ในค่ำคืนที่นอนไม่หลับ
    หลังจากที่ฉันได้คุยกับทนายความเมื่อช่วงบ่ายวันนี้แล้วนั้น แม้ว่าจะรู้สึกโล่งใจขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นแล้วก็ยังรู้สึกว่าชีวิตตัวเองก็ยังคงเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่ดี
พิษโควิด ชีวิตเปลี่ยน

     เป็นเวลา 16 ปีกว่าแล้ว กับชีวิตสาวออฟฟิศคนหนึ่ง ที่ต้องทำงานและดูแลรับผิดชอบคนงานทั้งบริษัทแทนเจ้าของบริษัทแห่งนี้ซึ่งเขาแค่มาลงทุนเปิดบริษัทไว้ แล้วกลับไปประเทศตัวเอง ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันแน่นอนว่ามีหลายบริษัท และหลายโรงงานที่จะต้องปิดตัวลง หรือต้องเลิกจ้างพนักงาน แล้วบางรายก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าชดเชยพนักงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    ซึ่งตอนนี้ฉันเองก็ประสบปัญหานี้อยู่เช่นเดียวกัน ฉันในฐานะเปรียบเสมือนนายจ้าง และฉันเองก็ในฐานะลูกจ้าง หรือพนักงานคนหนึ่งของบริษัทนี้ หากเป็นเช่นนี้แล้วชีวิตของฉันควรเดินไปทางไหนดี เจ้าของบริษัทตัวจริงไม่ใช่ฉัน แต่ฉันในฐานะกรรมการบริษัท ฉันต้องต่อสู้กับพนักงานคนไทยด้วยกันเองอย่างนั้นใช่ไหม ถึงตอนนี้แล้วฉันจะทำอะไรได้บ้างเล่า ทนายความจะช่วยจัดการเรื่องนี้ได้จริงๆหรือเปล่า เรื่องราวทุกอย่าง พร้อมทั้งคำถามมากมายมันวนเวียนอยู่ในหัวฉันตลอดเวลา จนทำให้คืนนี้ฉันนอนไม่หลับเลย 

     หากถามว่าเครียดไหม ตอบเลยว่ามาก หากถามว่าท้อไหม ตอบเลยว่าไม่ ฉันยังคงต้องต่อสู้ต่อไป ฉันไม่ได้บอกเรื่องราวเหล่านี้ให้พ่อกับแม่ของฉันได้รับรู้เลยเพราะฉันไม่ต้องการให้ท่านเป็นห่วงฉัน พ่อกับแม่คือกำลังใจที่สำคัญที่สุดสำหรับฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆเด็ดขาด แต่ก็มีนะที่จู่ๆน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง แค่เราคิดแค่เราท้อแค่นั้นก็เหมือนว่าเธอจะยอมแพ้แล้วนะ ดังนั้น ฉันจะไม่แสดงความอ่อนแอเหล่านี้ให้ใครได้เห็นเป็นอันขาด

     เอาหล่ะ อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด ความเชื่อเรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ยังคงเป็นคติประจำใจของฉัน ชะตากรรมชีวิตของฉันในครั้งนี้สวรรค์ท่านคงจะลิขิตไว้แล้ว ฉันก็แค่หวังและภาวนาว่าคุณงามความดีที่ฉันได้ทำไว้จะช่วยให้ฉันผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี และขอให้พนักงานทุกคนเข้าใจในตัวฉัน ฉันไม่รู้ว่าจากนี้ไปชีวิตของฉันจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน แต่อย่างน้อยฉันก็ถือว่าฉันทำดีที่สุดแล้ว ทั้งในฐานะนายจ้างและลูกจ้าง

ขอบคุณสวรรค์ หากท่านจะโปรดเมตตาชีวิตลูกให้กลับมาเป็นดั่งเดิม




SHARE
Written in this book
For me

Comments