gift from the sea 🌞
กายที่หนักอึ้ง ถูกทิ้งตัวลงบนพื้นทราย ที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยหยาบๆ ทะเลที่นี่ไม่ใช่ทรายละเอียด มันเต็มไปด้วยซากหอยนานาชนิดที่เป็นรูปร่างบ้าง ไม่เป็นรูปร่างบ้าง — บ่งบอกว่าหาดทรายที่นี่เป็นหาดทรายใหม่

แต่ซากเหล่านี้แหละ
ที่กำลังจะรอให้วันเวลาและคลื่นทะเล
บดพวกมันจนละเอียดกลายเป็นเม็ดทรายสวยงาม

นั่งทับลงไปก็เจ็บ ...
แต่เมื่อผ่านพ้นวันเวลา พวกมันจะงดงามขึ้น
เปลือกหอยเหล่านี้ กำลังแหลกสลายเพื่อกลายเป็นสิ่งใหม่


ความรู้สึกที่ถูกซัดเข้ามาพร้อมกับมวลคลื่นตอนนี้
ปฏิเสธไม่ได้เลย ที่จะไม่เขียนบันทึกเอาไว้

รู้สึกหลากหลายไปหมด...

นานมากแล้วที่ไม่ได้นั่งจ้องมองคลื่นน้ำขยับตัววิบวับรับแสงตะวันแบบนี้ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกต่างออกไป — ความรู้สึกถูกอนุญาตให้คิดถึง ‘พ่อ’ เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา หลังจากที่ผ่านมามันถูกเก็บเอาไว้ตลอด และปฏิเสธที่จะคิดถึง ความรักถูกฉาบปิดทับด้วยความโกรธและความเสียใจ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะอะไรก็ตาม
ถ้าหากมันเป็นความจริง มันก็ต้องปรากฏขึ้น
เพียงแต่ จะช้าหรือเร็ว เท่านั้นเอง


• 
หลายปีที่แล้ว พวกเราพาพ่อมาไว้ที่นี่
รู้สึกอิจฉาจังที่ได้อยู่กับทะเลตลอดเวลา
ได้เห็นแสงตะวันที่มาทักทาย — และลาลับไป วันแล้ววันเล่า ได้เห็นแสงเดือนแสงจันทร์ทุกค่ำคืน ; หรือพ่อจะเห็นมันจนเบื่อแล้ว จนไม่ตื่นเต้นใดใดกับชีวิตอีก
และกำลังรู้สึกเหงาจับใจ เหมือนที่หนูเป็นอยู่ตอนนี้

เวลาที่พายุโหมกระหน่ำ
พ่อจะรู้สึกเหน็บหนาวหรือเปล่า
หวาดกลัวหรือเปล่า
โดดเดี่ยวหรือเปล่า
หรือพ่อไม่ต้องรู้สึกใดใดอีกแล้ว

มีแต่พวกเราที่นั่งตรงนี้
ที่ยังคงรู้สึก —


ความรู้สึกเหล่านี้
บ่งบอกว่าเรายังมีชีวิต

แต่ทว่า หนูกลับเหนื่อยเหลือเกินที่จะมีชีวิต
หนูรู้เหตุผลพวกนั้น
ที่จะมีชีวิตอยู่
แต่เหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยเกินไป


เปลือกหอยเหล่านั้น
ทำให้คิดถึงหนังสือเรื่อง ‘Gift From The Sea’ 
เขียนโดย Anne Morrow Lindbergh

เปลือกหอยที่ใหญ่เกินไป ทำให้ชีวิตหนักอึ้ง
เปลือกหอยที่เล็กเกินไป ก็ทำให้อึดอัด


ท้ายที่สุด เราต้องหาความพอดีให้กับตัวเอง

สิ่งต่างๆนานาที่แบกไว้ ทำให้หนักอึ้ง
หน้าที่ บาดแผล อดีต อนาคต ความคาดหวัง ความโกรธเคือง หรือแม้แต่ใจรักผูกพัน 

[ หนูเขียนถึงตอนนี้แล้วพักเอาไว้
เหนื่อยมากเลย หายไปหลับมาหน่ะ
ผ่านไป 24 ชั่วโมงพอดี
หนูยังหยุดคิดถึงทะเลไม่ได้เลย ]

รู้มั้ยความรู้สึกที่แท้จริงคืออะไร
หนูหน่ะ อยากลอยไปกับคลื่นลม
แล้วหายไปตลอดกาล ...

