ชื่อของเจ้ายักษ์ III
| บทที่ 14 |

เอมิเลียผละออกจากร่างสูงของเจ้ายักษ์ นางมองข้ารับใช้หนุ่มด้วยแววตาขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ยาก 

'ช่างมาได้ถูกจังหวะเหลือเกินนะท่านซิกมุนด์ '

"ขออภัยที่ต้องเสียมารยาท  นายหญิงให้มาเรียกท่านชายไปพบที่ห้องทรงงานขอรับ..เดี๋ยวนี้เลยขอรับ "

เจ้ายักษ์ดึงสติกลับมาอีกครั้งพลางขยับเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เป็นระเบียบเรียบร้อย พลันหันไปสบตากับแม่มดสีขาว ตัวเล็กๆข้างกาย ที่ดูจะมีสภาพค่อนข้างจะยับเยินอยู่สักหน่อย

"อะ เอ่อ... คือว่า ข้าถูกเรียกตัว รบกวนท่านเอมิเลียกลับไปก่อน .." เจ้ายักษ์รู้สึกผิดกับการกระทำที่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายรังแกนางไปซะได้ 

" เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน..." หญิงสาวกล่าวเรียบๆก่อนจะเดินจากไป

เจ้ายักษ์พรูลมหายใจออกมายาวๆ เกิดอะไรขึ้นนะ... อยู่ดีๆก็กลายเป็นข้าที่ไปล่วงเกินนางซะได้  ถ้าไม่ได้ท่านซิกมุนด์ล่ะก็....ข้าคงได้กลายเป็นสามีนางเป็นแน่

เจ้ายักษ์นึกขอบคุณอยู่ในใจ

"นำทางข้าไปเถอะท่านซิกมุนด์.." เจ้ายักษ์กล่าวขึ้น

องครักษ์หนุ่มผมสีทองอร่าม หัวคิ้วขยับเล็กน้อย และจ้องมายังเขา ไม่สิ! เบื้องล่างนั่น

"ข้าว่าท่านรออยู่ซักครู่ก่อนจะดีกว่า เหมือนเจ้ายักษ์น้อยนั่นจะชี้หน้าข้าอยู่ พร้อมเมื่อไหร่ท่านค่อยออกมาข้าจะรออยู่ข้างนอก" 

(.////.)~

.............

.......

.....



ห้องทรงงาน

แม่มดสาวนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด อยู่กับแผ่นกระดาษวางไว้ไม่เป็นที่เป็นทาง ข้ารับใช้คนสนิทของนาง ซิกมุนด์ ได้เดินมาพร้อมกับเจ้ายักษ์ นางเงยหน้าขึ้นมามองและส่งสัญญาณให้เขานั้นนั่งลงที่เก้าอี้บุนวมอย่างดีที่เตรียมไว้ให้

"รุ่งเช้าเราจะออกเดินทาง ข้าจัดการทุกอย่างใกล้จะเสร็จแล้ว .... " 

" ท่านเรียกตัวข้ามาโดยด่วน....เพื่อบอกสิ่งนี้หรือ?!"

นางที่ขีดๆเขียนบนรายงานที่กองเป็นตั้งอย่างขมักเขม้นอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองเจ้ายักษ์ตรงหน้า

" เจ้ามีปัญหารึ?? " 

แม้จะจากไปนานแต่ในอาณาจักรนี้ นอกจากพระราชา นางก็ถือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด หูตาของนางมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในปราสาทนี้ มีหรือที่จะไม่รู้ไม่เห็น ว่าใครทำอะไร ....

"ปละ ปล่าว ข้าเพียงแต่สงสัย .... คิดว่าธุระแค่นี้ให้ข้ารับใช้ ไปบอกก็ได้นี่นา ไม่เห็นจะต้อง.."

