เด็กหออย่างเรา ต้องเอาชีวิตรอดมากนะรู้ไหม


เราผ่านชีวิตเด็กหอมาร่วมสี่ปี นึกย้อนไปทีไรก็ตลกตัวเองทุกที ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องพังๆแบบนี้ที่หอพักได้นะ
ต้องขอเกริ่นก่อนว่าเราอยู่หาพักคนเดียว ไม่มีรูมเมทตั้งแต่ปีหนึ่ง หอพักเดิมเพราะใกล้มหาวิทยาลัยแม้จะไม่มีลิฟต์ก็ตาม แต่การที่เราเดินข้ามถนนสองเลนส์เล็กเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยมันก็ถือว่าสุขใจมากพอแล้ว ถึงอย่างนั้นเราก็ท้อใจในบางครั้งเมื่อเราต้องเดินขึ้นหอจำนวนสี่ชั้นเพื่อไปถึงห้อง

เรื่องราวความพินาศแรกของการอยู่หอพักคือสมัยปี 1 เราจำไม่ได้ว่าช่วงนั้นเป็นสองมิดเทอมหรือไฟนอลกันแน่ แต่ที่แน่ๆเราอ่านหนังสือไม่ทัน จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันพฤหัสดี เราเข้ามอ(มหาวิทยาลัย)ไปติวหนังสือวิชาภาษาไทย แต่ท้ายสุดเราก็ได้แค่อ่านหนึ่งหน้าและยิงมุกตลกกันไปมาจนถึงสองทุ่ม เนื้อหาในหนังสือไม่เข้าสมอง วรรณกรรมที่เป็นหนังสือหลักในการสอบก็อ่านไม่ถึงไหน...โคตรแย่เลย

เรากลับหอพักมาราวๆสามทุ่ม นอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงพลิกตัวไปมาก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ตอนนั้นในใจคือร้องอุทานว่าสัตว์เลื้อยคลานมีดอกสีทองบนหลัง หนังสือยังไม่ได้อ่านต่อ และหันไปมองตะกร้าผ้าก็พบว่า

เวรแล้วนี่กูลืมซักชุดนักศึกษาเหรอวะ ไม่รอช้าค่ะ...ด้วยความขี้เกียจเป็นทุนเดิม หอไม่มีลิฟต์ ขี้เกียจลงไปซักผ้า ฉะนั้นก็ซักในห้องน้ำนี่แหละ เราหยิบกะละมังสีแดงเก่าๆใต้อ่านล้างหน้ามารองน้ำก๊อก จากนั้นก็เป็นน้ำระดับกลางและเดินมาเล่นโทรศัพท์มือถือต่อ ด้วยความที่คุยกับเพื่อนสนุกสนาน เราเลยลืมไปว่าเราเปิดน้ำอยู่ ทันใดนั้นเอง เท้าของเราที่ยกขึ้นชี้ฟ้าแตะลงไปบนพื้น ก็รู้สึกถึงความเย็นและแฉะ ตอนนั้นเราสะดุ้งแบบไม่คิดชีวิต หันไปมองข้างหลังก็พบว่า ในห้องพักตอนนี้คือทะเลกรุงเทพดีๆนี่เอง

เรือใหญ่หายอีกแล้วค่ะคุณ ดิฉันวิ่งไปปิดน้ำ มองดูน้ำที่ไหลออกมาว่ามันจะไปทางไหนต่อ สรุปคือมันไหลออกจากห้องพักออกไปข้างนอก เราคิดว่าคงจะไหลออกไปไม่เยอะหรอก แต่ที่ไหนได้ เปิดประตูออกไปดิฉันสามารถก่อกองทรายได้เลย 

น้ำท่วมค่ะ
อ่านไม่ผิดค่ะ
ดิฉันทำน้ำท่วมหอพักในเวลาเที่ยงคืน...

สุดยอดเลยไหมล่ะ ตอนนั้นเราร้องคำหยาบออกมา ปล่อยสัตว์ทุกตัวในปากวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วหอ โชคดี(เหรอวะ)ที่ห้องเราคือห้องรองสุดท้าย เพราะฉะนั้นน้ำมันก็ไหลในระยะสั้นๆ แต่มันเป็นทางลาดไง แต่ไม่ใช่พื้นไม้ เจ้าของหอเป็นคนจีนก็จริงแต่ไม่มีส้มหล่น

ห้องตรงข้ามเราเขาเปิดเพลงและร้องเพลงอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่านอกห้องมีภัยพิบัติร้ายแรง เราหยิบที่ตักขยะจากในห้องมาโกยน้ำและไปที่ท่อระบายตันๆให้ห้องน้ำเพื่อทิ้ง คุณผู้หญิงคงเข้าใจเราว่าตรงท่อระบายน้ำเรานั้นจะเต็มไปด้วยเส้นผม จนมันอุดตันจนทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ เราตักน้ำทิ้งไปสิบกว่ารอบแต่ยังไม่หมด ทว่าตอนนั้นเสียงของผู้หญิงห้องตรงข้ามเงียบลง พร้อมกับเสียงเพลงที่ดับลงเช่นกัน จังหวะนั้นเรากำลังตักน้ำ และพวกเธอก็พูดกันว่า ‘มึงได้ยินเสียงน้ำไหมวะ’ ดิฉันหยุดมือและรีบเข้าห้องล็อกทันที รอให้มีสติสักสามนาทีแล้วเดินออกไปตักน้ำต่อ

