ความสัมพันธ์แบบไก่ย่าง...อ่ะ
“วันนี้พี่ออกเวร เราไปเที่ยวเล่นกันมั้ย” พี่หมอชวน
“อือ”

“อยากไปไหนครับ” พี่หมอถามจริงจัง
“ไปไหนก็ได้ ขับรถไปเรื่อยๆไม่ต้องมีแพลนค่ะ”

“ต้องระบุสิครับ อยากไปที่ไหน”
“ชีวิตมันคือ ความน่าจะเป็นนับพันๆล้าน ที่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าอยากผจญภัยปล่อยให้มันเป็นไป..ไม่ต้องแพลนก็ได้นะคะ”

“แล้วเราจะไปยังไง”
“จับเหรียญไปเรื่อย ๆค่ะ พอถึงทางแยก ก้อยเลี้ยวซ้าย หัวเลี้ยวขวา”

“ก็ได้ครับ งั้นไปรถใคร รถพี่หรือรถหนู”
“รถใครก็ได้ค่ะ”

“ไปรถพี่แล้วกัน พี่ขับเอง จะได้ถนัด”
“รถหนูน้ำมันเต็มถัง เช็ดสภาพเรียบร้อย ปลอดภัย “ ฉันให้ข้อมูลเพิ่มเติม เผื่อใช้ในการตัดสินใจ

“งั้น ใช้รถใครดีครับ” พี่หมอ โยนการตัดสินใจมาให้ฉันเลือก
“รถใครก็ได้ค่ะ ไม่มีผลต่อความรู้สึก” ฉันตอบ

“งั้น ไปรถพี่แล้วกัน”
“โอเค ได้ค่ะ” ฉันเคารพในการตัดสินใจของเขา

ระหว่างทาง พี่หมอขับรถ เปิดวิทยุ 94.5 คลื่นที่เปิดเพลงยุค 80 เพลงที่ฉันเกิดไม่ทัน แต่ก็ชอบนะ ฟังเพลงยุคนั้น สบายๆ เพราะดี ฉันแอบสงสัย พี่หมอจะฟัง Blankpink หรือ X japan บ้างมั้ยนะ

ระหว่างเดินทางต่างคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง เราไม่เคยอึดอัดที่จะอยู่ท่ามกลางความเงียบและการไร้บทสนทนาที่ยาวนาน

ฉันสไลด์หน้าจอมือถือ เลื่อนดูฟีดในเฟสบุ๊ค และบังเอิญเห็นภาพ ไก่ย่าง ก็เลยพูดขึ้นลอย ๆ ว่า “อยากกินไก่ย่าง”

พี่หมอยังคงมีสมาธิในการฟังเพลง และจดจ่อกับการขับรถต่อไปสักพักใหญ่ อยู่ ๆ พี่หมอก็ถามขึ้นว่า
“อยากกินไก่ย่างอะไรครับ”

“ไก่ย่างอะไรแปลว่าอะไร “ ฉันถาม
“คือ ไก่ย่างแบบไหน” พี่หมอถาม ทำลายบรรยากาศชั่วขณะ

“ห๊ะ ไก่ย่างแบบไหน คือ อะไร” ฉันไม่เข้าใจว่าพี่หมอถามเพื่ออะไร ไก่ย่างก็คือไก่ย่าง ฉันต้องตอบอะไร
“ให้ซื้อที่ไหนครับ” พี่หมอถาม

“ไม่รู้ค่ะ ..พี่หมอถาม หมายถึง แบรนด์อะไรหรอคะ”
“อ๊ะ ใช่ อยากกินไก่ย่าง ของอะไร” พี่หมอถามอีกรอบ

“ต้องระบุด้วยหรอคะ ไก่ย่าง อะไรก็ได้ ที่เป็นไก่ย่างอ่ะค่ะ ” ฉันบอก รู้สึกงงว่า ทำไมต้องระบุให้ชัดเจน

“ไก่ย่างข้างทางก็ได้หรอครับ” พี่หมอถามเซ้าซี้
“ได้หมด อะไรก็ได้ค่ะ” ฉันบอก และรู้สึกว่า อะไรก็ได้จริง ๆ ไม่ได้ซีเรียส

“แล้วไก่ย่างข้างทางแบบไหน วิเชียรบุรี หรือไก่ย่างทั่วไป “ พี่หมอถาม ดูท่าทางซีเรียส
“พี่หมอกวนตีนป่ะเนี่ย หนูบอกว่าอะไรก็ได้ค่ะ” ฉันเริ่มโมโห เล็กน้อย เหมือนเขาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ คำว่า อะไรก็ได้ของฉัน