สายตาพิฆาตส่งมาจนเจ้ายักษ์ต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงไปในลำคอ 

" ขัดจังหวะเจ้ารึ!? " หญิงสาวกล่าวในลำคอ

เจ้ายักษ์สะดุ้ง..

"ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าไปร่ายเวทย์เล่นคุณไสย์อะไรใส่นาง แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า... อย่าได้มายุ่งวุ่นวายกับน้องสาวข้า...." 

ดวงตาสีเขียวคู่นั้นส่องประกายสว่างวาบชวนขนลุก 

" เจ้าก็ไปบอกนางสิ! "

" เอ๊ะ ! ไอ้เจ้ายักษ์นี่!! "

หญิงสาวลุกขึ้นมาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ทำเอาเจ้ายักษ์ตกใจ ส่วนองค์รักษ์ทั้งหลายยังคงยืนนิ่งอย่างเป็นปกติ 

นึกถึงข้อเสนอของเอมิเลียได้ก็คิดว่า เก็บปากเก็บคำไว้ดีกว่า ไหนเลยจะกล้าบอกนาง

' ทำให้นางหลงรัก ?'

'ข้าว่ายาก...'

" ถ้าหมดธุระแล้วข้าก็ขอตัวไปอาบน้ำอาบท่า เก็บข้าวของสำหรับพรุ่งนี้ " เจ้ายักษ์เอ่ยขึ้น 

เขาหันหลังและเดินจากไป แผ่นหลังกว้างๆนั้นจากไปในไม่ช้าทิ้งไว้เพียงอารมณ์โมโหที่ยังคุกรุ่นอยู่ในใจแม่มดสีดำตนนี้

น้องสาวนางเข้าหาเขาย่อมต้องมีที่มา เธอเดาความคิดของเอมิเลียได้ไม่ยากนัก นางให้ซิกมุนด์ องครักษ์ส่วนตัวของนางไปคอยดูแลอารักขาเจ้ายักษ์ด้วยหลายสาเหตุ ตรวจตรา เฝ้าระวัง และรายงานกับนางอยู่เสมอ

"ยั่วยุน้องสาวข้าจนเสียคนกันไปหมดแล้ว หญิงในวังเดี๋ยวนี้ก็ช่างเปลืองเนื้อเปลืองตัวกันเหลือเกิน! "

แม่มดสาวบ่นอุบ

องครักษ์หนุ่มมองดูนายของตนบ่นแล้วได้แต่คิดในใจว่า 'คนที่เปลืองตัวกว่าใครเพื่อนน่าจะเป็นท่านเสียมากกว่านะท่านลิเลีย....'

ชุดสีดำผ่าลึกเผยเรียวขายาว ๆ และ แผ่นหลังงดงามของนาง ก็ทำให้ผู้คนเหลียวมองจนคอแทบหักกันทั้งราชวัง

" มาเฝ้าข้าอยู่ทำไม ... ไปเฝ้าเจ้ายักษ์โง่โน่นไป!! ไร้มันสมองกันหมดแล้วหรือ เจ้าพวกนี้!!"

.

.

.

เจ้ายักษ์และแม่มด ออกเดินทางกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง โดยมีเกวียนขนของหนึ่งหลัง และเหล่าผู้ติดตามนับสิบนายและสาวใช้จำนวนหนึ่ง

ม้าขาวสง่างามของลิเลีย วิ่งไปบนเส้นทางที่ปูลาดอย่างดี ที่ทอดยาวออกไป ข้างหลังยังมีซิกมุนด์และเจ้ายักษ์ในร่างชายหนุ่มสง่างามที่กอดรัดองครักษ์หนุ่มอยู่บนหลังม้านั่น ดูช่างเป็นภาพที่พิลึกพิลั่นแก่ผู้คนที่พบเห็น เจ้ายักษ์บนหลังม้าครั้งแรก...

