เส้นบางๆ ระหว่างโชคชะตากับโอกาส
" หากอยากพบกับความสำเร็จ​ต้องลงมือทำซะ เรียนรู้ให้มากสิ​ ตั้งใจมุ่งมั่นทำให้หนัก​ ทุ่มความสามารถทั้งวันทั้งคืน​ จนกว่าเจ้านายจะเห็น​ แต่ทำมากเท่าไหร่​ ก็ยังต้องทำมากขึ้นอีก​ " 
นั่นคือชีวิต

แต่​  โชคชะตามันพลิกผันชีวิตมานับต่อนับแล้ว
จากไม่เคยเชื่อเรื่อง​โชค​ เพราะเหตุการณ์​นี้ทำให้เปลี่ยนความคิด​    

เหตุการณ์​ร้ายๆ กับเรื่องโชคชะตาที่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวราวกับความฝัน​  กลับเป็นโอกาสความสำเร็จก้าวมหััศจรรย์​ ที่ทำให้ชีวิตข้าพเจ้าพลิกผันตีลังกา​ หมุน360องศา​

เรื่องราวเริ่มต้นหลังจากข้าพเจ้าจบการศึกษาปริญญาตรี ชีวิตเริ่มก้าวเข้าทำงานที่บริษัทหนึ่ง​ใช้ชีวิตเป็นพนักงานประจำ ตอนนั้นตัวเองก็คิดว่าดีที่สุดแล้ว พนักงานกินเงินเดือนเป็นงานที่สุดแสนมั่นคง​แล้วล่ะ​

แต่เงินเดือน 5 หลัก เลขตัวหน้าขยับจาก 1 ไปแค่ 2 และหยุดอยู่แค่นั้นราว 3 ปี 
 
จนวันหนึ่งบอกกับตัวเองว่า 
“วุฒิการศึกษาแค่นี้จะไปทำอะไรได้​” 

การเรียนต่อปริญญาโท ปรากฏชัดในระบบการค้นหาของรอยหยักสมอง​ จึงตัดสินใจสมัครสอบ ตั้งใจว่าจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย  ให้ความฝันฝากไว้กับปริญญาใบที่ 2 โชคชะตา __โอกาส__  โชคชะตาฟ้า คงไม่ใช่ 
ผลการสอบข้อเขียนของข้าพเจ้าผ่านฉลุย

แค่นับวันรอ การสัมภาษณ์รอบสุดท้าย เตรียมทำเรื่องลากิจขอออกก่อนเวลาไว้เรียบร้อย ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะราบรื่นดี

__  โชคชะตาฟ้า พาหักมุมชีวิตไปกว่า 45องศา  
เมื่อวันสอบสัมภาษณ์มาถึง เวลานัด18.00​ น.
ข้าพเจ้าขับรถออกจากที่ทำงานมุ่งหน้าสู่ที่นัดหมาย เผื่อเวลาให้ไปถึงก่อนสัก 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำ 

แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เสียงเจ้านายเรียกชื่อข้าพเจ้าเสียงดัง ส่งมาตามสาย
“งานด่วนมาก มีเอกสารต้องแก้ไขตัวเลข... ”  
"ต้องใช้ประชุมบอร์ดวันพรุ่งนี้เช้าตรู่"  
“ด่วนมากและสำคัญมาก ผมขอดูก่อน 6 โมงเย็นครับ” เจ้านายลงท้ายเสียงเข้ม เขาทำเหมือนลืมไปแล้วว่าข้าพเจ้าลากิจ

"โอ้ย" ร้องโวยเรียกสติสตางค์​ตัวเอง แล้วคิดทบทวนถึงเหตุและผลของเจ้าของเสียงเข้มทุ้ม  

 ในขณะเดียวกันสายตาเหลือบมองตัวอักษรสีแดงที่หน้าปัดจอหน้ารถ บอกเวลา16.30น และเกลือกตากลับมามองถนน ทั้งคิดและตรองว่าอยู่ตำแหน่งที่ไหนแล้ว  

น่าจะอีก 20-30 นาทีถึงมหาวิทยาลัย
  
แต่จนถึงตอนนี้ยังจำไม่ได้เลย ไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนคิดตัดสินใจวนรถ​กลับออฟฟิศ​ แบบฉบับมีความรับผิดชอบสูง