“ไก่ย่างทั่วไปมันขายที่ไหนครับ” พี่หมอถาม
“หนูก็ไม่รู้ ไม่เคยกินค่ะ แค่นึกอยากกิน” ฉันบอก

“ตอนแรกพี่คิดว่า จะเป็นเชสเตอร์กริล ไก่ย่างห้าดาว หรือไก่ย่างวิเชียร์ ตอนนี้เราขับรถอยู่กลางป่า กลางเขา จะหาไก่ย่างที่ไหนนะ” พี่หมอดูกังวล
“หนูไม่ได้ซีเรียสค่ะ คิดว่า ขับผ่านแล้วเจอ ค่อยจอดซื้อ หรือไม่ซื้อก็ได้ค่ะ” ฉันอธิบายมุมคิดของฉัน

“อยากกินตอนไหน ตอนนี้เลย หรือเปล่าครับ” พี่หมอถามจริงจัง
“ตอนไหนก็ได้ค่ะ” ฉันหมายถึงตอนไหนก็ได้จริง ๆ ไม่กินก็ได้ แค่นึกลอย ๆ แต่พี่หมอจริงจังมากเลย ทำให้ฉันหงุดหงิด

“พี่อยากรู้ข้อมูล จะได้ประเมินความเป็นไปได้ว่าเราจะไปซื้อไก่ย่าง ที่ไหนดีและจะซื้อเมื่อไหร่” พี่หมอท่าทางซีเรียส
“ถ้าพี่มองหาความเป็นไปได้ พี่ต้องตัดความเป็นไม่ได้ออกไปด้วยสิคะ” ฉันประชด

“หมายถึงอะไรครับ”เขาถาม
“พี่หมอถือพวงมาลัยรถอยู่นะคะ เท่ากับว่า 50% ในการตัดสินใจ ขึ้นกับพี่หมอ จะเบรก ถอย หรือเดินหน้า แล้วดูบริบทด้วยค่ะ นู่น..ตรงหน้าเป็นภูเขา สองข้างทางเป็นป่า มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะเป็นไก่เชสเตอร์กริล หรือไก่ย่างห้าดาวอยู่แล้ว มันควรเป็นไก่อะไรก็ได้ อะไรก็ได้ แปลว่า อะไรก็ได้ค่ะ พี่หมอไม่รู้จักไก่ย่างหรอคะ แล้วตอนนี้เราอยู่ตรงไหนแล้วค่ะ หนูยังไม่รู้เลย ร้านค้าก็ไม่รู้จัก หนูจะตอบได้ยังไง ว่าร้านไหน หนูระบุไม่ได้ค่ะ” ฉันอธิบายแบบโมโห ที่เขาเซ้าซี้จะเอาคำตอบที่ ฉันก็ตอบไม่ได้


“พี่ไม่มีข้อมูลเพียงพอ กับการตัดสินใจนี่นา พี่ถาม หนูโกรธหรอครับ” พี่หมอพูด น้ำเสียงราบเรียบ อย่างสุภาพ นั่นยิ่งทำให้ฉันโกรธ
“ปล่อยให้ชีวิต errror บ้างก็ได้ค่ะ หัดอยู่ในโหมด auto pirot ซะบ้างสิ พี่จะเป๊ะตลอดเวลาไม่ได้นะ” ฉันตัดพ้อ ดูเหมือนวิธีการคิดเราต่างกันมาก

“พี่ผิดอะไรนะ” พี่หมอพึมพำ
“กลับบ้านค่ะ หนูจะกลับบ้านแล้ว” ฉันบอก

“โกรธใช่ไหม” พี่หมอถาม
“โกรธค่ะ” ฉันตอบ

“โกรธเรื่องอะไร “
“ห๊ะ ต้องอธิบายด้วยหรอคะ”

“ใช่สิ งั้นหายโกรธแล้วค่อยคุยกัน”
“ห๊ะ ให้หายโกรธเอง”

“หรือจะให้พี่ง้อมั้ย แต่ต้องบอกก่อนโกรธเรื่องอะไร”
“หะ หะ ไม่ได้อยากให้ง้อค่ะ อะไรก็ได้เลย ตามใจเถอะ “ ฉันหงุดหงิดมากกว่าเดิมซะอีก

“นี่..โกรธก็ยอมรับสิครับ”
“ใช่ค่ะ บอกไปแล้วว่า โกรธ” ฉันยอมรับ

“แล้วเรื่องอะไรล่ะ พี่ทำหรอ”เขาถามหน้านิ่ง สุภาพ ใจเย็น
“อืมมมมม ...” (ยังมีหน้ามาถาม) เห็นท่าทางใจเย็นของเขา ยิ่งทำให้ฉันโกรธมากกว่าเดิม

