า
พลังงานความเศร้าที่เพิ่มพูนขึ้นมามากกว่าวันก่อนๆ 
คืออะไรกันนะ 

พยายามนึกคิดว่า
ไอ้ที่ทำเราเศร้าเนี่ย
มันต้องมีอิทธิพลขนาดไหนวะ
ที่ทำเรารู้สึกเศร้ามาได้หลายวันขนาดนี้ 

และไอ้ตัวต้นเหตุที่ไม่เคยรู้อะไรเลยว่าทำฉันเศร้า 
มันน่าเอาปืนไปยิงกระบาลให้ทะลุตายไปซะ 

ฉันมั่นใจว่าฉันมูฟออนได้แน่แหละ 
ฉันมูฟออนมาแล้ว 
แต่ทำไมมันถึงกลายเป็นการที่เรามูฟออนออกไปตั้งนานแล้วแต่ถูกแรงดึงดูดทำให้กลับเข้ามาในวงโคจรเดิม 

วงโคจรที่เพื่อนสร้างขึ้นมา
เพื่อดึงดูดฉันกับมันให้กลับมาเจอกัน 
ในวันที่ต่างคนไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว 
เพียงแต่มีบางอย่างมากระตุ้น 
( อาจมีฉันแค่ฝ่ายเดียวที่ถูกกระตู้น ) 

ฉันครุ่นคิดหาวิธีต่างๆนาๆให้ตัวเองหลุดพ้น 
มองโลกแห่งความจริงว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น 
มันไม่มีเหตุไหนที่ฉันควรเข้าข้างตัวเอง 
แต่ดูเหมือนยิ่งคิดยิ่งถลำ 

ฉันจึงต้องหาวิธีใหม่ 

ฉันจะไม่ให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้านานเกินไปหรอก 
และฉันก็จะไม่ให้มัน
เข้ามามีอิทธิพลกับใจฉันไปมากกว่านี้
ฉันเหนื่อยน่ะ 

ก็ไอ้คนนั้นแหละ
จากเรื่อง ฉันยังคงหาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้

ตอนแรกฉันคิดว่า
หลังจากวันนั้นที่เจอกัน 
มันควรจะจบลงได้แล้วนะ 
และตัวฉันจะได้เดินหน้าต่อ 

แต่โชคชะตาเล่นตลก 
ตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้ 
ฉันยังไม่เคยได้หยุดเจอหน้ามันเลย
แม้ว่าต่างคนต่างห่างหายไปทำหน้าที่ของตัวเอง 
แต่วงโคจรที่เรายืนอยู่ 
มันไม่มีประตูให้ฉันเดินออกไปไหน 
เราจึงต้องเดินวนกลับมาเจอกันอยู่เรื่อยไป 

ถ้าเป็นปีที่แล้ว 
หัวใจฉันคงกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข 
ว่าฉันหลุดพ้นจากไอ้คนที่ไม่ดีต่อหัวใจ
ของฉันคนนี้ได้แล้ว
แต่ผิดพลาด 
กลายเป็นมันที่เขยิบเข้ามาใกล้ใจฉันมากขึ้นกว่าเดิมอีก 

คุณเคยบอกตัวเองเสมอไหม 
ว่าจะไม่ยอมให้ใจตัวเองกลับไปรู้สึกแบบเดิมอีก 
ฉันก็บอก
แต่สถานการณ์มันทำให้ฉันหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

คุณเห็นเฟสบุ๊ครูปแบบใหม่ในโทรศัพท์ไหม 
มันจะขึ้นให้เห็นตรงข้างบนฟีดข่าว
ที่เป็นรูปกลมๆว่าใครกำลังออนไลน์อยู่ 
นั่นหมายความว่า 
ฉันคนที่ชอบไถ่เฟสบุ๊คไปมา 
จะได้เห็นหน้าของมันทุกวัน.. 
มันจึงกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก 

ฉันพยายามทำใจให้ชิน
กับรูปโปรไฟล์ที่อยู่ๆ
ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นโดยที่ไม่ทันตั้งตัว 

ตรงข้ามกับอีกฝ่าย
ที่ไม่รู้เรื่ิอง 
ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องนี้เลย 
โดยที่คิดว่าทุกอย่างที่เคยทำไป 
ทำไปเพราะมันเป็นแค่เรื่องสนุก 
( มันน่าเอาไม้หน้าสามฟาดแรงๆสักครั้ง ) 