ลองหลับตานึก
ความรู้สึกนั้นมันง่ายดี
แต่กว่าจะได้หายไปจริงๆ มันคงทรมาน

หากตอนนี้ หนูมีชีวิตต่อไป
ภายใต้สมมติฐานของมนุษย์ผู้ตายไปแล้ว
ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
มันคงน่าสนุก และเบาสบาย
หนูไม่ต้องมีตัวตนสำหรับใครอีก
ไม่ต้องกลัวใครจะผิดหวังเพราะหนู

มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้แล้ว

ลองดูมั้ย...

ถ้าของขวัญจากทะเลครั้งนี้ไม่ใช่ความตาย
แต่เป็นอิสระของชีวิต
หนูก็จะลองดูอีกสักตั้งนะ


🌊

[ แวะมาเขียนต่อ อีกหน่อย ]
• 
“If we shared in Jesus' death by being baptized, we will be raised to life with him.

We know sin doesn't have power over dead people.”
‭‭Romans‬ ‭6:5, 7‬ ‭


ในความเป็นจริงชีวิตคริสเตียนที่เราเป็นมาตลอดมันคือการ ‘ตาย’ นั่นแหละนะ ตายต่อตัวเก่า ตายต่ออดีต ตายต่อเนื้อหนัง ตายต่อตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องยึดถืออะไรไว้อีก ไม่ต้องแบกอะไรไว้อีก  — เพราะพระคริสต์ได้แบกรับแทนเราไว้หมดแล้ว

ทั้งความกลัว ความเศร้า ความตาย 

พูดง่าย — 

ไม่หรอก พอวันนี้
ได้คิดเรื่องตายอีก
สมมติว่าเราหายไป

แต่มีชีวิตขึ้นใหม่ในพระเจ้า พระเจ้าผู้ซึ่งเป็นคุณพ่อที่สร้างเราขึ้นมาตั้งแต่แรก ; แบบนั้นชีวิตก็จะมีหวังขึ้นมา

เราได้อยู่กับพระเจ้าแล้วในโลกมนุษย์ที่โหดร้ายนี้แหละ
ได้อยู่ในกายที่ขยับเคลื่อนไหวได้ ทุกข์ได้ สุขได้ 
และทำสิ่งซึ่งควรทำ เป็นสิ่งที่ควรเป็น
[ ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นคาดหวังให้เป็น ]

ถ้าได้ยอมตายแล้ว
กลายเป็นซากเปลือกแล้ว
ต่อจากนี้ พระเจ้าเนรมิตเราขึ้นใหม่ ให้เราได้เป็นสิ่งใหม่

สำหรับพระเจ้าแล้ว
เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอเลย ;

แต่ทุกครั้งที่เราตายต่อสิ่งที่เป็น
มันก็เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงเสมอเสมอ

ครั้งนี้เราทิ้งซากเปลือกของเราไว้ที่ทะเลนั่น แล้วออกตามหาเปลือกหอยอันใหม่ อันซึ่งเป็นเกราะกำบังใหม่


เรามีพระเจ้า และเราสามาถเริ่มต้นใหม่กับพระเจ้าได้ในทุกวัน ตายแล้วเกิดใหม่อย่างนับไม่ถ้วน จนกว่าเราจะได้อยู่ในที่ซึ่ง ไม่ต้องดิ้นรนใดๆ

ที่ซึ่งไม่มีการหิวโหย
ไม่มีทุกข์ร้อนใดๆ
ไม่มีน้ำตาอีกต่อไป


ไม่ต้องไขว่คว้าใดๆ
เพื่อกายเนื้อนี้อีก


; JULY 2020









SHARE
Writer
PANPANMEME
extraordinary,honey skin ☽
Then I ask, “Why do you care about us humans? Why are you concerned for us weaklings?” ‭‭Psalms‬ ‭8:4‬ ‭

Comments