แต่เราว่าวิธีนี้ไม่เวิร์ค เราจึงยอมสละผ้าห่มผืนหนาน่าจะซับน้ำได้ดีออกมา วางตามทางขวางทางเดินแล้วก็วิ่งถูให้น้ำซึมเข้าผ้าห่ม

ได้ผลค่ะได้ผล...น้ำนอกห้อแห้งแล้ว แต่ในห้องนี่สิ ความพินาศของจริง หนังสือ สายไฟ อุปกรณ์ทุกอย่างที่เคยวางบนพื้น ถูกวางกองบนเตียงยางเย็นๆเพราะผ้าปูเราเอาไปเช็ดน้ำทั่วห้อง

หนังสือไม่ได้อ่าน ผ้าก็ซักแบบไม่สะอาดแล้วก็ต้องแขวนตากด้านนอก ส่วนเราก็นอนบนเตียงแบบไม่มีผ้าห่ม มีแต่หมอนแล้วก็ผ้าเช็ดตัวเน่าๆหนึ่งผืน รวมไปถึงเราต้องเปิดแอร์ เพื่อให้พัดลมระบายความร้อนด้านนอกได้ทำงานพัดเสื้อให้แห้งทันแปดโมงเช้าพรุ่งนี้

นี่เป็นแค่เรื่องแรกของความพินาศเท่านั้น และน้องหรือใครก็ตาม โปรดรักโลกรักชีวิต รักน้ำรักปลา อย่าเปิดน้ำทิ้ง อย่าขี้ลืม ไม่อย่างนั้นชะตากรรมคงเหมือนดิฉันแน่นอน

เรื่องต่อมาคือสมัยปี 2 หรือ 3 ไม่แน่ใจ ซึ่งเป็นวันศุกร์ วันแห่งการพักผ่อน (ยังอยู่หอเดินค่ะ ไม่มีใครจับได้ว่าทำน้ำท่วมหอด้วย) เรากำลังนั่งเขียนงาน วาดรูปไปเรื่อยเปื่อย ขณะนั้นฝนตกหนักมาก ช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ ตอนนั้นเราได้ยินเสียงแวว เหมือนดนตรีไทยสมัยก่อน เสียงเอื้อน เราตกใจเลยค่ะ คิดว่า ‘กูโดนแล้ว เจ้าที่หอนี้เล่นกูแล้วแน่ๆ’ จากนั้นด้วยความเป็นสาวติดโซเชี่ยล สตอรี่ไอจีต้องเป็นจุดไข่ปลา ดิฉันจึงเดินหาต้นเสียงค่ะ รอบห้องนี่แหละ จนในที่สุดได้ยินมาจากช่องระบายอากาศในห้องน้ำ


นึกภาพตามนะ มันดึกมา ฝนตก มีเสียงขับเสภา

ฮัลโหล ขับเสภาตอนห้าทุ่มอะ ไม่มีหรอก ไม่มีใครทำแบบนี้ แม้ว่าจะกลัวแต่สาวโซเชียลต้องทำหน้าที่ต่อ ดิฉันถ่ายสตอรี่ไอจีค่ะ พร้อมแคปชั่นว่า ‘ใครมาขับเสภาตอนนี้’ เพื่อนทั้งหลายที่นอกดึก ละไปร้านเหล้าทักทายมาหาดิฉันค่ะ ว่า เห้ยมึงน่ากลัว บ้างก็หูฝาดไหมมึง

แต่เสียงนั้นหายไปแล้ว เราคิดว่าตัวเองคงหูแว่วจริงๆ แต่ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องน้ำ....เอิงงงงงง มาแล้วค่ะ เสียงของความขนหัวลุกแบบไทย แม้จะไม่อินเรื่องผี แต่ชีวิตเกินมาในสังคมนี้ก็ขอกลัวหน่อย เสียงเอื้อนชวนวังเวงมาอีกครั้ง จนฉันต้องลงสตอรี่(สาวโซเชียลสุด)อีกครั้ง ถามหาความเป็นธรรมให้กับตัวเอง ว่าเราผิดตรงไหนที่จะต้องมาได้ยิน มาให้เธอหลอกหลอนเรา

คืนนั้นนอนกึ่งหลับกึ่งตื่น จนกระทั่งเช้าวันใหม่...ได้รู้ข่าวจากเพจมหาวิทยาลัยว่าวันนี้มีการฉลองวันเกิดมหาวิทยาลัย และมีการขับเสภา....


ฮัลโหล~ ความรู้สึกฉันละ เอามันกลับคือมา เอากลับคืนมา เอาความกลัวเมื่อวานของฉันกลับคืนมาเดี๋ยวนี้


นี่คือชีวิตในหอพัก และมีอีกหลายเรื่องเลยค่ะเกี่ยวกับชีวิตหอพักที่รันทดมากๆ ย้อนไปแล้วก็สงสารตัวเอง เอาไว้มีโอกาสจะมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
SHARE
Writer
parichwrite
human | writer
novel / article / from someone to somebody

Comments