เมื่อความเศร้าเข้ามาคุยด้วย
เรารู้จักความเศร้าดีทีเดียว เรารู้จักมันดีชนิดที่ว่า มันมักจะแวะมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ บางครั้งก็อยู่คุยกันเป็นนานสองนาน แล้วก็จากไป 

ความเศร้าบางทีก็ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าเรา มักไม่ได้เกิดขึ้นเอง มันจะเกิดจากความคิดที่รวบรวมขึ้นจากความทรงจำบ้าง จินตนาการบ้าง ปั้นแต่งจนได้ที่ และรวมตัวกันเป็นก้อนกลมๆ หนักๆ อยู่กลางอก เจ็บปวดจนน้ำตาไหล หนักอึ้งจนไม่มีแรงจะขยับตัว 

แม้ว่าจะดูไม่น่าอภิรมย์ แต่ความเศร้าจะมีแรงดึงดูดบางอย่าง เหมือนกับเราจะอยากเจอมันอีก อยากอยู่คุยกับมันนานๆ  บางทีเราก็รู้สึกว่าอาจจะออกฤทธิ์เหมือนคาเฟอีน ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนักหรอก บางครั้งความเศร้าทำให้เราตื่นตัวถึงอันตราย แต่มันก็ทำให้เหนื่อยเหมือนหัวใจจะวาย

“ความเศร้าเป็นของปกติ” เราบอกกับเด็กผู้หญิงที่มีความเศร้าที่เข้ามาคุยด้วยเช่นเดียวกับเรา ในบางครั้งเราปลอบโยนเขาด้วยความเศร้าของเรา ทุกคนล้วนต้องผ่านพ้นเรื่องราวแบบนี้ไปให้ได้ ความเศร้าแค่แวะมาคุยกับเราเท่านั้น

บางทีเราก็นึกสงสัยว่าทำไมเราถึงได้รู้จักความเศร้ามากมายขนาดนี้ ช่วงไหนที่ความเศร้าแวะมาบ่อยๆ เรื่องลมพัดใบไม้ไหวก็กระเทือนใจเราให้กระเพื่อมได้เหมือนคลื่นที่เกิดจากการโยนหินลงน้ำ ทุกวันนี้เราเริ่มเข้าใจ... เราได้ทำความรู้จักกับความเศร้ามากๆ เพื่อที่วันหนึ่ง เราจะได้คุยกับคนที่เพิ่งรู้จักมัน และบอกกับเขาได้ว่ามันเป็นเรื่องปกติ ปลอบโยนเขาได้ หรืออย่างน้อยก็นั่งคุยกับความเศร้าเป็นเพื่อนกัน

คงไม่มีคนธรรมดาคนไหนบนโลกนี้ที่ไม่มีความเศร้า เรายังคงร้องไห้เพราะก้อนหนักๆ ข้างในนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา แค่แวะมาหาเนืองๆ คุยกันเสร็จก็แยกย้ายไป 

วันหนึ่งที่เราเข้าใจลักษณะของความเศร้าทุกซอกทุกแล้ว เราอาจะได้เข้าใจลักษณะของสิ่งอื่นๆ ด้วย ถึงตอนนั้นเราอาจจะไม่โดนความเศร้าดึงดูดอีกแล้ว เราอาจนั่งมอง นั่งฟังมันเฉยๆ ได้ จนกว่าจะถึงวันนั้นเราคงต้องคุยกับมันไปอีกสักพัก ร้องไห้อีกสักหน่อย และ ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ได้คุยกับมันไปเรื่อยๆ ไปก่อน

SHARE
Written in this book
ช้อนตะกอน

Comments