“พี่ทำอะไร” เขาถามซ้ำเหมือนอยากรู้ ทั้งที่เขาน่าจะรู้
“พี่หมอถามว่า พี่ทำอะไรให้หนูโกรธ คำถามนี้ ก็ทำให้โกรธค่ะ เหมือนว่า หนูต้องอธิบายเหตุผล กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตัวเอง พี่ทำให้หนูรู้สึกผิด ที่โกรธ พี่หมอพูดเหมือนว่า หนูไม่ควรโกรธ” ฉันอธิบายสิ่งที่ฉันคิดออกไปตรง ๆ

“พี่ว่า หนูเข้าใจผิด อาจจะแปลความหมายผิด ครับ หนูมีสิทธิ์โกรธนะ พี่ไม่ห้าม แต่พี่อยากรู้จริง ๆ ว่าโกรธเพราะอะไร ครั้งหน้าพี่จะไม่ทำให้โกรธอีก” พี่หมอพูด

“พี่หมอเอาแต่ถาม ไก่ย่างอะไร เรื่องที่น่าจะรู้ดี หรือคิดได้เอง เรื่องง่าย ๆ อ่ะ ไม่น่าถาม” ฉันพูด
“โกรธที่พี่ถามหรอครับ พี่ไม่ได้กวนตีนนะ พี่ไม่รู้จริง ๆ “ พี่หมอบอก

“ระดับความฉลาดแบบพี่หมอ เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ไม่รู้ได้ไง คราวก่อนหนูบอกอยากกินราเมน พี่หมอยังนึกภาพออก และพาไปร้านอาหารญี่ปุ่นได้เลย กับแค่ไก่ย่าง พี่หมอจะไม่รู้ได้ไง “ ฉันเปรียบเทียบให้พี่หมอเข้าใจ

“พี่ทานมังสวิรัส หนูอาจจะลืม พี่เคยบอกไปแล้วนะครับ พี่ไม่รู้จริง ๆว่าไก่ย่าง ที่หนูอยากกินเป็นแบบไหน”

..............ฉันเงียบ

“หนูอาจเข้าใจผิด ก็เลยโกรธพี่ แต่พี่เข้าใจนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจกวนตีน หรือยั่วโมโหเลยนะ
....หายโกรธได้หรือยังครับ” พี่หมอพูดอย่างใจเย็น

“เอ่อ รู้สึกผิดเลย ลืม.......นึก เขากินมังสวิรัสนี่นา ” ฉันคิดในใจ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป กลัวเสียฟอร์ม ทำเป็นโกรธต่อไปดีกว่า >
เรื่องนี้สอนให้ฉันรู้ว่า
บางครั้งเราก็ไม่ได้เข้าใจถูก ไปซะทุกเรื่อง
โกรธเพราะเข้าใจผิด และตีความผิดนี่เอง

อยากพูด “ขอโทษนะ” แต่กลัวเสียฟอร์ม แกล้งโกรธต่อดีกว่า

“กลับบ้านมั้ยครับ”พี่หมอถามขึ้น
“กลับบ้านค่ะ” ฉันทำตึง แกล้งโกรธต่อแทนที่จะพูดขอโทษ

เขาขับรถมาส่งที่บ้าน แล้วก็กลับไป

19.30 น.เขามากดกริ่งหน้าบ้าน พอฉันไปเปิดประตู ก็ไม่เห็นเขาแล้ว เห็นแต่ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง
พร้อมข้อความที่เขาเขียนไว้
โปรตีน...ได้จากไก่
ความใส่ใจ...ได้จากพี่
 เสียดายที่เขาไม่อยู่ตรงนี้
ไม่งั้นฉันคงจะ..บอกกับเขา..

“แล้ว...ส้มตำล่ะคะ”
SHARE

Comments

NariNa
4 months ago
น่ารัก​ ขอส้มตำด้วยนะ
Reply
Rutcha
4 months ago
อิอิ ถ้ามีส้มตำด้วย จะได้ใจไปเลยค่ะ ^_^
ColdLeaves
4 months ago
ดีจังเลยนะคะ ที่แม้จะดูคนละมุมเลย แต่ก็ยังพอลดละต่อกันบ้าง บางคู่(เช่นเรา) ดูไม่เข้ากัน แต่ก็ไม่พยายามเข้าหาเลย 🙂
Reply
Rutcha
4 months ago
เขาน่ารักเสมอเลย ...พยายามเข้าหาเราตลอด