มนต์เสน่ห์แห่งความร้อน เมื่อเรามองข้ามสิ่งดี ๆ รอบตัวไป


ร้อน...
อากาศโคตรจะร้อนเลย

ผมคิดและเหนื่อยกับชีวิตที่ต้องเจออุณหภูมิแบบนี้ในทุก ๆ วัน อุณหภูมิชนิดที่ว่าเมื่อคุณรถติดไฟแดงกลางสี่แยกคุณก็ตายได้ด้วยความร้อนระดับนี้ มันก็คงฟังดูเวอร์นั่นแหละครับ แต่ ณ ตอนนั้น ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ


ผมมักจะขับรถเข้าไปในหานั่งร้านกาแฟสักร้านเสมอเมื่อยามบ่ายเพื่อเลี่ยงอากาศร้อน ไปร้านประจำที่ผมชอบสั่งเมนูกาแฟสุดโปรดของผมนั่นแหละครับ

อเมริกาโน่น้ำส้มคั้นที่ผมรัก

ที่นั่งมักเต็มเสมอ โซนที่เป็นห้องแอร์ถูกจับจองไปหมดแล้วเหลือเพียงชั้นสองที่เป็นพื้นที่อ่านหนังสือ ไม่มีแอร์ มีเพียงพัดลมเก่า ๆ ไม่กี่ตัวกับที่หน้าต่างบานใหญ่ที่ไว้เปิดรับสายลมเอื่อยเฉื่อย

"นั่งตรงนี้ก็ได้วะ ไหน ๆ ก็สั่งมาแล้ว ยังไงบรรยากาศก็ดีอยู่" ผมปลอบใจตัวเอง เอาจริงมันก็น่าคิดว่าการปลอบใจตัวเองนี่มันเท่ากับเรากำลังหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่านะ? ช่างเถอะ ถึงมันจะน่าสงสัยแต่ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องมาขบคิดอะไรตอนนี้

"อเมริกาโน่น้ำส้มคั้นค่ะ" พนักงานเสิร์ฟนำกาแฟของผมมาให้พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ขัดแย้งกับเหงื่อที่ไหลรินของเธอเสียเหลือเกิน คงจะเหนื่อยน่าดูชมที่ต้องเดินขึ้นมาเสิร์ฟ พื้นที่อ่านหนังสือไม่ค่อยมีคนขึ้นมาบ่อยนัก เอาจริง ๆ แล้วทั้งชั้นมีแต่ผมคนเดียวเสียด้วยซ้ำ

มันร้อน
ร้อนจนคุณบ้าเอาได้ง่าย ๆ

"ขอบคุณครับ" ผมยิ้มและรับกาแฟมา คุณพนักงานเสิร์ฟเองก็ยิ้มตอบและดูอารมณ์ดีขึ้น ผมเคยอ่านเจอเรื่องถกเถียงบนอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่อง การขอบคุณเมื่อเราได้รับสินค้าและบริการ เป็นการเถียงกันระหว่างฝั่งที่คิดว่าเราควรขอบคุณกับฝั่งที่คิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องจำเป็นเมื่อเรานั้นได้ชำระราคาสิ่ง ๆ นั้นไปแล้ว

มันไม่ได้ยากอะไรเลยหรือเปล่า?
ไม่ใช่เรื่องของมารยาท
ไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ
ไม่มีกฎหมายบังคับ
แต่เป็นสิ่งดี ๆ ที่มนุษย์สักคนสามารถทำให้กันได้อย่างง่ายดาย
สิ่งดี ๆ ที่จะช่วยให้อีกคนมีแรงใจไปทั้งวัน ผมว่างั้นนะ

เอาล่ะถึงไหนกันแล้ว อ้อ! ใช่! ความร้อนสินะ ผมจะเริ่มต้นให้คุณแบบนี้แล้วกัน ในตอนนั้นผมดื่มกาแฟแล้ววางทิ้งไว้ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน วิญญาณขบถ ของ คายิล ยิบราน นักเขียนที่ผมชื่นชอบ เมื่อเราดำดิ่งกับสิ่งที่รักไม่แปลกเลยที่กาลเวลาจะไหลผ่านไปเร็วดุจการเคลื่อนของสายน้ำบนขุนเขา พริบตาเดียวกาแฟแก้วโปรดของผมก็มีไอน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด

มันกำลังละลาย

และตรงนั้นเองที่สมองของผมเริ่มคิดถึงอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับความร้อนขึ้นมา


โดยปกติผมเป็นมนุษย์ขี้ร้อน เป็นคนที่ร้อนง่ายมาก ชอบอยู่ในที่อากาศเย็นและค่อนข้างที่จะรังเกียจความร้อน

ทุก ๆ ครั้ง เมื่อผมได้ไปที่ร้านอาหารหรือร้านกาแฟถ้าเป็นไปได้ผมมักจะหาร้านที่มีแอร์เสมอ และจะเลือกนั่งในจุดที่แอร์ตกเพราะมันเย็นที่สุด เย็นจนกาแฟที่สั่งมานั้นไม่ละลายเลย กาแฟรสชาติจะคงเดิมแบบนั้นเสมอ

กาแฟรสชาติแบบเดิมงั้นหรอ...
มันใช่จริง ๆ หรือเปล่า?
กาแฟควรจะเป็นแบบนี้จริง ๆ งั้นหรอ...

กลับมาที่เวลาปัจจุบัน ผมยกกาแฟแก้มเดิมขึ้นมาดื่มอีกครั้ง รสชาติมันเปลี่ยนไป ความจาง ความขม กลิ่นของส้ม สัมผัสของกาแฟเปลี่ยนไปหมดเลย เปลี่ยนไปในทุก ๆ แง่มุม แต่เชื่อไหมครับ กาแฟมันอร่อยขึ้นมากสำหรับผม

ผมว่ามันเป็นเหมือนกับธรรมชาติที่ควรจะเป็นของการดื่มกาแฟควรจะเป็นแบบนี้ ไม่ต่างกับชีวิตที่มันควรจะต้องค่อย ๆ ไหลไป รสชาติก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

และสิ่งที่ทำให้กาแฟของผมอร่อยขึ้นมันก็เป็นความร้อนที่ผมแสนเกลียดไม่ใช่หรอ?

ในห้วงความคิดเสียงรบกวนรอบข้างที่มีน้อยอยู่แล้วก็พลันหายไป ผมได้ยินเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิต เสียงของสายลมที่พัดผ่านใบไม้

เชื่อผมเถอะถ้าคุณนั่งในห้องแอร์ ไม่มีทางและไม่มีวันที่คุณจะได้ยินเสียงเหล่านี้ เสียงแห่งธรรมชาติที่อยู่รอบเรามาตลอดนับแต่เกิด เสียงที่เรามักจะหลงลืมมันไปทุกครั้งแต่หัวใจกลับโหยหามันเสียเหลือเกิน เห็นไหมความร้อนน่ะนำพาคุณมาให้ได้ฟังอีกครั้ง

แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านใบไม้เล็ก ๆ มากระทบกับมือผม มันไม่ได้ร้อนหรอกแต่ผมก็รู้สึกอุ่นนิด ๆ มันสวยนะผมว่า มันเป็นแสงที่อ่อนโยนและงดงามเสียเหลือเกินเมื่อมากระทบกับร่างกายของมนุษย์อย่างเรา ๆ ราวกับว่าเรานั้นกำลังกุมมือกับธรรมชาติอยู่ เห็นไหมล่ะความร้อนนำพาคุณมาเจอสิ่งสวยงามซะงั้น

เปิดใจ
เข้าใจ
ยิ้มรับมัน

พอคุณทำได้ความร้อนของประเทศไทยก็จะไม่ใช่ปัญหาของคุณอีกต่อไป แทนที่คุณจะบ่นว่า "วันนี้แม่งโคตรร้อนเลย" เชื่อผมนะ ผมพนันได้เลยว่าคุณจะยิ้มออกมากับตัวเองแล้วพูดเบา ๆ ว่า "วันนี้อากาศร้อนจังเนอะ" ผมว่ามันค่อนข้างละมุนหัวใจมากกว่าเยอะเลยจริงไหมครับ


SHARE

Comments