' ให้ข้าอยู่ในร่างยักษ์แล้วเดินทางยังจะดีซะกว่าอยู่บนม้าโยกเยกน่ากลัวนี่...ท่านซิกมุนด์ก็ควบม้าไม่บันยะบันยังเอาเสียเลยย ..'

เดินทางออกจากปราสาทผลึกเพชรงดงามนี้

ออกจากเมืองใหญ่

ออกจากเขตแดนของอาณาจักรเกทมัลเน่

และเข้าไปสู่ป่าลึก ที่เส้นทางดูคดเคี้ยว ขรุขระ และเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ที่ปกคลุมอยู่ตลอดเส้นทาง

ทั้งมืด ชื้น และ น่ากลัวอย่างประหลาด

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงเรื่อยๆ การเดินทางสู่ภูเขาแห่งเทพ ที่หมอกเริ่มก่อตัวหนาขึ้นจนการมองเห็นนั้นไม่ค่อยดีนักพวกเขาจึงหยุดพักในบริเวณดังกล่าวนี้ เพื่อรออาทิตย์ขึ้นในรุ่งเช้าจึงค่อยเดินทางต่อ

กองไฟขนาดย่อมถูกก่อขึ้นอยู่หลายจุด ข้ารับใช้ สาวๆ ต่างจัดเตรียมหุงหาอาหาร ให้แก่นายหญิงของตนและท่านยักษ์ที่ยังอยู่ในร่างมนุษย์ 

กระโจมนอนขนาดใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ตกแต่งอย่างสะดวกสบาย มีเตียงนอนขนาดมหึมา และสิ่งจำเป็นต่างๆ อยู่ภายในนั้น

" บรรยากาศดูน่ากลัวเหลือเกินสถานที่แห่งนี้ มันคือที่ใดกัน? " เจ้ายักษ์เอ่ยถามขึ้น หลังจากรับประทานมื้อค่ำเสร็จแล้ว 

" ที่นี่คือป่าแห่งทวยเทพ พวกเราอยู่ระหว่างเขตแดนของดินแดนเวทย์มนตร์ของเหล่าพ่อมดแม่มด กับ เขตแดนแห่งเทพ " องครักษ์ซิกมุนด์อธิบาย

" ดินแดนเทพนี้ไม่ใช่ว่าใครก็เข้าไปได้ หรือแม้แต่เมื่อเข้าไปแล้วก็อาจจะกลับออกมาไม่ได้ จึงไม่ค่อยมีผู้ใดที่อยากจะเข้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้นัก" 

เจ้ายักษ์พยักหน้าฟังอย่างเข้าใจ.....

'ลิเลียยอมเอาตัวนางมาเสี่ยงเพื่อการค้นหาตัวตนของเขา อย่างนี้แล้ว นางจะเป็นแม่มดผู้โหดร้ายไปได้อย่างไร? '

ขณะที่เจ้ายักษ์กำลังรู้สึกซาบซึ้งถึงน้ำใจของแม่มดดำนี้เอง นางที่กำลังนั่งมองกองไฟ ที่มีสะเก็ดเล็กสะเก็ดน้อยปะทุออกมาเป็นระยะอยู่ด้วยสีหน้าประหลาดและในใจคิดว่า

จะซัดหน้าตาลุงนั่นซักที!! โทษฐานที่หลอกลวงนางว่าจะให้นางได้พักผ่อนเยียวยาจิตใจ แต่กลายเป็นการไปตื่นขึ้นในโลกมนุษย์ โดยไร้ซึ่งพลังอำนาจทนทุกยากลำบากนับสิบปี!!!

