ลองมองหาข้อดีของงานที่เราไม่ชอบดู
1
มีโอกาสเจอกับน้องๆที่ไม่ชอบคณะที่ตัวเองเรียนอยู่ และน้องๆที่ไม่ชอบงานที่ตัวเองทำอยู่ไม่น้อย ด้วยสาเหตุหลายอย่าง ทั้งเรื่องความคาดหวังของครอบครัว เรื่องเงินเดือน หรือเรื่องข้อจำกัดอื่นๆ ซึ่งหลายคนมักจะพูดตรงกันว่า ถ้าได้เรียนหรือได้ทำงานที่ชอบคงจะดีกว่านี้ หลายคนอิจฉาคนที่ได้ทำงานที่ชอบจัง

ในฐานะที่ได้ทำงานที่ตัวเองเลือก (ซึ่งน่าจะเป็นงานที่ชอบแหละ) ผมก็ส่ายหัวทันที ว่าโลกไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เพราะแม้เราจะได้ทำงานที่ชอบ แต่ขึ้นชื่อว่างานก็มีปัญหาอยู่ดี ทั้งเรื่องคน โครงสร้าง ระบบ หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน วัฒนธรรมองค์กร และอื่นๆ

ทุ่งลาเวนเดอร์ที่แสนสวยงามในความคิดนั้นไม่มีอยู่จริงหรอก ในอีกมุมมองหนึ่งถือว่าแย่กว่าด้วยซ้ำ เพราะหากคุณรักงานที่ทำมากเท่าไหร่ หากเกิดปัญหาขึ้น คุณอาจเจ็บปวดกว่าคนอื่นมาก

2
แน่นอนว่างานที่เราชอบมีข้อดีคือ เราอาจสนุกและเพลิดเพลินกับการทำงานได้มากกว่า เพราะเป็นสิ่งที่เราสนใจ อยากศึกษาหาความรู้ แต่ขึ้นชื่อว่างานก็ไม่มีงานไหนไม่มีปัญหา

ส่วนข้อเสียคือ อาจต้องแลกมาด้วยรายได้ที่น้อยกว่างานที่เราไม่ชอบ เพราะงานที่เราชอบ มักเป็นไปเพื่อการตอบสนองอารมณ์ ความชอบส่วนตัวของเรา หรือเฉพาะคนในแวดวงเดียวกับเราเป็นหลัก (เป็นนีชมาร์เก็ตตลาดเฉพาะกลุ่ม)

ต่างจากงานที่เราไม่ชอบ ที่มักมีขึ้นเพื่อช่วยเหลือ บริการ และตอบสนองความต้องการของผู้คนส่วนใหญ่(ตลาดแมส) ทำให้รายได้แตกต่างกันมาก ยกเว้นว่าเราจะสามารถทำสิ่งที่ชอบ ให้ตอบสนองความต้องการของคนจำนวนมากในวงกว้างได้ ค่าตอบแทนที่ได้จึงจะสูงในภายหลัง

สำหรับใครที่ได้ทำงานที่ตัวเองชอบและตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้ทั้งคู่ คุณถือว่าเป็นผู้โชคดีมากครับ

แน่นอนว่ามีหลายคนแก้ปัญหานี้โดยทำงานประจำอย่างนึงเพื่อเลี้ยงชีพ และทำสิ่งที่ชอบเป็นงานอดิเรกเพื่อเลี้ยงจิตวิญญาณในวันหยุด ซึ่งผมว่าก็เป็นทางออกที่ไม่เลวนะ

3
แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบงานที่ตัวเองทำอยู่จริงๆ มันก็มีวิธีแก้ปัญหาไม่ยากครับ แต่อยู่ที่ว่าเราจะยอมแลกหรือเปล่า?

ง่ายๆ คือแค่ลาออกไปสมัครงานใหม่เท่านั้นเอง ชีวิตเป็นของเรา ไม่ใช่ของพ่อแม่ ถ้าเราไม่มีความเห็นของตัวเองในวันนี้ ก็คงจะไม่มีไปอีกนาน

แน่นอนว่าเราต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จากการตัดสินใของเรา(ห้ามโทษใคร)

(แต่ถ้าจะให้ดีก็หางานใหม่ให้ได้ก่อนลาออกนะครับ เพราะการหางานใหม่ขณะที่ทำงานอยู่ จะหาง่ายกว่าหาตอนที่ลาออกเยอะ)

ส่วนอีกวิธีคือ ลองมองหาข้อดีของงานที่เราไม่ชอบดู ว่ามันมีอะไรบ้าง เช่น มันให้รายได้เราประมาณนึง(บางคนก็ได้เยอะมาก) เนื้องานก็ไม่แย่เท่าไหร่ เพื่อนร่วมงานบางคนใช้ได้ ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก ฯลฯ

ลองฝึกมองงานที่ไม่ชอบเลย ให้เป็นงานที่มีส่วนที่เราชอบอยู่เยอะไม่น้อย

เพราะแท้จริง แม้เราจะออกไปทำงานที่ชอบ ก็จะยังมีปัญหาและเรื่องที่ไม่ชอบเกิดขึ้นอยู่ดี

หากเรามีทัศนคติที่ดีกับงานที่ไม่ชอบในวันนี้ได้ ต่อไปจะทำงานอะไร หรือเจอคนที่ไม่ชอบขนาดไหน ก็รับมือง่ายแน่นอนครับ


Note: ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
อ่านบทความใหม่ได้ทุกบ่ายวันอาทิตย์
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามทางเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์
SHARE
Writer
Porglon
Editor & Reader
พอกลอน ซาเสียง / สถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ / กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut (2555-ปัจจุบัน) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) / บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / โตขึ้นจึงรู้ว่า / DearYou ถึงคุณ,ด้วยความคิดถึง ฯลฯ / ช่องทางการติดตามแฟนเพจ เรียกเขาว่าอาจารย์

Comments