การสร้างความผูกพัน (Attachment)
วันที่ 15
06.12 น. ที่เดิม เวลาเดิม เขาคนเดิม มากดกริ่งหน้าบ้านฉัน และชวนไป ปั่นจักรยาน 

ฉันเริ่มรู้สึกชิน กับเพื่อนปั่นจักรยานคนนี้ เขาทำให้ฉัน “เชื่อง” ไปซะแล้ว การที่เขามาเวลาเดิมทุกวัน ทำให้คาดเดาได้ ทำตัวน่าไว้วางใจ ปลอดภัย และไม่ต้องระวังตัว ฉันรู้สึกชินและเชื่อง

การ “วางเงื่อนไข” แบบเดิมซ้ำ ๆ มีผลต่อพฤติกรรมของอีกคน ความสัมพันธ์ของเขามีรูปแบบ และคาดเดาได้ สร้างความไว้วางใจ 

แต่ ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีรูปแบบและคาดเดาไม่ได้ สร้างความไม่ไว้วางใจ 

จากงานวิจัย ความผูกพัน (Attachment)และไว้วางใจ (trust) 
โดยใช้ลิงและแม่ลิง ศึกษา 3 กรณี
กรณีที่ 1 แม่ลิงอยู่กับลูกลิงทุกวัน ทุกเวลา
กรณีที่ 2 แม่ลิงออกจากกรง และกลับมาเวลาเดิม ทุกครั้ง สม่ำเสมอ เช่น กลับมา 8 โมงของทุกวัน
กรณีที่ 3 แม่ลิงออกจากกรง และกลับมาหาลูกลิงแบบคาดเดาไม่ได้ บางครั้งกลับมา 9 โมง , 10 โมง หรือบางทีไม่มาเลย 

ผลการศึกษา พบว่า
กรณีที่ 1 แม่ลิงและลูกลิงมี Attachment และ trust สูงมาก
กรณีที่ 2 เทียบเท่ากรณีแรกเลยทีเดียว คือ สร้างความผูกพันและความไว้วางใจได้อยากมาก
กรณีที่ 3 แย่ที่สุด ไม่สามารถสร้างความผูกพันและความไว้วางได้ แม้ว่า แม่ลิงจะใช้เวลาอยู่กับลูกมากกว่ากรณีที่ 2 

จะเห็นว่าความสม่ำเสมอตรงเวลา สำคัญกว่า ปริมาณของเวลา อย่างมาก 

การมาแบบตรงเวลา สม่ำเสมอ ของเขา 
เขาทำให้ฉันเชื่อง 
และไว้วางใจ 

ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ...เขาคงเรียนรู้ทฤษฎีนี้มา

รูปแบบความผูกพันมี 4 แบบ 
1. Preoccupied ยึดติดความสัมพันธ์และต้องการการพึ่งพาสูง (I’m not Ok , You OK)
2. Secure สบายใจกับความใกล้ชิดและความเป็นตัวของตัวเอง  (I’m OK , You OK)
3. Fearful เลี่ยงความสัมพันธ์และความใกล้ชิด กลัวถูกปฏิเสธ (I’m not Ok , You not OK)
4. Dismissing มองความใกล้ชิดเป็นสิ่งไม่จำเป็น เน้นการพึ่งพาตัวเอง  (I’m Ok , You not OK)

เขาทำให้ฉันรู้สึก แบบข้อ 2 Secure
ฉันรู้สึกว่า ตัวฉันโอเค  ตัวเขาโอเค เป็นความรู้สึกที่มั่นคง เขาสบาย ๆ และสม่ำเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ...ดูเป็นผู้ใหญ่มาก ๆ อย่างน่าประหลาดใจ แต่ก็มีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ในนั้น 

ในความสัมพันธ์ ของคนสองคน บางคนมีความมั่นคงอย่างมาก อาจมาจากการเลี้ยงดู 
บางคนมีความสัมพันธ์กันแบบไม่มั่นคง (insecure) เมื่อคู่รักหายไป จะมีอาการทุรนทุราย พอแฟนกลับมา ก็จะยึดติดมาก (resistant)
หรือบางครั้งทำเพิกเฉย ไม่สนใจ (avoidance)
บางความสัมพันธ์ มีการแสดงออกอย่างสับสน
 (disorganize) คือ พยายามเข้าหาคนรักแต่ก็เปลี่ยนท่าทีทำเป็นไม่สนใจ 

เมื่อไหร่ที่เจอความสัมพันธ์แบบไม่มั่นคง เหมือนปั่นหัวกันเล่น ฉันจะอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ 
บางครั้งแต่ละคนก็ถูกเลี้ยงดูมาแตกต่างกัน แต่ความไม่มั่นคง สามารถสร้างปัญหาทางใจ ได้อีกคนได้อย่างมากมาย....เมืิ่อพบเจอคนที่ไม่มั่นคงทางอารมณ์และความสัมพันธ์ ฉันจะเฝ้ามองดูห่าง ๆ เหมือนนักสังเกตุการณ์

เพราะตอนเด็ก ถูกเลี้ยงดูแบบไม่ถูกตอบสนองความต้องการ หรือถูกเมินเฉย เขาจึงสร้างความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคงกับคนอื่น ถ้าเขารู้ตัว และอยากเปลี่ยนแปลง ก็สามารถเปลี่ยน (ถ้าเขาอยากเปลี่ยน) 

โครงสร้างความผูกพันแบบผู้ใหญ่ มี 2 มิติ 
คือ 
1.มิติความวิตกกังวล
2.มิติหลีกเลี่ยง

1.มิติความวิตกกังวล หมายถึง ความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองและความรู้สึกว่าตนเองคู่ควรแก่การยอมรับหรือปฏิเสธจากผู้อื่น มิตินี้จะสะท้อนว่าบุคคลมีความรู้สึกทางบวกหรือทางลบต่อตนเอง (model of self)
2.มิติหลีกเลี่ยง หมายถึง ระดับที่บุคคลจะเข้าถึงหรือหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มิตินี้สะท้อนความรู้สึกทางบวกหรือทางลบที่มีต่อผู้อื่น (model of others) มองว่าผู้อื่นน่าไว้ใจหรือไม่น่าไว้วางใจ อยู่เคียงข้าง ห่างเหิน เอาใจใส่หรือละทิ้ง

ทฤษฎีความผูกพัน ทำให้เราประเมินและทำนายพฤติกรรม ความสัมพันธ์แบบคู่รัก เช่น ความพึงพอใจ ความมั่นคง การผูกมัด ระดับโรแมนติก ระยะห่าง การสื่อสาร การให้อภัย และระยะเวลาคบกัน โดยรูปแบบความสัมพันธ์แบบมั่นคง มีแนวโน้มที่จะมีสัมพันธภาพเชิงบวก 

แต่อย่างไรก็ตาม ความรักดี ๆ อาจจะมาในเวลาที่ยังไม่ต้องการ จะตัดสินใจตอนนี้ก็เร็วเกินไป เพราะเราเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน ^_^ 

แต่เขาทำให้ฉันรู้สึก “สบายใจ

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะสร้างความสัมพันธ์กับใคร ในรูปแบบไหนก็ตาม คู่รัก เพื่อน ลูกค้า หรืออื่นๆ การตรงต่อเวลา และสม่ำเสมอ คือ กุญแจสำคัญ ที่จะเปิดประตูใจของใครอีกคน




SHARE

Comments