คนเราจะเปลี่ยนไปเมื่ออยู่ในสังคมใดสังคมหนึ่ง 
และสังคมที่มันอยู่จะต้อง.. ขนาดไหนวะ 

ครั้งที่แล้ว..
ที่เคยเขียนว่า
การกลับมาเจอกันอีกครั้งไม่ได้แปลว่าเขาจะใช่ 
ฉันก็ยังคงรู้สึกแบบนั้นอยู่ 
ฉันกับมันดูไม่มีอะไรเข้ากันได้เลยสักอย่าง
ทั้งนิสัย ความคิด ทัศนคติ 
สิ่งที่ชอบ การใช้ชีวิต 

ยกตัวอย่างเรื่องการกินก่อนละกัน 
ถ้าเราหิว เราคงทำกับข้าว 
หรือออกไปซื้อกับข้าวเข้ามากินที่บ้าน 
แต่กับมัน 
บ้านหลังที่สองคือเซเว่น 
เมื่อคิดอะไรไม่ออกตอนหิว 
สิ่งแรกที่คิดออกคือเซเว่น 
แค่เนี่ยก็เห็นความแตกต่างละ 
ต่างกันเกินไป 

อีกเรื่อง
มันยังมีความสุขกับการได้คุยกับสาวๆที่เข้ามาในชีวิต
ยังไม่ได้อยากจริงจังกับใครคนไหน 
แต่ฉันคือคนที่โคตรซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง 
ฉันรักใครได้ทีละคน 
ถึงแม้จะเหงา 
แต่ก็เว้นที่ว่างให้ใครอีกคนเข้ามาในใจไม่ได้ 
เพราะฉันคิด 
คิดว่าถ้าเกิดฉันเว้นที่ว่างให้ใครหลายๆคน
แล้วถ้าเกิดมีคนที่ชอบฉัน 
และมองว่าฉันเป็นคนเว้นที่ว่างให้ใครเยอะๆ 
เขาจะทรมานขนาดไหน
เมื่อเอามาเทียบกับตัวฉันเองแล้ว 

นั่นแหละ 
เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอที่ฉันจะสร้างประตูมิติขึ้นมาและหนีออกไปจากวงโคจรบ้าๆนี่

แต่ประตูมิติจะเกิดขึ้นได้ 
มันต้องมีตัวช่วย 
และขอให้เวลาช่วยพาใครสักคน
หลงเข้ามาในวงโคจรของฉัน 
เพื่อนำไม้กายสิทธิ์เข้ามาเสกคาถา 
ร่ายมนตร์ตรา
ให้ประตูมิติเปิดขึ้นมา 
แล้วเราจะหนีออกไปด้วยกัน 

แฟนตาซีปะ . 🌝

น่าาา 
จะได้ไม่หดหู่จนเกินไป . 😂

และฉันก็เกิดข้อสงสัยที่พึ่งสังเกตเห็นชัดๆ 
เมื่อถึงเวลาที่ตัวเองเหงาเราจะอยากมีเพื่อน
แต่ทำไมเวลาที่เราเศร้า
เราถึงชอบอยู่คนเดียวกันนะ 



ฉันชอบไปเดินเล่นสวนสาธารณะคนเดียว 
ใส่บลูทูธ 
เปิดเพลงเสียงดังๆ
ให้เหมือนทั้งโลกมีเพียงแค่ฉันกับเสียงเพลง 
ส่วนสิ่งที่เห็นตรงหน้าและรอบๆตัว 
ให้เป็นเพียงภาพประกอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแค่นั้นพอ 

แน่นอน 
วันนี้ฉันไปอีกแน่ 

แต่ก็บอกกับตัวเองแล้วแหละว่า 
ต่อจากนี้ 
ถ้าไม่ใช่การสังสรรกัน 
ฉันคงไม่ต้องเจอหน้ามันอีกแล้ว 
ฉันขอลาออกจากวงการขี้เหล้าไปจนถึงปีใหม่เลยละกัน 

เมื่อถึงตอนนั้น 
ฉันคงเปลี่ยนที่ว่างในหัวใจ 
เป็นใครคนใหม่ที่ไม่ใช่แกได้จริงๆ . 





SHARE
Written in this book
ALL ABOUT HIP .
เรื่องของฉัน
Writer
hip
Just me .
ทุกอย่างที่อยากเขียนและพบเจอ .

Comments