เด็กน้อยฤดูฝน หนุ่มสาวฤดูฝัน : หวังว่าเราจะได้ผลิบาน (อีกครั้ง)
ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้ เราเพิ่งถ่ายรูปรับปริญญาร่วมกับเพื่อนๆ และครอบครัวอย่างมีความสุข

แต่เมื่อคืนวันเล่านั้นล่วงพ้นได้ไม่นาน
เราก็ถูกผลักไสให้ออกมาเผชิญหน้ากับชีวิตในสังคม
ต้องต่อสู้กับโลกกว้างอย่างเดียวดาย 
ช่วงเวลาแบบนี้เอง จ๋า-วิทิยา ได้กล่าวไว้ในหนังสือ 'เด็กน้อยฤดูฝน หนุ่มสาวฤดูฝัน' ว่า 'ไม่ต่างจากช่วงเวลาที่ต้นไม้ค่อยๆ ละทิ้งกลับดอกและยืนอยู่อย่างเดียวดาย' เพื่อเฝ้ารอ 'ก่อนที่ใบสีเขียวอ่อนจะเริ่มแตกหน่อผลิบาน'...

เมื่อโลกโอบกอดดวงตะวัน 4 ครั้ง ก็หมายความว่าเวลาผ่านไป 4 ปีเต็ม
มันเป็นเวลาที่จะว่านานก็นาน จะว่าสั้นก็สั้น ช่วงเวลานี้เป็นช่วงอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล สำหรับนักศึกษาคงคุ้นเคยดี มันเป็นช่วงที่เวลาผันผ่าน เราเรียนจบจากมหาวิทยาลัย ก้าวสู่โลกแห่ง 'ผู้ใหญ่' อย่างเต็มตัว สำหรับบางคนอาจเป็นช่วงเวลาที่คบหากับใครจนกระทั่งแต่งงาน สำหรับบางคนอาจเป็นช่วงเวลาที่อิ่มตัวกับอะไรบางอย่างและกำลังเริ่มต้นใหม่ และนั่นเป็นสิ่งที่หนังสือ 'เด็กน้อยฤดูฝน หนุ่มสาวฤดูฝัน' กำลังพูดถึง

'จ๋า-วิทิยา' เป็นนักแปลที่เคยมีผลงานมากมาย รวมถึงเรื่อง 'เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด'
...เป็นอดีตนักศึกษาจบใหม่ในครอบครัวชนชั้นกลาง
...เป็นลูกสาวของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สุดท้ายต้องพบความสูญเสีย
...เป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สนิทสนมกับนักศึกษา
...เป็นอดีตนักเรียนทุนปริญญาโทประเทศเกาหลีที่ค้นพบว่าสิ่งที่เลือกอาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ
...เป็นนักเดินทางที่ค้นพบอะไรบางอย่างอยู่เสมอ
เราคือวัยเดียวที่อดทนต่อการฝ่าฟัน เด็กพอที่จะไหวหวั่นกับการเปลี่ยนแปลง
โตพอที่จะทำความฝันให้เป็นจริง "จงยืนหยัดต่อไป" หนุ่มสาวฤดูฝัน 
ในหนังสือ เรื่องราวจะถูกเรียบเรียงจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน สลับ สอดแทรกกับตะกอนจากหนังหรือหนังสือที่ผู้เขียนได้เสพ ...ทั้งหนังไทยที่พูดถึงการกลับบ้านเกิดในวันที่แม่สิ้นลม 'ปาดังเบซาร์' - (แม่ของผู้เขียนได้เสียชีิวิต ขณะที่ผู้เขียนอายุ 23 ปี และนับเป็นช่วงเวลาที่ต้นไม้ยืนต้น สลัดใบอีกครั้ง) วรรณกรรมเลื่องชื่อ 'เจ้าชายน้อย' (Antoine de Saint-Exupery), วุฒิภาวะ (OSHO), Alice in wonderland (Lewis Carroll) หรือแม้กระทั่งบทเพลงเสียดสีสังคม 'Royals' (Lorde) เพลงความหมายกินใจ  'Four times around the sun' (NELL) และบทกวีอีกมากมาย
เด็กจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานก็คงไม่ต่างไปจากอลิซ ที่หลงเข้าไปในดินแดนพิศวง
สิ่งแปลกใหม่ที่ได้พบเจอ แม้จะดูน่าตื่นเต้น แต่ก็อดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้