ทุกปลายนิ้วกำพวงมาลัยอุ่นๆ แน่น ส่ายตาไปมาหาที่กลับรถ​ มือบังคับหมุนพวงมาลัยวนรถกลับ​ เท้าออกแรงเหยียบคันเร่ง ให้รถทยานไปข้างหน้า  

ขับไป​ พร้อมความคิดแสนสับสนวนเวียน​  
มีเสียงแว่บเข้ามาเพียงไม่ถึง 5 วินาที 
 “ฉันจะกลับมาทันเวลาสัมภาษณ์แน่” คิดบ้าๆ
 
มันเป็นการตัดสินใจ ที่ไม่รู้เลยว่าเป็นความผิดพลาดได้ไม่คุ้มเสีย เพราะสุดท้ายงานมันไม่เป็นอย่างที่คิด เจ้าตัวปัญหาเอกสารที่ว่าแก้แล้วแก้อีก ติดพันกันยุ่งแสนอีรุงตุงนัง กว่าจะเรียบร้อยเหลือเวลาไม่ถึง 30 นาทีก่อนเวลานัดสัมภาษณ์ 
 
ตอนนั้น​ หัวใจเต้นแรงเหมือนทะลุไปถึงที่นัดหมาย ร่างกายรีบรุดสุดตัว สองมือรวบเก็บเอกสาร​ สองเท้าขยับถี่ก้าวเร็วร่ีีี​ 

ขับรถมุ่งหน้าไป 

__ โชคชะตาฟ้า ฝนเทลงมาอย่างหนักเพื่อ ?  
และแล้วนาทีดวงซวย  “โครม”

ใจหายวูบในความเงียบงันไร้เสียงตอบของหัวใจ​ แต่เพียงแค่หนึ่งลมหายใจเข้าออก กลับได้ยินเสียงหัวใจเต้น  เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ 
  
ความรู้สึกนี้มันอะไร?
ใจลนลานในห้วงความคิด “ ทำยังไงต่อไปดี ” “ไปต่อ หรือ จบแค่นี้”

อารมณ์​กลัวการตัดสินใจ​พลาดซ้ำสอง

แต่ความคิดบอกว่า "ทำให้ถึงที่สุดสิ" 
ทางเลือกที่ดีที่สุดที่ข้าพเจ้าทำได้ ขอนัดเคลมวันหลัง ขอบัตรประชาชน ขอเอกสารเบื้องต้น และยังคงขับรถบุบๆ มุ่งหน้าไปที่นัดสัมภาษณ์  

__ โชคชะตาฟ้า ชีวิตหักโค้งล้มนอน 180 องศา 
ทุกอย่างพัง ชีวิตข้าพเจ้าพลาดแล้ว มือไม้สั่นเครือเหงื่อออกชุ่ม ตากระพริบถี่เพียงเพื่อไม่ให้น้ำตาร่วงลงมา ความรู้สึกของหัวใจตอบได้แค่เพียง “ไร้สิ้นความรู้สึก”

ข้าพเจ้าถูกตัดสิทธิ์ ข้าพเจ้าหมดโอกาสได้เรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยนี้แล้ว   สุดท้ายน้ำตาร่วงแบบไม่รู้ตัว  "ฉันกลั้นมันไว้ไม่ไหวเสียแล้ว​" กายทรุดลงกับพื้น นับเป็นดวงซวยโชคร้ายที่สุด

__ โชคชะตาฟ้า​ ให้โอกาสชีวิตตีลังกา​ 360องศา
เช้าวันรุ่งขึ้นเรื่องของข้าพเจ้าก็รู้ไปทั่วบริษัท คุณโชคชะตาก็พาโอกาสมาให้แบบไม่ทันตั้งตัว
 
เหตุเพราะพี่ที่ทำงานท่านหนึ่งเสนอโอกาสการเรียนปริญญาโทที่ประเทศออสเตรเลีย  
"บินไปเรียนเป็นเพื่อนลูกสาวสิ" 
ค่าใช้จ่ายค่าคอร์สเรียนข้าพเจ้าต้องรับผิดชอบเอง  ส่วนที่พักไปอยู่ที่บ้านพี่ จะได้เป็นเพื่อนกับลูกสาว อยู่ฟรีได้เลย  
 
คำเดียวในใจคือ “กลัว” กลัวมากถึงมากที่สุด และข้ออ้างมากมายที่จะปฏิเสธโอกาสนี้ก็วิ่งประดังเข้ามา  ทั้งเรื่องการลาออกจากงานประจำ การพลัดพราก การอยู่ไกลบ้าน เงินเก็บที่ต้องใช้ จะเรียนจบหรือเปล่า จะอยู่ที่นั่นรอดหรือเปล่า 

มีบางช่วงอารมณ์ที่คิดในทางกลับกันว่าถ้ายังคงทำงานประจำอยู่แบบนี้ชีวิตจะเป็นยังไง ? 