เมื่อเสร็จสิ้นมื้อค่ำและได้เวลาที่นางจะได้เอนกายพักผ่อนแล้วนั้น ลิเลีย ที่อยู่บนเตียงนอนนุ่มๆกำลังจะหลับตาลงพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า ก็สะดุ้งตื่นขึ้น เมื่อเตียงที่นอนอยู่ทรุดฮวบลงไป ด้วยร่างใหญ่ๆของเจ้ายักษ์อัปลักษณ์ที่นั่งลงมา 

ไม่สนใจท่าทีตกใจของแม่มดสาว เจ้ายักษ์ดึงผ้าห่มหนาๆนั่นมาคลุมกายและเอนตัวลงนอนอย่างชื่นมื่น

" เจ้าขึ้นมานอนบนเตียงข้าได้ยังไงเจ้ายักษ์สามหาวนี่!!!!" เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้น

"ท่านซิกมุนด์บอกว่าเขาเตรียมที่นอนไว้ให้ข้าแล้ว เดินเข้ามาก็เห็นเตียงอยู่เตียงเดียวเจ้าจะให้ข้าไปนอนที่ไหนกันเล่า??" 

องค์รักษ์หนุ่มเดินเข้ามาในกระโจมด้วยท่าทีสุขุมอย่างเคย ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลไพเราะ

" ขออภัยนายหญิง พวกข้ารับใช้เตรียมที่หลับที่นอนมาเพียงชุดเดียว ข้าจึงได้ให้ท่านชายเข้ามาเอง" 

"โอ้ยย! บทจะโง่ก็โง่กันนัก! ออกเดินทางกันมาตั้งหลายคนดันเตรียมที่นอนมาชุดเดียว!!! สมองพวกเจ้าหมดอายุการใช้งานกันแล้วหรือยังไงกัน!!!" 

ให้มันไปนอนข้างนอกกับพวกเจ้าไป๊!" พูดพลางใช้เท้าเล็กเล็กของนางเขี่ยร่างหนาๆของเจ้ายักษ์ตัวใหญ่ที่เริ่มส่งเสียงกรนออกมาเบาๆ

" เกรงว่าท่านอาจจะต้องให้เกียรติท่านชายนั้นอยู่สักหน่อย เขาอาจเป็นเชื้อสายแห่งทวยเทพ อาจจะนำความลำบากมาให้ในภายหลัง ลำพังความลำบากที่ท่านได้สร้างไว้ก็มากอยู่แล้ว "

'องค์รักษ์ส่วนตัวข้านี่มันน่าตัดลิ้นทิ้งเสียจริง!! เหตุใดมันสมองจึงมิได้ดีอย่างปากของมันกันนะ!!'

เสียงกรนของเจ้ายักษ์เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ นางนั้นดึงหมอนหนานุ่มขึ้นมาฟาดเจ้ายักษ์ที่หลับไหลไปอย่างสะดวกสบาย ครั้งแล้วครั้งเล่า

องครักษ์หนุ่มเดินไปเป่าตะเกียงในกระโจมนั้นแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความมืดและเสียงก่นด่าของแม่มดสาวและ เสียงกรนดังราวสัตว์ป่าคำรามของยักษ์ตัวโข่ง


คืนนั้นเจ้ายักษ์ฝันถึงบิดาของเขา รอยยิ้มอันแสนอบอุ่น และ ความสุขต่างๆก็เติมเต็มในหัวใจดวงนี้ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

     อัลเฟียส  ....... อัลเฟียส ......อัลเฟียส


เสียงนั้นที่คุ้นเคยเรียกขานชื่อหนึ่ง ดังอยู่ในความฝันอันงดงามอบอุ่นของเจ้ายักษ์

.

.

.


"ในวันที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแย่ๆมากมาย ยังมีปากของข้าที่ยังดีอยู่"

-. องครักษ์ซิกมุนด์


つづく~

(โปรดติดตามตอนต่อไป~ )


🌵💕爪丨几ㄖ尺 丂乇ㄒ乃卂匚Ҝ

SHARE
Writer
MinorSetback
A Mage!
🍒ฟังเพลงแปลงได้ในYoutube: MinorSetBack | อ่านนิยายได้ที่ ReadAWriteนะคะ เยิ้ฟๆ 🍒

Comments