หนังสือเล่มเล็กๆ ได้ถ่ายทอด ชีวิตที่มักดำเนินอย่างมีเงื่อนไข เหมือนดั่งฤดูกาลที่ผันแปร มีทั้งพายุฝนและวันที่ดอกไม้ต้องโรยรา สิ่งแปลกใหม่ชวนตื่นเต้นมักมาพร้อมการเริ่มต้นใหม่ เราทั้งคาดหวังให้มันมาถึงพร้อมทั้งหวั่นใจ สิ่งนี้ไม่เฉพาะเจาะจงที่บุคคลใดหรือเฉพาะเหตุการณ์ใด แวบแรกหรือจุดสตาร์ตที่เรามักนึกถึงคือการเรียนจบ ช่วงเวลาที่ถูกเรียกร้องให้เรากลายเป็นผู้ใหญ่ ...คำยิ่งใหญ่ที่เรานึกถึงยามเด็กและวาดฝันถึง เมื่อมันมาถึงจริงๆ มันจะเป็นอย่างไร 

สิ่งต่อไปที่เราอาจพานพบอาจคือการสูญเสีย มันไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดี แต่เกิดขึ้นเสมอ เช่นเดียวกับผู้เขียนที่สูญเสียแม่หลังจากเรียนจบไม่นาน ความสับสนอลม่านทางจิตใจและการกระเทาะเปลือกที่สังคมตั้ง เมื่อการดำรงอยู่ของเราคือเพื่อครอบครัว แล้วหากครอบครัวที่เป็นหลักยึดหายไป จะทำอย่างไร

และไหนจะสิ่งที่เราเหมือนจะกำหนดได้ ทว่าใช่ว่าจะเป็นแน่ หรือเรียกง่ายๆ ว่า 'การตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง' ทั้งเรื่องลาออกจากงานที่คุ้นเคย การตกลงปลงใจกับคู่ชีวิตหรือเลิกรา ไม่ว่าการตัดสินใจนี้จะเป็นตามที่สังคมเห็นพ้องหรือเราจะขบถ แต่หากเกิดความผิดพลาด...หรือไม่ก็ตาม จะจัดการสิ่งนี้ได้หรือไม่

คนที่ผ่านมาแล้วย่อมรู้คำตอบ และคนที่ยังอยู่ในนั้นย่อมรอคอย...รอคอยวันที่จะผ่านไปได้ 


ในเล่มได้เล่าว่า ที่เกาหลี เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิจะมีสถิติคนเกาหลีฆ่าตัวตายมากที่สุด ฤดูที่อบอุ่นและหอมละมุน เพราะมันคือฤดูแห่งการเริ่มต้นใหม่ ที่ในหัวใจมักตะโกนก้องว่า "แล้วต้องพยายามอีกแค่ไหน"

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฤดูร้อนจะมาเยือน ดอกกุหลาบจะเบ่งบาน แม้มันจะต้องเหี่ยวลงในสักวัน กลีบสวยปลิวว่อน แต่นั่นคือสัญญาณแจ้งเตือน

แจ้งเตือนผู้คนที่เคยเห็นพวกมันในฤดูร้อนว่า
"นี่แน่ะ ไม่ช้าไม่นานนี้ฤดูกาลใหม่กำลังจะมาเยือน แล้วฉันจะเดินทางมาพบเธอใหม่ในปีหน้า 

ดังนั้น

อย่าเพิ่งทุกข์ท้อใจจนทอดทิ้งตัวเองในตอนนี้ 
จงรอคอยฤดูร้อนที่แสนสง่างามผลิบานขึ้นในชีวิต 



เด็กน้อยฤดูฝน หนุ่มสาวฤดูฝัน

ผู้เขียน : วิทิยา จันทร์พันธ์

อ่านฉบับอีบุ๊กได้แล้วที่แอป fictionlog 
SHARE
Writer
fictionlog
story lover
อ่านง่าย ขายดีที่ fictionlog

Comments