ความรู้สึกสับสน 
ยิ่งคิดยิ่งยึดติด 
ยิ่งคิดยิ่งกลัว 
ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่กล้า

คืนนั้น 
ข้าพเจ้าพาร่างอันอ่อนร้าในใจเข้าไปกอดแม่ น้ำเสียงเบาอ่อยๆเล่าเรื่องราว  "แม่​"ผู้หญิงที่จบการศึกษาเพียง ป.4 เป็นแม่บ้านมาตลอดทั้งชีวิต 

“หนูทำได้ นี่เป็นโอกาสของหนู ม่าม้าจะรอ ”  พร้อมทั้งสวมกอดข้าพเจ้าแน่นและลูบหัวไปมา
ข้าพเจ้าหันกลับไปมองหน้า เห็นภาพแม่น้ำตาคลอสองเบ้า และน้ำตาร่วงลงบนใบหน้าพอหลับตา

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าแม่ก็คงกลัวการพลัดพรากเหมือนกัน แต่ใจสู้ของแม่ในวันนั้นส่งกำลังใจให้ข้าพเจ้าตัดสินใจเสี่ยงคว้าโอกาสที่อยู่แค่เอื้อม
       
__ โอกาส จากโชคชะตาฟ้า  
พยักหน้ากับตัวเอง แล้วตัดสินใจรับโอกาสครั้งนั้นในชีวิต เริ่มศึกษาหาข้อมูลการเรียน การเตรียมตัว แล้วบินทะยานฟ้าสู่ดินแดนจิงโจ้ หมีโคโอล่า  ใช้เวลาศึกษาปริญญาโทอยู่ 2ปี
 
ปริญญาโท สาขา Inter MKT ที่นำกลับมา  กับการทำงานในตำแหน่ง Marketing Manager บริษัทแห่งหนึ่ง รับเงินเดือน 6 หลัก 

และอีกไม่กี่ปีต่อมาข้าพเจ้าก็เป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองจนเป็นบริษัทร่วมทุน
 
ความเป็นจริงชีวิตไม่ใช่ละครที่มีผู้กำกับ มีบทที่วางพรอตเรื่องไว้้​  ​ แม้จะพลาดโอกาสไปในฉากหนึ่ง​  ฉากต่อไป"โอกาส" ก็กลับมาให้ตัวเอก Happy Ending ในที่สุด 
ชีวิตไม่ใช่ละคร ชีวิตเรา​  ตัวเราเองเป็นผู้กำกับ  บทละครหนึ่งที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ย้ำเตือนสอนใจว่า​ 

" ถ้าใครยื่นโอกาสให้    
  แต่ไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือไม่??   ให้เริ่มต้นจาก
  การตอบตกลง แล้วกลับไปเรียนรู้มัน​ "

/2011
Credit Photo by NariNa
พระอาทิตย์​แรก​


SHARE
Writer
NariNa
Writer vs Dreamer
_ Find to Found A day _

Comments

Papilion
4 months ago
...ตอนนี้ ตีลังกา ไปกี่องศาแล้วครับ? 😋💗
Reply
Papilion
4 months ago
🤔ทำไงจะรู้ว่ากี่รอบนะ?? 🙃🙂🙃😋
เอ่อ... จากโทรคมนาคม มาร์เก็ตติ้ง ..... ลาวกระทบไม้ ผ้าซิ่น แค่นี้ผมก็ตีลังกาตามไม่ทันแล้วครับ เดาไม่ถูก หลายรอบเกิน... 🤪😵🥴😅
NariNa
4 months ago
แนะนำแบบนอนอ่าน แบบ 180องศา  อิอิ
ขอบคุณ​นะคะท​ี่ตามอ่านกัน​ 😚
Papilion
4 months ago
ครับบบ เชื่อ(ก็ได้)  😋
สอนชีวิตให้คนอายุยังน้อยอย่างเราได้ดีเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
Reply
NariNa
4 months ago
ลองทำมันนะ​ มันอยู่แค่เอื้อม​